
รัฐเฝ้าระวังกลุ่มป่วนรอบนอกกรุง
ปณิธานเผยแม้จะมีการเปลี่ยนเวลาประกาศเคอร์ฟิว แต่ก็ยังมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วคอยเฝ้าระวังเหตุต่อเนื่องหลังพบกลุ่มผู้ไม่หวังดีมีแนวดน้มก่อเหตุในพื้นที่ปริมณฑลรอบนอกกรุงเทพฯ
ปณิธานเผยแม้จะมีการเปลี่ยนเวลาประกาศเคอร์ฟิว แต่ก็ยังมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วคอยเฝ้าระวังเหตุต่อเนื่องหลังพบกลุ่มผู้ไม่หวังดีมีแนวดน้มก่อเหตุในพื้นที่ปริมณฑลรอบนอกกรุงเทพฯ
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังมีความพยายามของคนบางกลุ่มที่อาจจะก่อเหตุก็ยังมีอยู่บ้าง ฉะนั้นในแง่ของความมั่นใจต้องทำงานอีกระยะหนึ่ง
ทั้งนี้แม้จะมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของการออกนอกเคหะสถาน หรือมาตรการควบคุมต่างๆก็จะปรับเปลี่ยนไป แต่จะยังคงมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ไม่ หวังดียังอยู่ ถึงแม้ว่าจะคืนพื้นที่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วก็ตาม แต่ยังให้มีกำลังผสมของทหารทั้งสามเหล่าทัพและตำรวจยังคอยควบคุมอยู่
"ขณะนี้สิ่งที่เรากำลังดูอยู่คือเรื่องพื้นที่ปริมณฑลรอบนอกที่ยังมีแนว โน้มของการเกิดเหตุการณ์อยู่ แต่รอบในเช่นราชประสงค์สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ฉะนั้นหน่วยเคลื่อนที่เร็วจะเดินทางไปรอบนอกกว้างขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือเราได้รับแจ้งข้อมูลเข้ามามากทางสายด่วน 02-551-1515 ที่ย้ายไปอยู่ที่บก.ทบ.แล้ว และมีการแจ้งเบาะแสเข้ามาอีก มีการแจ้งว่าบุคคลหนึ่งอยู่ในพื้นที่กว่า30จังหวัด เราก็ต้องส่งหน่วยงานลงไปตรวจสอบ ”นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามว่าแสดงว่ากองกำลัง ติดอาวุธก็จะเคลื่อนออกจากราชประสงค์ไปก่อเหตุที่ปริมณฑลใช่หรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่า เป็นแนวโน้มที่กำลังประเมินอยู่ และได้เพิ่มความรัดกุม ทั้งนี้ก็ได้ให้ทางผู้ประกอบการของเอกชนเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยของตนเอง ให้กว้างขึ้นด้วยเช่นกัน และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งในเวลา 17.00 น.อีก ครั้ง
นายปณิธาน กล่าวว่า เป้าหมายของตัวบุคคลก็ยังต้องเฝ้าระวังอยู่ แต่ฝ่ายรักษาความมั่นคงก็มีเบาะแสแล้วว่ากลุ่มเหล่านี้คือใคร จะปองร้ายใคร ซึ่งในขณะนี้ก็มีการเร่งปิดล้อมกลุ่มเหล่านี้อยู่ และส่วนของการก่อวินาศกรรม ซึ่งในบริเวณพื้นที่รอบในก็มีการบริหารจัดการที่ดี ทั้งชุมชนและด่านต่างๆ







