posttoday
สุดมันส์! "อินทรี" ถลกหนัง "จิ้งจอก" 2-1 ลิ่วชน "ตราไก่"

สุดมันส์! "อินทรี" ถลกหนัง "จิ้งจอก" 2-1 ลิ่วชน "ตราไก่"

01 กรกฎาคม 2557

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ต้องออกแรงเหนื่อยถึงช่วงต่อเวลา ก่อนเฉือนเอาชนะ แอลจีเรีย ไปอย่างสุดมันส์ 2-1

ฟุตบอลโลก 2014

เยอรมัน vs แอลจีเรีย
รอบ 16 ทีมสุดท้าย
วันที่: 30 มิ.ย.57 เวลา: 03.00 น.
สนาม: เอสตาดิโอ ไบร่า-ริโอ, ปอร์โต้ อเลเกร้

อดีตแชมป์ 3 สมัยเยอรมันมีสภาพทีมที่ค่อนข้างพร้อมสำหรับเกมนี้ทีเดียวเมื่อ โยอัคคิม เลิฟ ได้ เจอโรม บัวเต็ง หายเจ็บกลับมาประจำการทางด้านแบ็คขวาเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ บาสเตียน ชไวนสไตเกอร์ และ มาริโอ เกิทเซ่ ยังได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแต่สำหรับ ซามี่ เคดิร่า และ ลูคัส โพดอลสกี้ สองคนหลังนี้ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้เพราะยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนตัวหลักรายอื่นยังอยู่ครบ ทั้ง ฟิลิปป์ ลาห์ม, โทนี่ โครส และ โธมัส มุลเลอร์

ด้าน แอลจีเรีย ของกุนซือ วาฮิด ฮาลิฮอดซิช ไม่มีใครมีอาการบาดเจ็บเลยแม้แต่รายเดียว โดยมี โซฟียาน เฟกูลี่, ราอิส เอ็มโบลี่ และ อิสลาม สลิมานี่ เป็นตัวชูโรง โดย สลิมานี่ ทำไปแล้ว 2 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้และมีลุ้นจะทำลายสถิติยิงประตูได้มากที่สุดของ แอลจีเรีย ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ตัวเขาและ ซาลาห์ อัซซาด ครองร่วมกันอยู่ โดย อัซซาด ทำสถิติ 2 ประตูเอาไว้ในปี 1982 แต่ทั้งนี้ ฮาลิฮอดซิช เลือกที่จะดร็อปยาซีน บราฮิมี่, อับเดลมูเมเน่ ฌาบู และ ริยาด มาห์เรซ เป็นเพียงตัวสำรอง

สถิติเก่าๆที่ทั้งสองทีมเคยเจอกันมาเพียง 2 ครั้งนั้นกลายเป็น แอลจีเรีย ที่เอาชนะเยอรมัน ไปได้ทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว หนแรกที่เจอกันนั้นเป็นเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 1964 โดย แอลจีเรีย ชนะไป 2-0 ส่วนหนที่สองซึ่งเป็นหนสุดท้ายที่เจอกันนั้นเป็นเกมในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1982 โดย แอลจีเรียสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นชาติแรกจากทวีปแอฟริกาที่เอาชนะคู่แข่งจากยุโรปได้ในรอบสุดท้าย พวกเขาเอาชนะ เยอรมัน ในเวลานั้นไปด้วยสกอร์ 2-1


เริ่มเกมมา นาทีที่ 9 เยอรมัน หวิดจะเสียประตูจากจังหวะสวนกลับ แนวรับของแอลจีเรียวางบอลขนานเส้นมาทางด้านซ้ายจนหลุดมาถึง อิลสาม สลิมานี่ แต่ มานูเอล นอยเออร์ ยังออกมาอ่านเกมได้ทัน แอลจีเรีย ได้ลูกเตะมุม

ห้านาทีต่อมา บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ได้ลองกดเต็มข้อด้วยซ้าย ทำเอา ราอิส เอ็มโบลี่ ต้องออกแรงทุบ ก่อนจะลอยตัวคว้าไว้ได้

นาทีที่ 15 แอลจีเรีย พลาดโอกาสทอง หลัง โซฟียาน เฟกูลี่ หลุดมาถึงเส้นหลัง แต่เจ้าตัวเปิดบอลไม่ดีปลิ้นออกหลังไปอย่ืางน่าผิดหวัง

นาทีที่ 17 แฟนบอล แอบจีเรีย เฮกันเก้อ หลัง โซฟียาน เฟกูลี่ สอดขึ้นมาโหม่งบอลพุ่งตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 18 แอลจีเรีย น่าจะได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ หลัง ซูดานี่ ไหลให้ ฟาอูซี่ กูล็อม แบ็คซ้าย กดเต็มข้อด้วยซ้ายแต่โชคร้ายที่บอลโค้งออกหลังไป

ผ่านมาครึ่งทางของครึ่งแรก เมซุต โอซิล ลากขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะเปิดบอลผิดเหลี่ยม แต่กลายเป็นดีเมื่อบอลทำท่าว่าจะย้อยเสียบคาน แต่ เอ็มโบลี่ ยังกระโดดปัดออกไปได้

นาทีที่ 33 แอลจีเรีย มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย แต่ โซฟียาน เฟกูลี่ ปั่นข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 39 แฟนๆ อินทรีเหล็กถึงกับเสียบวาบ หลัง ตะบันกว่า 25 หลาบอลไปแฉลบ เยโรม บัวเต็ง ปลิ้นเฉี่ยวเสาไปแบบน่าเข้า

เยอรมัน ตอบโต้มาบ้าง โทนี่ โครส ยิงไปให้ เอ็มโบลี เซฟ บอลทะลักมาถึง มาริโอ เกิทเซ่ ซ้ำจ่อๆ แต่ นายทวารของ แอลจีเรีย ยังกางปีกเซฟได้อย่างสุดยอด

ก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียว เยอรมัน เกือบได้ประตูขึ้นนำอีกหน หลัง ฟิลิปป์ ลาห์ม ไหลสั้นๆ ให้ โทนี่ โครส ตะบันด้วยซ้ายอีกครั้ง แต่คราวนี้บอลปลิ้นข้ามคานไป

ในช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูกันได้ จบครึ่งแรก เยอรมัน ยังเสมอกับ แอลจีเรียอยู่ 0-0


เปิดฉากครึ่งหลังมาได้แค่สี่นาที เยอรมัน น่าจะได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากจังหวะที่ โธมัส มุลเลอร์ ขึ้นบอลมาทางกราบซ้าบ ก่อนปั่นโค้งให้ ชโครดาน มุสตาฟี่ เทคตัวโขกเน้นๆ แต่ เอ็มโบลี ยังรับเอาไว้ได้

นาทีที่ 55 อินทรีเหล็กบุกหนัก ชไวน์สไตเกอร์ ผ่านบอลให้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ได้ยิงเน้นๆ หน้ากรอบเขตโทษ แต่ เอ็มโบลี่ บินปัดได้อย่างเหลือเชื่อ

ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมเข้าแลกกันอย่างสนุก โดยเฉพาะ แอลจีเรีย ที่สวนขึ้นมาทีไรเรียกได้ว่ามีเสียวแทบจะทุกครั้ง ส่วนเยอรมัน แม้จะมีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่ยังไร้ความเด็ดขาดในแดนหน้า

ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย โยอัคคิม เลิฟ ตัดสินใจส่ง ซามี่ เคห์ดิร่า มิดฟิลด์ตัวรับจาก เรอัล มาดริด ลงมาเล่นแทน ชโครดาน มุสตาฟี่ เน้นอัดตรงกลางให้แน่นขึ้น

นาทีที่ 75 แอลจีเรีย มีโอกาสอีกครั้ง หลัง อิสลาม สลิมานี่ ลากบอลมาจากตรงกลาง ก่อนจะตั้งป้อมยิงด้วยขวา แต่ นอยเออร์ ยังเซฟไว้ได้อย่างสบาย

สองนาทีต่อมา ฮาลิลฮ็อดซิช ทิ้งไพ่ใบเด็ดอย่าง ยาซีน บราฮิมี่ ลงมาแทน ซาฟีร์ ไตแดร์

นาทีที่ 80 เยอรมัน ทิ้งโอกาสที่ดีที่สุดในโลกไป หลัง ซามี่ เคห์ดิร่า เปิดโค้งมาให้ โธมัส มุลเลอร์ พุ่งโขกตอร์ปิโดบกเต็มหัว แต่ ราอิส เอ็มโบลี่ โชว์เซฟให้แฟนบอลทั้งโลกตาค้างไปตามๆ กัน

ทัพ "อินทรีเหล็ก" ยังมีลุ้นอีกครั้งหลัง มุลเลอร์ คนเดิม หลุดเข้าไปดวลกับทาง เอ็มโบลี่ แต่สุดท้ายเจ้าตัวดีดบอลออกไปแบบสุดงง

ก่อนหมดเวลาสองนาที แข้งเยอรมันปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ หลัง ได้ฟรีคิกระยะอันตราย และในช่วงจังหวะเล่นลูกสูตร โธมัส มุลเลอร์ กำลังจะวิ่งไปข้ามหลอก แต่กลับมาล้มหน้าคว่ำ ทำเอาแฟนบอล รวมถึงนักเตะทั้งสนามงงเป็นไก่ตาแตก
 
หลังจากนั้นไม่ถึงนาที เยอรมัน เกือบได้ประตูชัย หลัง ฟิลิปป์ ลาห์ม ครอสบอลมาในกรอบให้ ชไวน์สไตเกอร์ ขึ้นโขกเน้นๆ แต่ เอ็มโบลี่ ล้มตัวรับไว้ได้ เล่นแบบนี้จองตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์แน่นอน

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บสี่นาที ทั้งสองทีมยังไม่สามารถพังตาข่ายกันได้ ครบ 90 นาที เสมอกันอยู่ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที


เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษมาได้แค่สองนาที เยอรมัน ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ โธมัส มุลเลอร์ ลากเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะปาดมาให้ อันเดร เชือร์เล่ ไขว้ยิงด้วยขวาตุงตาข่าย หมดสิทธิ์เซฟสำหรับ ราอิส เอ็มโบลี่

ถึงตรงนี้เห็นได้ชัดเลยว่านักเตะของทั้งสองทีมนั้นเริ่มที่จะหมดแรงกันบ้างแล้ว สังเกตได้จากมีหลายคนที่เกิดภาวะตะคริวขึ้น

นาทีที่ 107 ฟิลิปป์ ลาห์ม ต้องมารับใบเหลืองไป จากจังหวะที่เจ้าตัวไปดึงนักเตะแอลจีเรีย

สองนาทีต่อมา โยอัคคิม เลิฟ ตัดสินใจส่ง คริสโตเฟอร์ คราเมอร์ ลงไปเล่นแทน บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่เกมนี้วิ่งแหลกจนแทบจะเดินออกสนามไม่ได้อยู่แล้ว

ในช่วงเวลาที่เหลือ เยอรมัน ยังคงบุกหนักหวังจะเอาประตูที่สองให้ได้ และมาประสบความสำเร็จในนาทีสุดท้าย หลัง อันเดร เชือร์เล่ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ บอลกระดอนมาเข้าทางปืนของ โอซิล กดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งตุงตาข่าย เยอรมันนำ 2-0

เกมทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์นี้ แต่ แอลจีเรีย มาได้ประตูตีไข่แตกจาก อับเดลมูเมเน่ ฌาบู แต่ไม่ทันการ ครบ 120 ของการต่อเวลา เยอรมัน เอาชนะ แอลจีเรีย ไปแบบสุดมันส์ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปดวลกับ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ส่วน แอลจีเรีย ถึงแม้จะตกรอบแต่ก็เรียกเสียงปรบมือได้จากแฟนบอลลั่นสนาม


เยอรมนี
มานูเอล นอยเออร์ - ชโครดาน มุสตาฟี่, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, เยโรม บัวเต็ง, เบเนดิคท์ เฮอเวเดส - บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, โทนี่ โครส - เมซุต โอซิล, มาริโอ เกิทเซ่, โธมัส มุลเลอร์

เทรนเนอร์ : โยอัคคิม เลิฟ

แอลจีเรีย
ราอิส เอ็มโบลี่, อาอีสซ่า ม็องดี้, เมห์ดี้ มอสเตฟา, เอสซาอิด เบลกาเล็ม, ราฟิค ฮัลลิเช่, ฟาอูซี่ กูล็อม - ซาฟีร์ ไตแดร์, เมห์ดี้ ลาเซน, อิสลาม สลิมานี - โซฟียาน เฟกูลี่, เอล อาร์บี ฮิลเลล ซูดานี่

เทรนเนอร์ : วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท