
กล้าณรงค์แนะแก้ระบบอุปถัมภ์สกัดคอร์รัปชั่น
"กล้าณรงค์ " เผยหากยังมี"ระบบอุปถัมภ์" ปัญหาคอร์รัปชั่นก็ยังอยู่คู่ประเทศไทย แนะเอาจริงแก้ปัญหา
"กล้าณรงค์ " เผยหากยังมี"ระบบอุปถัมภ์" ปัญหาคอร์รัปชั่นก็ยังอยู่คู่ประเทศไทย แนะเอาจริงแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายกล้าณรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ"กำจัดคอร์รัปชั่นให้สิ้น...ทำอย่างไรให้ตรงจุด" ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกับเปิดตัวสถาบันต่อต้านการทุจริตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นที่ตรวจสอบรณรงค์ป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
นายกล้าณรงค์ กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในช่วงที่ผ่านมาว่า ตนทำงานเกี่ยวกับการป้องกันในการทุจริต ซึ่งทาง ป.ป.ช. เอง ก็มีการรณรงค์อยู่ต่อเนื่อง แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะการโกงไม่ได้มีผลกระทบต่อประชาชน เพราะประชาชน ได้รับประโยชน์จากนโยบายนักการเมือง แต่หลังจากนั้น มีประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม ปรากฏว่า ประชาชนรับไม่ได้กับกฎหมายดังกล่าว และในระหว่างการชุมนุมมีการพูดถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะชาวนาที่ผูกคอตายเนื่องจากไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าว จนฝังใจในความรู้สึกของประชาชนว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ
"การแก้ปัญหาให้ตรงจุดนั้นมีสาเหตุมาจากแนวคิดบริโภคนิยม ระบบสังคมไทยที่ยังอยู่ในระบบอุปถัมภ์ เพราะสังคมไทยเป็นแบบแนวดิ่ง มีการแบ่งออกว่าคนมีอำนาจ ไม่มีอำนาจ จะเกิดการอุปถัมภ์ เปรียบได้กับนักการเมืองเป็นผู้ที่มีอำนาจกับข้าราชการที่ต้องพึ่งพึงอำนาจของนักการเมือง เพราะถ้าไม่รับความร่วมมือจากข้าราชการ ก็จะคอร์รัปชั่นลำบาก กระบวนการยุติธรรมที่ถูกกดดัน นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง และ ความเฉยเมยของประชาชน"นายกล้าณรงค์กล่าว
อดีตกรรมการ ปปช. กล่าวยอมรับว่า ปัญหาการทุจริตนี้เกิดขึ้นมานาน แต่ความหมายของคอร์รัปชั่นของไทยกับต่างประเทศไม่เหมือนกัน เพราะทางต่างประเทศ กำหนดความหมายไว้กว้างกว่าไทยที่กำหนดไว้ว่าการทุจริตเป็นความผิดทางกฎหมายเท่านั้น หากตราบใดที่สังคมไทยยังมีการอุปถัมภ์ แต่ถ้าเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา ก็สามารถสกัดได้ ซึ่งทาง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็มีหลายมาตรการที่ป้องกันการทุจริต เช่น การปราบบ่อนการพนัน ปราบตู้ม้า กำชับหน่วยงานข้าราชการในการดูแลป้องกัน การโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งตนก็ทราบว่า ข้าราชการบางคนมีประวัติว่า มีความใกล้ชิดนักการเมือง และมาตรการการป้องกันการทุจริตของ คสช. จะต้องมีผลสืบเนื่องต่อไปภายหลังจาก คสช. พ้นจากอำนาจไปแล้ว
ด้านนายประมนต์ กล่าวว่า สาเหตุของการคอร์รัปชั่น เพราะประชาชนไทยไม่คิดว่าการต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นหน้าที่ของตนเอง ที่ผ่านมาภาคเอกชนก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเพราะการคอร์รัปชั่นเมื่อมีผู้ให้ก็ต้องมีผู้รับ ภาคเอกชนจึงเป็นผู้เริ่มต้นในการต่อต้านคอร์รัปชั่นจนไปถึงราชการ และภาคประชาชน ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะเห็นได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่ชอบการคอร์รัปชั่น แต่ที่ผ่านมานิ่งเฉยเพราะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่เด็ก และเยาวชนเพื่อให้เกิดจิตสำนึก







