
แม้วโวยหมายจับก่อการร้าย
ทักษิณทวิตหลังศาลอนุมัติจับก่อการร้ายโวยถูกใส่ความเหมือน6ตุลา19ซัดรบ.ปากปรองดองแต่ใจอำมหิต ด้านนายกรัฐมนตรี เชื่อจะประสานนานาชาติง่ายขึ้น
ทักษิณทวิตหลังศาลอนุมัติจับก่อการร้ายโวยถูกใส่ความเหมือน6ตุลา19ซัดรบ.ปากปรองดองแต่ใจอำมหิต ด้านนายกรัฐมนตรี เชื่อจะประสานนานาชาติง่ายขึ้น
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐานก่อการร้าย ในเหตุพฤษภา53จลาจล โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์หลังศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับตามคำร้องของดีเอสไอว่า"ผมถูกใส่ความเป็นผู้ก่อการร้ายโดยใช้หลักฐานเท็จ เหมือน6ตุลา19ทุกประการใช้สื่อโจมตีหาล้มสถาบันเป็นcommunistแต่เรียกใหม่เป็นterroristยัดอาวุธ"
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังโพสต์ข้อความต่อว่า"ผมอยากถามลุงบุญมีว่าประเทศไทยจะจบอย่างไรเพราะปากปรองดอง แต่ใจอำมหิตย์เข่นฆ่าทุกรูปแแบบที่สำคัญดันไม่มีทั้งศีลธรรม และหลักนิติธรรมมีแต่เผด็จการ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับลุงบุญมี ที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่างถึงคือภาพยนตร์ไทยเรื่อง"ลุงบุญมีระลึกชาติ" ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำ จากการประกวด ภาพยนตร์นานาชาติทีเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส
ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยมีใจความดังนี้
การออกหมายจับผมในข้อหาการก่อการร้ายในวันนี้ ไม่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของผม ผมเข้าใจว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคำสั่งให้ดำเนินการในเรื่องนี้ ผมทราบว่ามีความพยายามทำลายผมในทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการต่อตัวกระผม เป็นจิ๊กซอชิ้นหนึ่งของภาพใหญ่ ที่เริ่มจากการกระทำรัฐประหาร ยึดอำนาจผมในปี 2549 ขนาดผมเคยเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไป ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนอย่างถล่มทลายสองครั้งติดต่อกัน รัฐบาลที่มีผมเป็นนายกฯที่มาจากอำนาจของประชาชนยังถูกกระทำรัฐประหารและยึดอำนาจไป
หลังจากยึดอำนาจเสร็จแล้ว ยังตั้งคณะบุคคล และยัดเยียดข้อกล่าวหาต่างๆให้แก่ผมและครอบครัวอย่างไร้ความยุติธรรม และขัดกับหลักนิติธรรมที่อารยะประเทศยึดถือ ยิ่งกว่านั้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2550 พรรคการเมืองที่ผมและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศสนับสนุน ชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็ถูกกระทำและหาเหตุในการยุบพรรคและทำให้รัฐบาลที่มีนายสมชาย วงค์สวัสดิ์เป็นนายกฯ สิ้นสุดลงอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารที่ได้รับการอุ้มสมจากทุกภาคส่วนในระบอบอำมาตย์ จึงนำมาซึ่งความไม่พอใจในหมู่พี่น้องคนไทยส่วนใหญ่ว่า สิทธิทางการเมืองและรัฐบาลที่พวกเขาเลือกมาบริหารประเทศถูกพรากไปจากพวกเขา การเลือกปฏิบัติและการปฏิบัติสองมาตรฐานในระหว่างคนไทยสองกลุ่มทำให้พี่น้องประชาชนมาร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และความยุติธรรม โดยเรียกร้องให้มีการยุบสภาตามระบอบประชาธิปไตย
แต่ แทนที่จะได้รับประชาธิปไตยและความยุติธรรมกลับบ้าน พี่น้องกลับถูกสังหารและถูกทำร้ายด้วยอาวุธสงครามที่เขาเสียภาษีซื้อมาปกป้องแผ่นดินของเขา และการเรียกร้องประชาธิปไตย กลับถูกรัฐบาลใส่ร้ายว่าเป็นการก่อการร้าย ประชาชนมาเรียกร้องสิทธิในการหย่อนบัตรลงในหีบบัตร แต่ร่างของประชาชนเกือบร้อยคนได้ถูกหย่อนลงในหีบศพเป็นการตอบแทน การใช้ข้อกล่าวหาการก่อการร้ายมันละม้ายกับการใช้ข้อกล่าวหาคอมมิวนิสต์เพื่อทำลายผู้บริสุทธิ์ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แผนประทุษกรรมและรูปแบบการทำลายกันทางการเมืองเหมือนกัน มีการใช้สื่อของรัฐบิดเบือนประโคมข่าวฝ่ายเดียวเช่นกัน เพียงแต่ข้อกล่าวหาเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง
ผมยืนยันอีกครั้งว่าตลอดชีวิตทางการเมืองของผม ผมยึดมั่นในแนวทางสันติ อหิงสา และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ผมไม่เคยสนับสนุนความรุนแรง ผมไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และไม่เคยสนับสนุนการก่อการร้าย การออกหมายจับในวันนี้ จึงไม่เป็นธรรมสำหรับผม ผมพร้อมที่จะต่อสู้พิสูจน์ความจริงต่อไปว่า ผมไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และข้อกล่าวหาในเรื่องนี้มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง
ผมขอเรียกร้องให้พี่น้องที่รักผมอย่าได้หวั่นไหว และอย่าเป็นห่วงผม ขอให้ท่านใช้ชีวิตตามปกติ และอย่าได้กระทำการใดที่จะตกเป็นเป้าและเป็นเครื่องมือของฝ่ายที่ไม่ปรารถนาดี ขอให้มีความหวังว่าสักวันหนึ่งประชาธิปไตย และความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ขอให้ยึดมั่นในแนวทางสันติ อหิงสา ตลอดไป







