posttoday
จากโรงปั้นหล่อถึงหอประติมากรรมต้นแบบ

จากโรงปั้นหล่อถึงหอประติมากรรมต้นแบบ

29 มิถุนายน 2557

พระบรมราชานุสาวรีย์ ไม่ว่าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงช้างศึก

ลูกพิฆเณศร์

พระบรมราชานุสาวรีย์ ไม่ว่าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงช้างศึก ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า วงเวียนใหญ่ และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ที่พวกเราชาวไทยชื่นชมว่าทรงพระเกียรติยศและภูมิฐานยิ่งนั้น ได้สร้างขึ้นจากหอประติมากรรมต้นแบบ กรมศิลปากรทั้งสิ้น

ส่วนความเป็นมาหอประติมากรรมต้นแบบ (HALL OF SCULPTURE) นั้น เริ่มขึ้นพร้อมๆ กับการมีกรมศิลปากร

ุพระบรมรูป ร.6

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2481 ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร ตั้งกองหัตถศิลป์ (เปลี่ยนจากกองประณีตศิลปกรรมเดิม) แบ่งออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกตำราและแผนกช่าง มีพระพรหมพิจิตร (พรหม พรหมพิจิตร) ผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะไทย ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองคนแรก และผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญ คือ ศ.ศิลป์ พีระศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านประติมากรรม โดยเริ่มจากงานปั้นหล่อรูปต่างๆ ที่มีขนาดเล็กๆ เมื่อปี 24832484 ได้สร้างโรงงานขึ้นเป็นการชั่วคราว ถึงตอนหล่อโลหะก็ตั้งเตาหลอมทองและเททองหล่อรูปกันกลางแจ้ง ผลงานในช่วงเวลานี้ ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร และรูปประดับแท่นฐานอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จำนวน 5 รูป รวมทั้งอักษรจารึกนามวีรชนผู้เสียชีวิตด้วย

จากโรงปั้นหล่อถึงหอประติมากรรมต้นแบบ

 

ุพระบรมราชานุสาวรีย์

ต่อมาจึงขยับขยายเข้าไปรวมอยู่ในโกดังหลังคามุงสังกะสีสำหรับเก็บเครื่องทัพสัมภาระ แม้จะเป็นสถานที่ใหม่แต่ก็อยู่ในวังท่าพระเหมือนเดิม สถานที่แห่งนี้ได้สร้างงานชิ้นสำคัญๆ มากมาย ล้วนขนาดมหึมาทั้งสิ้น อาทิ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้างศึกของ จ.สุพรรณบุรี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า วงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี เป็นต้น

ในช่วงปี 2485 กรมศิลปากรได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล ประกอบกับมีผู้ให้ความนิยมสนใจงานสร้างอนุสาวรีย์มากขึ้น จำเป็นต้องสร้างโรงปฏิบัติงานที่เหมาะสม พร้อมทั้งอุปกรณ์อันทันสมัย เพื่อสนองนโยบายตามวัตถุประสงค์ของทางราชการและประชาชน มีผลงานช่วงนั้นคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติสุโขทัย พระบรมราชานุสาวรีย์พระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ของ จ.พระนครศรีอยุธยา และตลอดมาอีกจำนวนหลายต่อหลายรูปด้วยกัน

ปี 2489 ได้ยกฐานะแผนกหัตถศิลป์เป็นกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ประกอบด้วยแผนกช่างสิบหมู่ แผนกช่างเขียน แผนกช่างปั้น และแผนกช่างหล่อ โดยข้าราชการกองหัตถศิลป์ได้ปฏิบัติงานปั้นหล่อและสร้างผลงานไว้จำนวนมาก ล้วนเป็นงานด้านการบำรุงรักษา ฟื้นฟู และผดุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตามนโยบายของกรมศิลปากร และดำเนินการตลอดมาถึงในวันที่ 16 ม.ค. 2530 ได้ย้ายที่ทำการกองหัตถศิลป์และโรงปั้นหล่อ ไปตั้ง ณ ต.ศาลายา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม การปฏิบัติงานได้เพิ่มจำนวนขึ้น และได้พัฒนาขึ้นเป็นส่วนประติมากรรม สถาบันศิลปกรรม กรมศิลปากร

เมื่อกองหัตถศิลป์และโรงปั้นหล่อย้าย ก็มีแนวคิดในการอนุรักษ์อาคารปั้นหล่อเดิมให้เกิดประโยชน์แก่วงการศิลปกรรม เพราะถือว่าอาคารแห่งนี้เป็นประวัติศาสตร์ได้สร้างงานสำคัญของชาติ แนวคิดดังกล่าวมาจากบรรดาข้าราชการและลูกจ้างในงานประติมากรรมและงานโรงงาน

ในปี 2531 กองหัตถศิลป์ ได้จัดโครงการ “โครงการพิพิธภัณฑ์หุ่นร่างและต้นแบบอนุสาวรีย์แห่งชาติ” ขึ้น โดยกำหนดปรับปรุงโรงหล่อเดิมเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ด้วยมีวัตถุประสงค์ คือ จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต้นแบบงานประติมากรรมและศิลปะเกี่ยวเนื่องเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

จากโรงปั้นหล่อถึงหอประติมากรรมต้นแบบ

 

ุหอประติมากรรม

แต่โครงการพิพิธภัณฑ์หุ่นร่างและต้นแบบอนุสาวรีย์แห่งชาติ ไม่สามารถดำเนินการให้สัมฤทธิผลได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณ ต่อมาในปี 2541 กรมศิลปากรในสมัยที่ นิคม มูสิกะคามะ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ได้รื้อฟื้นโครงการขึ้นใหม่ สถาบันศิลปกรรมเป็นเจ้าของเรื่อง มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น เรียกว่า “โครงการหอศิลปะต้นแบบงานศิลปกรรม” ได้ปรับปรุงสภาพอาคารและตกแต่งภายในโรงปั้นหล่อ ให้เหมาะสมกับการจัดแสดงนิทรรศการและรูปประติมากรรมต้นแบบ พร้อมกันนั้นได้จัดการซ่อมและทำความสะอาดรูปประติมากรรมต้นแบบอนุสาวรีย์ต่างๆ ที่ได้เก็บรักษาไว้ ให้อยู่ในสภาพดีเพื่อนำมาจัดแสดง และได้ตั้งชื่ออาคารปั้นหล่อว่า “หอประติมากรรมต้นแบบ”

อาคารหอประติมากรรมต้นแบบ เป็นสถานที่ปฏิบัติงานปั้นหล่ออนุสาวรีย์สำคัญของชาติ เรียกว่า “โรงปั้นหล่อ” กรมศิลปากรสร้างขึ้นตามความจำเป็นของการใช้งาน ตั้งแต่สมัย ศ.ศิลป์ พีระศรี รับราชการเป็นนายช่างศิลปะพิเศษของกรมศิลปากร และคณบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ลักษณะอาคารทรงสูงติดกระจกเพื่อมุ่งประสงค์จะให้แสงสว่างเข้าทางทิศเหนือ ซึ่งจำเป็นต่องานปั้นรูปตอนขึ้นหุ่นดิน และต้องระบายความร้อนเมื่อเวลาหล่อรูปเป็นโลหะ กล่าวได้ว่า โรงปั้นหล่อหลังนี้เป็นอาคารประวัติศาสตร์ ได้สร้างสรรค์งานประติมากรรมอันมีคุณค่าทางศิลปะให้แก่ชาติโดยศิลปินฝีมือชั้นครู คือ ศ.ศิลป์ พีระศรี และศิลปินเอกที่เป็นศิษย์ของท่านในยุคหลังอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์หลายพระองค์นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเททองด้วยหลายครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท