posttoday
‘ธีรยุทธ’ชูโอกาสปฏิรูป

‘ธีรยุทธ’ชูโอกาสปฏิรูป

29 มิถุนายน 2557

“ธีรยุทธ” ปลุกสังคมร่วมปฏิรูปสร้างประเทศพร้อมคัดค้านเผด็จการ หากโกงกิน

“ธีรยุทธ” ปลุกสังคมร่วมปฏิรูปสร้างประเทศพร้อมคัดค้านเผด็จการ หากโกงกิน ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง เตรียมวิพากษ์ คสช.อีก 3 เดือน

นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้าการอภิวัฒน์สังคมไทย” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยระบุว่า คนไทยไม่ได้รับการบ่มเพาะประชาธิปไตยในโรงเรียนและครอบครัว ทำให้ระบบราชการและระบบยุติธรรมยังติดกับระบบอุปถัมภ์ คนไทยจึงไม่ได้มองสิทธิเสรีภาพ ความรับผิดชอบ เป็นแก่นของชีวิต แต่มองเป็นเพียงกลไกย่อยเท่านั้น และคนไทยยังมองว่ามีกลไกที่จำเป็นอื่นๆ เช่น การมีเส้นสาย พวกพ้อง จึงมองว่าปัญหาส่วนรวม “ธุระไม่ใช่” ปล่อยให้ปัญหาหมักหมม ทำให้ประชาธิปไตยเป็นเพียงการเลือกตั้งคัดสรรคนกอบโกยประเทศมากกว่าปกครองบ้านเมือง

นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า คนไทยจำนวนหนึ่งมีความเชื่อแบบอิสรชนนิยมสุดขั้ว คือเชื่อให้คนแข่งขันกันตามใจชอบ ตลาดจะทำงานเอง หรือถ้าเลือกตั้งแล้ว ระบบพรรคการเมือง รัฐสภา ก็จะทำงานให้ทุกอย่างดีเอง หรือมีความเชื่อสุดขั้วไปว่า มนุษย์ควรมีสิทธิเสรีภาพอย่างเดียวไม่ต้องถูกทดสอบทัดทาน หรือมีชีวิตเป็นของตัวเองคนเดียว แต่สิทธิอำนาจและเสรีภาพกลับไม่ได้ถูกกระจายไปถึงชาวบ้าน

“ผมคัดค้านเผด็จการที่คอร์รัปชั่น โกงกินบ้านเมืองย่อยยับ ผมคัดอำนาจเผด็จการทหาร อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และปัจจุบันถ้าจะทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง พวกพ้อง ผมก็จะต่อสู้คัดค้าน แต่ในช่วงนี้เราเรียกร้องขอให้มีการต่อสู้ ให้เรามีการปฏิรูป เพื่อให้ประเทศดีขึ้น ถาวรและยั่งยืน ประชาชนตระหนักในหน้าที่ของตัวเอง” นายธีรยุทธ กล่าว

นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า วิกฤตประเทศถลำลึกเพราะอำนาจรัฐ อำนาจสาธารณะถูกเจาะเป็นรูลึก มีทั้งรูรั่ว รอยต่อกินพื้นที่ที่สกปรก อำนาจเลวขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไทยไม่มีวันพัฒนาเหมือนญี่ปุ่นหรือตะวันตก และต้องอยู่กับวินมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว สลัม หาบเร่แผงลอย แรงงานต่างชาติ เพราะเป็นสิ่งจำเป็น และช่วยให้คนจนอยู่ได้

นายธีรยุทธ กล่าวว่า คำถามใหญ่ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจน คือ 1.เราต้องอยู่กับภาวะลูกผสม แต่จะเปลี่ยนแปลงจากความน่าเกลียดให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้หรือไม่ 2.อำนาจรัฐ ทหาร ข้าราชการบางส่วน จะเป็นผู้แก้อำนาจส่วนที่เสื่อมให้ดีขึ้น หรือประชาชนจะร่วมแก้ และ 3.หนทางอนาคต รัฐไทยคงถูกปรับตัวให้แข็งแรงขึ้น แต่จะต้องมีกลไกสังคมช่วยตรวจสอบถ่วงดุลและส่งเสริมภาครัฐ ทั้งนี้ การจะปฏิรูปได้ต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพที่เข้มแข็ง มีส่วนร่วมแก้ปัญหาวิกฤตที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพราะถ้ารัฐแข็งแรงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ

นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า จะให้เวลาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานอีกระยะหนึ่ง ก่อนเปิดเวทีวิพากษ์ คสช.ในอีก 23 เดือนข้างหน้า

ขณะที่ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า ศาลวางเฉยต่อการทำงานจนเกิดเหตุ และไม่เข้าใจในกระบวนการอัยการหรือกระบวนการสอบสวน ทั้งศาลต้องมีความกระตือรือร้นในการบังคับคดี เช่น การถอนฟ้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างศาลกับอัยการ ทำให้ถูกวิจารณ์กันมาก

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องความเข้าใจในกระบวนการ และตำรวจ อัยการ หรือพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ร่วมมือกัน ทำให้ศาลมีคดีความที่ค้างอยู่กว่า 2 หมื่นคดี และยังมีปัญหาเรื่องผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ซึ่งต้องปฏิรูปต่อไป

ขณะที่ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า บางครั้งอัยการไม่ได้มีความเกรงใจผู้พิพากษาในการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาบางคนก็ไปเชื่อตำรวจและอัยการแล้วว่า ถ้าผู้ต้องหาไม่ผิดแล้วจะฟ้องร้องทำไม ถือเป็นความบกพร่องตัวบุคคลไม่ใช่กฎหมาย เพราะหลักการอาญาของไทยเป็นระบบกล่าวหา ซึ่งอัยการเป็นคนสั่งฟ้อง ทั้งนี้ คิดว่าอัยการน่าจะช่วยบรรเทาเบาบางคดีขึ้นสู่ศาล เพราะบางคดีศาลก็ไม่ควรรับฟ้อง

ปัญหาอีกประการ ก็คือ ความล่าช้าของคดี เช่น การฟ้อง น.ส.วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ อดีตแกนนำชาวบ้านเขื่อนปากมูล โดยรับฟ้องในปี 2537 มีคำพิพากษาชั้นต้นในปี 2546 ตัดสินชั้นอุทธรณ์ปี 2551 และมีคำพิพากษาในฎีกาปี 2556 ซึ่ง น.ส.วนิดา เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความล่าช้า เพราะมีคนล้อว่าย่อจาก “เป็นไปช้าๆ” และมีการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

“ในช่วงที่ทำคดีทางการเมือง บางคดีชนะ ก็มาขอบใจศาล แพ้ก็ด่าศาล ผมก็อึดอัด เช่นเดียวกับที่โจมตีเรื่องสองมาตรฐาน บางคนเอาไปปั่นกระแส ทั้งๆ ที่คนไปโจมตีก็ยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่า สองมาตรฐานคืออะไร” นายวสันต์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท