
ร้อง"ปวีณา"ช่วยเด็กอยู่กับแม่ติดยาจนฟั่นเฟือน
ชาวบ้านย่านรามอินทราร้องปวีณาช่วยเด็กอยู่กับแม่ติดยาเสพติดจนฟั่นเฟือนหนัก
ชาวบ้านย่านรามอินทราร้องปวีณาช่วยเด็กอยู่กับแม่ติดยาเสพติดจนฟั่นเฟือนหนัก
เวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเด็ก 3 คนพี่น้องคือ ด.ญ.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 7 ปี ด.ช.สอง (นามสมมุติ) อายุ 6 ปี และด.ช.สาม (นามสมมุติ) อายุ 6 เดือน หลังพลเมืองดีแจ้งขอความช่วยเหลือมายัง สายด่วน 1134 ว่าเด็กทั้ง 3 รายต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากร่วมกับ กับแม่ที่สติไม่ดี จากผลพวงของการ เสพยาเสพติดมาเป็นเวลานานจนมีอาการทางประสาท อารมณ์แปรปรวนบ่อยครั้ง และ ทำท่าจะโยนลูกลงมา จากระเบียงห้องพักชั้น 3 อาคารตึกแถวที่พักอาศัย เลขที่ 20/42 ถนนรามอินทรา ซอย 13 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขนบ่อยครั้ง ล่าสุดยังปล่อยให้ลูกจุดไฟเล่นภายในห้อง จนเกือบจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ โชคดีที่เพื่อนบ้านช่วยกันดับไฟได้ทัน นอกจากนี้ยังมีชายตาบอดอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งชาวบ้านจะรู้กันว่าชายตาบอดจะออกไปเดินเร่ร้องเพลงเพื่อหาเงินในตอนเย็นทุกวัน เมื่อได้เงินมาจะนำมาให้หญิงคนดังกล่าวไปซื้อยาเสพติดมาเสพทุกวัน
หลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ลงพื้นที่พร้อม พ.ต.อ.วีรศักดิ์ ฝอยทอง ผกก.สน.บางเขน เพื่อตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี และลูกทั้ง 3 คนยืนเล่นอยู่ที่ระเบียงห้อง มีท่าทีเรียบเฉย เมื่อสอบถามพบว่าพูดวกไปวนมา และห้องข้างเคียงพบนายบี (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชายตาบอดที่ชาวบ้านกล่าวถึง เจ้าหน้าที่จึงสอบถามถึงความสัมพันธ์กันปรากฏว่านางเอไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ จึงนำตัวทั้งหมดมาสอบถามรายละเอียดที่สน.บางเขน นายบี เล่าว่า ตนพิการทางสายตามาตั้งแต่กำเนิด และรู้จักกับนางเอ มา 2 ปีเศษ นับถือกันเป็นพี่น้องกับฝ่ายสามีนางเอ เมื่อเขาไปทำงานต่างจังหวัดก็จะดูแลนางเอกับลูก ๆ ให้ ตอนเย็นจะออกไปเร่ร้องเพลงแลกเงินย่านฝั่งธนบุรี ลาดพร้าว รัชโยธิน สลับกันไป มีรายได้วันละ 700-800 บาท จะแบ่งให้นางเอใช้เลี้ยงลูกวันละ 400 บาท เพราะสามีนางเอไปทำงานต่างจังหวัดร่วม 3 เดือนแล้ว ทั้งตนเองก็ทราบว่า นางเอติดยาเสพติดขั้นรุนแรงระยะ เคยห้ามปรามมาตลอดแต่ก็ไม่เป็นผล จนระยะหลังสติเริ่มฟั่นเฟือนหนักจนไม่สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า มูลนิธิปวีณา ได้รับแจ้งเรื่องนี้จากพลเมืองดี ที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็ก ๆ เนื่องจากนางเอมีพฤติกรรมแปลกๆ เมื่อใช้เวลาสอบถาม และเช็คประวัติพบว่า เคยใช้สารเสพติดและเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับข้อหาเสพยาเสพติดมาหลายครั้ง เกรงว่าวันหนึ่งอาจจะกระทำการที่เป็นอันตรายแก่ลูกทั้ง 3 คนและคนรอบข้างได้ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่าทั้งหมดมีการร่วมกันหรือนำเด็กออกไปเร่ขอทานด้วยหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบพบเงินเหรียญ 5 บาท 10 บาทและธนบัตรใบละ 20 บาท รวมแล้วกว่า 1,000 บาท และมีใบสลิปการนำฝากเงินครั้งละหลายพันบาท เดือนละหลายครั้ง ซึ่งคงจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนอาการของนางเอนั้น ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะส่งรักษาอาการทางประสาทที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา พร้อมกับฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจเพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ส่วนลูกทั้ง 3 คน ตนได้ประสานนางญาณี เลิศไกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อรับเด็กทั้ง 3 คน ไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวเพื่อจะได้เรียนหนังสือต่อไป







