
"ธีรยุทธ"ชี้"ปฏิรูป"สำเร็จต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม
"ธีรยุทธ” ชี้ปฏิรูปประเทศสำเร็จได้ ต้องสร้างภาคประชาชนเข้มแข็ง มีส่วนร่วม ยังไม่วิจารณ์การทำงาน 1 เดือนคสช. ยันไม่ได้กลัวอัยการศึก
"ธีรยุทธ” ชี้ปฏิรูปประเทศสำเร็จได้ ต้องสร้างภาคประชาชนเข้มแข็ง มีส่วนร่วม ยังไม่วิจารณ์การทำงาน 1 เดือนคสช. ยันไม่ได้กลัวอัยการศึก
นาย ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ เสวนา ในหัวข้อ " เหลียวหลังแลหน้าการอภิวัฒน์สังคมไทย" เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าประเทศไทยผ่านการอภิวัฒน์หรือปฏิรูปมาแล้วถึง 5 ครั้ง โดยรอบแรกเกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 รอบสองเกิดช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยุค 2475 ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจ รอบสาม เกิดช่วงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ รอบสี่ เกิดช่วง 14 ตุลาคม 2516 ที่เป็นการอภิวัฒน์ความคิดประเทศไทย โดยกลุ่มปัญญาชนและประชาชน
รอบที่ห้า เกิดช่วงในยุคโลกาภิวัตน์ที่กลุ่มทุนและ นักการเมืองได้เป็นตัวละครหลักที่มีทั้งอำนาจและเงินอย่างมหาศาลซึ่งเป็นที่มาของวิกฤติของสังคมไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐไทยเกือบจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะอำนาจรัฐที่เป็นทางการลดลง เกิดการก่อตัวขององค์กรกึ่งทางหรือถูกทำให้เป็นส่วนตัวท้าทายรัฐ ซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจัย 4 ประการคือ
1.การพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์และไม่ครบทุกด้าน ซึ่งพื้นที่ที่พ้นไปจากที่ได้รับการพัฒนา จะกลายเป็นรอยต่อหรือชายขอบ ที่จะถูกละเลย ทอดทิ้ง ทำให้คนที่ไม่มีโอกาสพัฒนาหรือไม่มีโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว จะพยายามใช้พื้นที่ซึ่งเป็นของรัฐ มาเป็นประโยชน์ของตน สภาพเช่นนี้จะทำให้เกิดการใช้อำนาจนอกระบบของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงเกิดเป็นกลุ่มนักเลง แก็งอิทธิพลมีสีและมาเฟียกลุ่มต่างๆ ใช้อำนาจมืด เข้าครอบคลุมไปทุกรอยต่อหรือพื้นที่ใหม่ๆ ที่มีการบุกเบิกเฟื่องฟูขึ้น
2.การที่คนไทยไม่รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิอำนาจและเสรีภาพอย่างแท้จริง และการที่อำนาจการดูแลทรัพยากรในท้องถิ่นไม่กระจายสู่ชาวบ้าน ชาวบ้านเกรงกลัวอิทธิพล ทำให้ไม่เกิดกลไกในการกำกับดูแล ตรวจสอบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
3.ปัจจัยไม่สมดุลทางอำนาจในการจัดการทรัพยากร ทำให้เกิดภาวะล้มเหลวของรัฐ เช่น การคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย หรือการโกงแบบบูรณาการทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ผู้มีอิทธิพล เช่น การประกันความเสี่ยงในการคอร์รัปชั่น การล็อคสเปกโครงการ การพยายามใช้กลไกทางการเมืองหรือธนาคาร มาเป็นเครื่องมือของตัวเอง และ
4.การล่มสลายของพื้นที่จริยธรรมและศีลธรรมของสังคมไทยอย่างสิ้นเชิง การจำแนกผิดถูก เลว ดี เหลืออยู่น้อยมาก ซึ่งการพูดว่า การโกงเพื่อเอาตัวเองให้รอดนั้น ถือเป็นอุดมคติที่ถูกเผยแพร่ ซึ่งตนเป็นห่วงนักวิชาการที่คัดค้าน ‘อำมาตย์’ นั้น ทำไมที่ผ่านมาไม่ต่อสู้ เพื่อความเท่าเทียมกันในสังคม ซึ่งสภาพเช่นนี้กำลังบ่งชี้ได้ว่ารัฐกำลังล้มเหลว
นอกจากนี้ นายธีรยุทธระบุอีกว่า ในอนาคต ตนมองว่า รัฐในปัจจุบันจะแข็งแรงอย่างแท้จริง จะต้องไม่ใช่ระบบราชการแข็งแรง แต่ต้องมีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง คอยตรวจสอบถ่วงดุลและส่งเสริมอำนาจรัฐ เพราะในปัจจุบันประเทศไทยถูกแทรกแซงจากมหาอำนาจสูง ทั้งด้านทหาร พลังงาน การเงิน เศรษฐกิจ ซึ่งถ้า ต่างประเทศให้เงินเพื่อใช้พรรคการเมืองมาเป็นเครื่องมือในการแทรกแซงก็ไม่น่าจะลำบาก หรือจะทำสงครามได้
นายธีรยุทธ ย้ำว่าการปฎิรูปให้สำเร็จ ต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีอำนาจ มีส่วนร่วม และมีการเสรีภาพ บนความรับผิดชอบ และการแก้วิกฤตของประเทศได้ จำเป็นต้องให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ซึ่งการทำให้รัฐเข้มแข็งอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหาประเทศได้อย่างแท้จริง
นาย ธีรยุทธ กล่าวว่า วันนี้จะไม่พูดการทำงานของคสช.ครบ 1 เดือน เพราะต้องการให้เวลาคสช. ทำงานตามที่ คสช. เรียกร้อง แต่หลัง2-3 เดือน ก็จะประเมินผลงาน คสช. โดยจะชี้ให้เห็นการทำงานในแต่ละด้าน ซึ่งที่ไม่พูดวันนี้ ไม่ได้กลัวกฎอัยการศึกแต่อย่างใด







