
ปปง.ยึดทรัพย์ขบวนการโกงแวต400ล.
ปปง.บุกยึดทรัพย์คดีโกงแวตได้ทรัพย์สินแค่ 300-400 ล้านบาท จากยอดโกงภาษี 4,000 ล้าน
ปปง.บุกยึดทรัพย์คดีโกงแวตได้ทรัพย์สินแค่ 300-400 ล้านบาท จากยอดโกงภาษี 4,000 ล้าน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ ปปง. พร้อมหมายศาลอาญาและตำรวจท้องที่ เข้าตรวจค้น บริษัท ไฮ สแตนดาร์ด มาร์เก็ตติ้ง ที่มีนางพัชรี ศิริโชติ เป็น เจ้าของ โดยได้ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นตู้เซฟขนาดใหญ่จำนวน 2 ตู้ รถยนต์จำนวน 4 คัน ประกอบไปด้วยรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด เฟียสต้า ป้ายแดง ทะเบียน ณ 9919 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน วว 9000 กรุงเทพมหานคร
รถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่ ทะเบียน ฉย 555 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ฟรีด ทะเบียน ชม 9000 กรุงเทพมหานคร และเอกสารต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ ปปง.จะนำตู้เซฟไปเปิดที่สำนักงาน ปปง. เนื่องจากตู้ถูกล็อกเอาไว้
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภายใน 2 ปี สร้างความเสียหายให้กับรัฐมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ปปง.ยังเข้าตรวจค้นพร้อมกันอีก 4 จุด อาทิ อาคารชุดย่านสาทร บ้านพักย่านบางใหญ่ และโรงแรมเดอะฮิลล์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มูลค่ารวมประมาณ 300-400 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของนางพัชรี หลังจากนี้ ปปง.จะดำเนินการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดไว้ตรวจสอบ รวมถึงบัญชีธนาคารและเงินสด รวมถึงทำการอายัดทรัพย์ของน้องสาวและแม่ของผู้ต้องหาอีกด้วย
คดีดังกล่าว กระทรวงการคลังได้ร้องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนิติบุคคลผู้ขายสินค้าเศษเหล็กส่งออกแต่ส่งเศษอิฐไปแทน และปลอมแปลงใบกำกับภาษี โดยกรมศุลกากรตรวจพบทางผู้ต้องหาไปแจ้งความว่าโดนลักลอบเปลี่ยนสินค้าและขอคืนภาษีแวต ช่วง ส.ค.-เม.ย. 2556 จำนวน 4,000 ล้านบาท ได้ส่งเศษเหล็กไปต่างประเทศ เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ข้อเท็จ จริงแล้วได้ส่งเศษหินไปแทน โดยกรมศุลกากรได้ตรวจพบและแจ้งให้กรมสรรพากรรับทราบ แต่ต่อมาบริษัทเจ้าของสินค้าไปแจ้งความว่า สินค้าในตู้คอนเทรนเนอร์ถูกขโมยและเปลี่ยนสินค้าจากเศษเหล็กเป็นก้อนหินเพื่อนำใบบันทึกประจำวันไป เป็นหลักฐาน แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรก็อนุมัติคืนแวต เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท โดยไม่ได้ตรวจสอบว่า มีสินค้าส่งออกไปจริงหรือไม่"
ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กรมสรรพากรตรวจพบว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ถึง 65 บริษัท ซึ่งได้ไล่ตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงแวตไปแล้ว 20 บริษัท โดยมีนายวีรยุทธ แซ่หลก ซึ่งดีเอสไอได้สอบสวนพบว่ามีความผิดจริงจึงได้ขอศาลออกหมายจับ และเสนอให้ ปปง.อายัดทรัพย์สิน ซึ่งอายัดได้แล้ว 132 ล้านบาท และขณะนี้คาดว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีการจับกุมไปประเทศกัมพูชาแล้ว
เสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังในช่วงนั้น คือ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พิจารณาสอบวินัยข้าราชการ 18 คน ในจำนวนนี้ 14 คน ซึ่งเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ8 หรือซี8 ลงไปทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้สอบวินัย ที่เหลืออีก 4 คนที่เป็นข้าราชการระดับ 9 ของกรมสรรพากรนั้น ทางฝั่งกระทรวงการ คลังเป็นผู้สอบวินัย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย
โดยมีนายวีรยุทธ แช่หลก ซึ่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ง.ได้ทำการอายัดทรัพย์สิน ไปแล้ว 132 ล้านบาท
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้กระทรวงการคลัง ได้ร้องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนิติบุคคลผู้ขายสินค้าเศษเหล็กส่งออกและออกใบกำกับภาษีมีพฤติการณ์โกง ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ช่วง ส.ค.เม.ย. 56 จำนวน 4,000 ล้านบาท
ขณะที่นายวีระยุทธ ถูก ป.ป.ง.เข้าค้น 4 จุดยึดทรัพย์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา และขณะนี้คาดว่าได้หลบหนีการจับกุม ไปประเทศกัมพูชาแล้ว
คลังสรุปคดีโกงแวตมูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท เกี่ยวข้อง 65 บริษัท ข้าราชการมีเอี่ยว เล็งตั้งกรรมการสอบ
นายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโกงภาษีมูลค่า (แวต) จำนวน 4,000 ล้านบาท เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีโกงแวตดังกล่าว โดยกล่าวว่า คณะกรรมการฯได้รับข้อมูลจากกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 20 บริษัท จาก 45 บริษัทที่เหลือ ผลปรากฏว่า พบผู้กระทำความผิดเป็นเอกชนกลุ่มเดียวกันกับเอกชนจำนวน 20 บริษัทที่คณะกรรมการฯได้พบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และ มีข้าราชการสรรพากรเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2 คน เป็นระดับปฏิบัติ 1 คน และระดับผู้เชี่ยวชาญ 1 คน โดยเสนอให้นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไปว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยหรือไม่
"การทำงานของคณะกรรมการฯ มีความรวดเร็วมากขึ้น หลังจากที่กระ ทรวงการคลังได้เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมสรรพากรจากนายสาธิต รังคสิริ มาเป็นนายสุทธิชัย สังขมณี ทำให้ได้รับเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนทั้ง65 บริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม"
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีบริษัทที่เกี่ยวข้องรวม 65 บริษัท ก่อนหน้านี้ หรือ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงแวตไปแล้ว 20 บริษัท เสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังในช่วงนั้น คือ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พิจารณาสอบวินัยข้าราชการ 18 คน ในจำนวนนี้ 14 คน ซึ่งเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ8 หรือซี8 ลงไปทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้สอบวินัย ที่เหลืออีก 4 คนที่เป็นข้าราชการระดับ 9 ของกรมสรรพากรนั้น ทางฝั่งกระทรวงการ คลังเป็นผู้สอบวินัย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย
"จากการตรวจสอบพบว่า ผู้กระทำความผิดกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน หรือเป็นกลุ่มเดียว ทำให้การตรวจสอบมีความง่ายมากขึ้น โดยผู้กระทำความผิดระบุว่า ได้ส่งเศษเหล็กไปต่างประเทศ เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ข้อเท็จ จริงแล้วได้ส่งเศษหินไปแทน โดยกรมศุลกากรได้ตรวจพบและแจ้งให้กรมสรรพากรรับทราบ แต่ต่อมาบริษัทเจ้าของสินค้าไปแจ้งความว่า สินค้าในตู้คอนเทรนเนอร์ถูกขโมยและเปลี่ยนสินค้าจากเศษเหล็กเป็นก้อนหินเพื่อนำใบบันทึกประจำวันไป เป็นหลักฐาน แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรก็อนุมัติคืนแวต เป็นเงินจำนวน30 ล้านบาท โดยไม่ได้ตรวจสอบว่า มีสินค้าส่งออกไปจริงหรือไม่"
นอกจากนี้แล้ว ยังพบผู้กระทำความเป็นกลุ่มที่สามคือ 25 บริษัทสุดท้ายจากจำนวนทั้งหมด 65 บริษัท โดยระบุว่า ได้ส่งคอมพิวเตอร์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่สินค้าที่ส่งออกไปจริงเป็นพืชผักผลไม้ เพื่อขอคืนภาษีแวต แต่เนื่องจากสินค้าเกษตรมีภาระภาษีแวต การอ้างว่า สินค้าที่ออกไปเป็นคอมพิวเตอร์ก็เท่ากับผู้ส่งออกได้ขอคืนภาษีแวตอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งบริษัทกลุ่มที่สามนี้ อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน ซึ่งรวมถึง มูลค่าแวตที่ขอคืน เพื่อรายงานปลัดกระทรวงการคลังรับทราบต่อไป







