posttoday
อาหารทะเลสู้สหรัฐ-อียู ใช้ฐานผลิตตปท.ส่งออก

อาหารทะเลสู้สหรัฐ-อียู ใช้ฐานผลิตตปท.ส่งออก

28 มิถุนายน 2557

อาหารทะเลปรับ รับมือสหรัฐอียู ซีพีเอฟใช้ฐานผลิตต่างประเทศส่งออกแทน ทียูเอฟชี้ยังโต 10%

อาหารทะเลปรับ รับมือสหรัฐอียู ซีพีเอฟใช้ฐานผลิตต่างประเทศส่งออกแทน ทียูเอฟชี้ยังโต 10%

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เปิดเผยถึงกรณีอเมริกาและนอร์เวย์รวมทั้งสหภาพยุโรป หรืออียู สั่งห้ามนำเข้าอาหารแปรรูปว่า เบื้องต้นบริษัทจะปรับแผนการส่งออก โดยใช้ฐานการผลิตจากประเทศเวียดนาม มาเลเซีย และอินเดีย ทดแทน เพื่อส่งออกสินค้าป้อนให้กับประเทศในยุโรปและอเมริกา คาดบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักหากโยกฐานการผลิตเพื่อส่งออก จากปัจจุบันบริษัทยังใช้ฐานการผลิตในไทยเป็นหลักส่งออกไปตลาดต่างประเทศ

เอกชนเชียร์รับจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เผยยอดขายยังดี แต่รับห่วงภาพลักษณ์ ไทยยูเนี่ยนคาด เลวร้ายสุดหากสหรัฐอียูไม่ซื้อทูน่ากุ้งไทย เลยกระทบปีละ 5 หมื่นล้านบาท ยังหวังยอดส่งผลยอดขายของบริษัทโต 10% เพราะลูกค้าเข้าใจความพยายามของไทย

ด้าน นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการ (กลุ่มผลิตภัณฑ์กุ้ง) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หรือทียูเอฟ กล่าวว่า ในส่วนของการผลิตสินค้าของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมประมง ไม่ค่อยได้รับผลกระทบต่อยอดการผลิตและการส่งออกมากนัก เนื่องจากมาตรฐานการผลิตได้รับการยอมรับจากทั่วโลก แต่อาจมีปัญหาด้านภาพลักษณ์ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขและฟื้นฟู เพื่อให้สินค้าไทยได้รับการยอมรับทั้งด้านคุณภาพและภาพลักษณ์

ทั้งนี้ เห็นด้วยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายภายหลังจากที่ไทยถูกสหรัฐลดอันดับประเทศไปสู่บัญชีที่ 3 ในเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งที่ผ่านมาไทยทั้งภาครัฐและเอกชนได้พยายามแก้ไขมาตลอด โดยหากเลวร้ายสุดสหรัฐไม่ซื้อกุ้งและทูน่าจากไทยจะกระทบปีละ 5 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของบริษัท ปีนี้เชื่อยอดขายทั้งหมดยังโตได้ 10% ของปี 2556 ที่ทำได้ 1.2 แสนล้านบาทแต่อาจจะทำความเข้าใจกับต่างประเทศได้ไม่ดีพอ ดังนั้นรัฐบาลโดยคสช. ควรใช้วิกฤตินี้จัดระบบในประเทศและชี้แจงสหรัฐฯเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของไทยเช่นการตั้งจุดวันสต๊อบเซอร์วิสที่ชายแดนกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะลดขึ้นตอนความยุ่งยากของแรงงานที่จะไทยและตัดตอนการค้ามนุษย์ ซึ่งคาดว่าภายหลังการแก้ไขปัญหาคาดว่าสหรัฐจะทบทวนสถานะประเทศให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทซึ่งจำหน่ายสินค้าอาหารทะเลทั้งกุ้งและปลาทูน่า ไม่ได้รับผลกระทบจากการลดอันดับดังกล่าวเนื่องจากมีการหารือและพูดคุยรวมถึงการเปิดให้ผู้นำเข้าในแต่ละประเทศคู่ค้าได้เข้าเยี่ยมชมสายการผลิตมาต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าบริษัทเคารพสิทธิมนุษยชนและดูแลแรงงานอย่างดีเสมอภาคทุกชาติและศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้บริโภคระยะสั้นยอมรับว่าอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่ไม่มาก

“ อย่างเลวร้ายที่สุดหากสหรัฐจะไม่ซื้อสินค้ากุ้งและทูน่าของไทยเลยก็จะได้รับผลกระทบปีละประมาณ 5 หมื่นล้านบาท แต่ผมคิดว่าจะไม่เวลร้ายระดับนั้นเพราะสินค้าไทยเมื่อเทรยบกับประเทศอื่นในชนิดและราคาเดียวกันลูกค้าจะเลือกสินค้าของไทยในลำดับแรก”นายฤทธิรงค์กล่าว

ทั้งนี้ในปี 2557 บริษัทคาดว่า ยอดจำหน่ายของสินค้าทุกกลุ่มสินค้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ของปี2556 ที่มีรายได้ประ 1.2 แสนล้านล้านาทโดยยอดจำหน่ายสินค้าประมงในสหรัฐประมาณ 41% หรือ 4.8 หมื่นล้านบาทของยอดรายได้ของบริษัท โดยเป็นรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์กุ้งประมาณ 12-14%

ในขณะที่ด้านการค้าของกลุ่มสหภาพยุโรปนั้นเมื่อมีการยุติการเจรจาของรัฐในเรื่องของเอฟทีเอ อาจจะชะลอไปส่งผลให้ไทยอาจได้รับผลกระทบในเรื่องของสิทธิพิเศษทางภาษีทำให้ภาษีส่งออกอาหารทะเลของไทยสูงกว่าประเทศอื่น โดยสินค้ากุ้งดิบของไทยจากภาษี 4% จะเพิ่มเป็น 12%ในต้นปี 2558 ในขณะที่กุ้งปรุงแต่งมีการเก็บภาษีเพิ่มจาก 7% เป็น 20 % เมื่อ 1 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา ดังนั้นเห็นว่าในระหว่างนี้ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแรงงานเพื่อรองรับการเติบโตทางการค้าในอีก 45 ปีข้างหน้าเมื่อผลผลิตกุ้งกลับฟื้นจากโรคตายด่วน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท