
หน.คสช.วอน"จารุพงษ์-จักรภพ"มอบตัว-ห้ามจัดเลี้ยงระดมทุน
ประยุทธ์ วอน จารุพงษ์ จักรภพมอบตัว เพิ่มพูนคดีไม่เป็นผลดี พร้อมให้ความเป็นธรรม ติงจัดเลี้ยงระดมทุนไม่เหมาะขอให้เลิก
ประยุทธ์ วอน จารุพงษ์ จักรภพมอบตัว เพิ่มพูนคดีไม่เป็นผลดี พร้อมให้ความเป็นธรรม ติงจัดเลี้ยงระดมทุนไม่เหมาะขอให้เลิก
วันที่ 27 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยกล่าวตอนหนึ่งถึงกรณีที่นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายจักรภพ เพ็ญแข ยังคงเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร โดยพยายามโจมตีคสช.ถึงการเชิญบุคคลมารายงานตัวได้กระทำการล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพ การหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นความจริง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องที่มีการกล่าวว่า มีการกักขังทางการเมือง เรียนว่า ไม่ใช่การเมืองที่ทำในวันนี้ พวกเราไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ได้เป็นศัตรูของใคร เราต้องการทำให้บ้านเมืองเป็นปกติ หลายมิติเนื่องจากบ้านเมืองมีปัญหาซับซ้อนมากมาย วันนี้ที่เราเรียกมาทั้งหมดนั้น ถ้าไม่ได้ผิดกฎหมายเราต้องปล่อยกับไป เรียนไปหลายครั้งแต่ยังมีความกังวลกัน วันนี้ที่เรียกมาได้ปล่อยกลับไปหมดแล้ว ที่เหลือได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เพราะมีการถือกฎหมายอื่น ๆ กฎหมายอาญา กฎหมายปกติ มีหมายเรียก หมายศาล จึงต้องส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เขาสามารถไปต่อสู่คดีได้ แม้กระทั่งคดีที่ส่งศาลทหาร คสช. ยังสามารถให้ประกันตัวสู้คดีได้ ตรงนี้ก็เหมือนกับวิธีการปกติใกล้เคียงกันมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นการขึ้นศาลทหารก็ตาม แต่อย่าไปกังวลกับศาลทหาร
“ คดีตัวอย่างเช่น จารุพงศ์ เรื่องสุวรรณ จักรภพ เพ็ญแข ซึ่งมีคดีอยู่มากมาย (คดี 116(2) คดีอาญา ฯลฯ) หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับท่านและเรียนว่าให้กลับมา ถ้ากลับมาเราจะดูแลให้เกิดความยุติธรรม เกิดความชอบธรรมตามที่ท่านต้องการ วันนี้ถ้าท่านยังต่อสู้อยู่แบบนี้ ผมว่าคดีท่านคงมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายหมิ่นประมาทมากมาย ท่านต้องถูกดำเนินคดีต่อไป ฉะนั้นอย่าให้คนเหล่านี้เป็นคนชี้นำประเทศไทยโดยเด็ดขาด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
หัวหน้าคสช. กล่าวว่า ถ้าเรื่องใดเชื่อว่าเป็นคดีทางการเมือง ต้องไปพิสูจน์หลักฐานกันและนำไปแก้ไขในระยะที่ 2 ว่า จะต้องทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรม ชอบธรรม การเมืองต้องเป็นเรื่องของการเมืองและไปว่ากันต่อไป แต่เรื่องใดที่ผิดกฎหมายคดีอาญา การใช้อาวุธสงคราม สั่งการ การทำให้เกิดการบาดเจ็บ สูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถือว่าอันตราย คนเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการโดยเด็ดขาดทางกฎหมายเช่นเดียวกัน เพราะเรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดความขัดแย้งทั้งที่ผ่านมา และถ้าหากว่าเราทำให้เกิดเป็นรูปธรรมอาจจะเกิดเป็นความขัดแย้งในอนาคตอีกด้วย ฉะนั้นต้องทำอย่างระมัดระวัง สื่อต่าง ๆ ต้องระมัดระวังในการลงข่าวสาร ต้องถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนว่า เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร ถ้าเขียนไปเอง จิตนาการไปเอง จะทำให้เสียหายในอนาคต เพราะว่าการพูดจาของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในอดีต ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึง หน.คสช. ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในระหว่างนั้น 6 เดือนที่ผ่านมา ได้มีบทบาทหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง บังคับใช้กฎหมาย และปฏิบัติตาม และะปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลในขณะนั้น ไม่ได้ไปร่วมคิดร่วมปฏิบัติกับฝ่ายใดทั้งสิ้น เราต้องแยกแยะตัวเราให้ออก ว่าเราอยู่ตรงจุดไหน อะไรเป็นเรื่องของประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กลไกของรัฐ ในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ก็ต้องทำตามนั้น ฉะนั้นที่ผ่านจะไม่เข้าใจ ตนจะไม่ทำให้กองทัพเสียหายแบบนั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่มีความจำเป็น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงต้องมี คสช. วันนี้หลายฝ่ายหรือบางฝ่ายได้ทำไปแล้ว และจะพยายามจะทำต่อขอห้ามไว้ตรงนี้ว่า ห้ามการจัดงานรักษาลักษณะ เช่นนี้อีก
“ เช่น การจัดการพูดคุยทางการเมือง รับประทานอาหารระดมทุน ไม่ว่าจะไปช่วยเหลือใคร สิ่งนี้ยังไม่ถึงเวลา ถ้ามีการระดมได้เมื่อไหร่ พูดคุยได้เมื่อไหร่ เป็นกลุ่มเรื่องการเมืองก็จะไปหารือว่าจะทำอะไรต่อไป ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งต้องมา ต้องมาทุกพวกทุกฝ่าย ต้องกลับไปสู่วงจรเก่า ๆ อีก ซึ่งขอความร่วมมืออย่าทำอีก ฉะนั้นถ้าอยากพูดคุยต้องไปคุยที่บ้านเงียบ ๆ สองคน ถ้าออกมาจัดการชุมนุมหรือจัดงานเลี้ยงข้างนอกไม่ได้ เพราะผิดข้อกำหนดของ พรบ.กฎอัยการศึก ถ้าทำอีกจะถูกเรียกตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี ฐานะผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. สื่อก็จะต้องพิจารณาตรวจสอบให้ดีก่อนลงข่าว ต้องตรวจสอบกับทาง คสช. ก่อน”
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า การปฏิบัติต่อผู้เห็นต่าง หรือการชุมนุมอื่น คสช. พยายามที่จะใช้มาตรการที่ละมุนละม่อม วันนี้ได้เชิญนิสิต นักศึกษาที่ยังขัดแย้ง ยังมีความเห็นไม่ตรงมาพบ ได้ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 เชิญมา พูดคุยซึ่งต่างคนต่างเข้าใจในเหตุผล ในปัญหา ความเข้าใจในแต่ละฝ่าย วันนี้ดีขึ้นแล้ว เราไม่ต้องการให้มีการบังคับการใช้กฎหมายอย่างรุนแรง มีเฉพาะว่าจะลดอย่างไรให้ได้มากที่สุด ช่วงนี้จึงต้องขอให้มีความอดทนไปก่อน ถ้าตามใจท่านวันนี้ประเทศชาติยังไม่สงบเรียบร้อย จึงต้องขอเวลา ในส่วนการจำกัดเสรีภาพแทบจะไม่มี เว้นเสรีภาพทางความคิดที่เป็นภัยต่อการปฏิบัติงาน ก็จำเป็นต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่าต้องไม่ขัดแย้ง ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหามากมาย







