
บัวแก้วยันต่างชาติยังสั่งสินค้าไทย
กต.-แรงงาน-สมาคมอาคารแช่งแข็งยันต่างประเทศยังสั่งสินค้าจากไทยหลังถูกมะกันปรับลดค้ามนุษย์ ย้ำเดินหน้าแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวเต็มที่
กต.-แรงงาน-สมาคมอาคารแช่งแข็งยันต่างประเทศยังสั่งสินค้าจากไทยหลังถูกมะกันปรับลดค้ามนุษย์ ย้ำเดินหน้าแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวเต็มที่
นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ พร้อมด้วย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมกันแถลงถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ภายหลังสหรัฐอเมริกาลดอันดับไทยจากรายงานการค้ามนุษย์อยู่ในระดับต่ำสุด
โดยนายทรงศัก กล่าวว่า ไทยมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการปกป้องแรงงาน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ กระทรวงได้มีหนังสือถึงนายจอห์น แคร์รี่ รมว.การต่างประเทศของสหรัฐ เพื่อยืนยันว่าไม่เห็นด้วยและรู้สึกผิดหวังที่สหรัฐมองว่าไทยไม่ดำเนินการใดๆ ในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์
ขณะที่ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี กำลังทำหนังสือถึง สส. สว. สหรัฐ ที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ และกลุ่มสส.สหรัฐ 20 คน ที่เป็นสมาชิกของเพื่อนประเทศไทย (Firend of Thailand) ยืนยันว่าไทยจะยังคงทำงานหนักอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าแรงงานเด็กและผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม
นายทรงศัก กล่าวต่อว่า สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ในสหรัฐและยุโรปได้ดำเนินการชี้แจงในเบื้องต้นกับผู้เกี่ยวข้องและผู้ซื้อรายใหญ่ ว่ารายงานของสหรัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างไรบ้าง และประเด็นใดที่เป็นปัญหาก็ได้เร่งดำเนินการแก้ไขอยู่ ขณะเดียวกันก็ได้ประสานกับภาคประมง ซึ่งผู้ซื้อรายใหญ่ของสหรัฐยืนยันว่าจะยังซื้อสินค้าจากไทยต่อไป รวมทั้งบรรดาผู้ซื้อยินดีให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในไทย
“ผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกายังได้ประสานกับผู้ซื้อในยุโรปเพื่อสนับสนุนสินค้าไทยด้วย และตัวแทนจากบริษัทคอสโก ซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ยืนยันจะเดินทางมาประเทศไทย 28 ก.ค.นี้ และอาจจะมีผู้ค้ารายอื่นตามมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ จะประสานงานกับภาคเอกชน และกำหนดการดูงานเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ประโภคอย่างต่อเนื่อง”นายทรงศัก กล่าว
นอกจากนี้ กรณีมีรายงานระบุว่าโฮมฟูดด์ของสหรัฐระงับการสั่งซื้อจากซีพี และวอลล์มาร์คกับคอสโก้กำลังพิจารณา โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ อีกทั้ง กำลังพิจารณาเตรียมการโดยอาจจะมีคณะผู้แทนจากไทยเดินทางไปสหรัฐและยุโรป เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคในยุโรปที่ยืนยันดำเนินการแก้ปัญหาทั้งระบบในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งหลังจากนี้หน่วยงานที่มาทำงานด้านการค้ามนุษย์จะประชุมและสรุปความคืบหน้าในการทำงาน รวมทั้งพิจารณาผลกระทบกรณีรายงานที่ออกมา และมีการให้ข่าวไม่จริง ก็จะได้ชี้แจงต่อไป
“การทำงานทั้ง 2 เรื่องที่ผ่านมาในเรื่องการค้ามนุษย์และเรื่องแรงงานนั้น ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการที่ผู้ซื้อรายใหญ่ของสหรัฐเข้าใจนั้น นอกจากเชื่อมั่นในไทยแล้ว เขาได้มอนิเตอร์ผู้ซื้อ ซึ่งยังเชื่อมั่นต่อสินค้าที่ส่งออกจากประเทศไทย”อธิบดีกรมอเมริกา กล่าว
ขณะที่ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีแนวทางชัดเจนในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ และแรงงานเด็กมาตั้งแต่ปี 2512 โดยมีกฎหมายห้ามใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 15 ปี และจะมีการติดตามตรวจการใช้แรงงานอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันต้องผลักดันให้แรงงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องเพื่อจะได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิการ
สำหรับแรงงานบังคับในเรือประมงได้เปิดให้จดทะเบียนปีละ 2 ครั้ง และมีนโยบายส่งเสริมให้ทำสัญญาจ้างเพื่อดูแลลูกจ้างตามหลักมาตรฐานสากล รวมทั้งยังมีกฎกระทรวงหลักที่ 10 ที่บัญญัติเรื่องค่าจ้าง วันลา คุ้มครองความปลอดภัยในการทำงาน และอยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมให้คุ้มครองแรงงานบังคับมากขึ้น เพิ่มอายุแรงงานประมงจาก 16 ปี เป็น 18 ปี นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์ประสานงานประมง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ส่วนกรณีที่จะมีการขอยื่นถอดสินค้า 4 รายการ จาก 5 รายการ ที่ถูกขึ้นบัญชีว่ามีการใช้แรงงานเด็กนั้น กระทรวงจะทำแผนเพื่อไปชี้แจงกับสหรัฐ โดยมีการตั้งศูนย์ประสานงานแรงงานประมงใน 7 จังหวัดจากจังหวัดชายทะเล 21 จังหวัด มีการทำข้อตกลงหรือเอ็มโอยูกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นต้นทางแรงงานประมาณ 4 แสนคน ซึ่งศูนย์นี้จะมีหน้าที่คุ้มครองแรงงาน รวมถึงเยียวยาหากมีปัญหา และทำตามกฎหมายจีแอลพี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 3 ฉบับ ในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน และกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานเด็ก เพราะทราบว่าประเทศเหล่านี้จะใช้กรณีดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการกีดกันสินค้าไทย มีการเข้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทย และมีแผนปฏิบัติการทำงานให้เห็นว่าลดการใช้แรงงานเด็กอย่างชัดเจน และมีการติดตามทำสำรวจอย่างเป็นทางการ
ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาแรงงาน ทำให้แรงงานเข้าระบบ ทำให้ภาคเอกชนมีความหวัง และเชื่อมั่นว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะทำให้ต่างชาติเห็นว่าไทยจริงจังในการแก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบ และยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการยกเลิกสินค้าจากไทย แต่ได้มีการชี้แจงกับสหภาพยุโรป สื่อ และเอ็นจีโอในยุโรป จึงมีความเข้าใจ ดังนั้น ขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีลูกค้ารายไหนที่ยกเลิกทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ส่วนกระบวนการการติดตามผลการดำเนินคดีและผู้กระทำผิดคดีค้ามนุษย์ นายทรงศัก กล่าวว่า จะมีการดำเนินงานแบบบูรณาการ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และศาลอย่างใกล้ชิด ซึ่งยอมรับว่ากระบวนการติดตามคดีค่อนข้างมีขั้นตอน แต่ทางคณะทำงานแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ได้กำชับให้ความสำคัญกับคดีค้ามนุษย์ โดยให้เร่งรัดนำมาดำเนินคดีให้เร็วขึ้น







