
ปปท.สอบรัฐวิสาหกิจ
ติดดาบ ป.ป.ท.เพิ่มอำนาจตรวจสอบทุจริตในรัฐวิสาหกิจ รวมถึงหน่วยงานส่วนท้องถิ่น
ติดดาบ ป.ป.ท.เพิ่มอำนาจตรวจสอบทุจริตในรัฐวิสาหกิจ รวมถึงหน่วยงานส่วนท้องถิ่น
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบนโยบายสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยระบุว่า ได้มอบหมายให้ ป.ป.ท.มีอำนาจในการตรวจสอบการทุจริตหน่วยงานราชการทั้งของรัฐและรัฐวิสาหกิจรวมทั้งส่วนท้องถิ่น สรุปรายงานให้ คสช.ทราบเพื่อพิจารณาอย่างต่อเนื่อง และขอให้กำชับหน่วยงานภายใต้การกำกับให้ความร่วมมือด้วย
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า สำนักงาน ป.ป.ท. มีกฎหมายบังคับใช้ 89 ฉบับ ถ้าทำเรื่องการปราบทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังทำได้อยู่แล้ว นอกจากกฎหมายแล้ว ยังมี พ.ร.บ.ระเบียบวินัยข้าราชการพลเรือนกำกับอีก หากข้าราชการทุจริตคอร์รัปชั่นนอกจากจะมีโทษทางอาญายังต้องได้รับโทษทางวินัยอีกด้วย ไม่ว่าจะหน่วยงานใดไม่ยกเว้นแม้แต่ทหาร
“ที่ผ่านมาคดีทุจริตคอร์รัปชั่นของ ป.ป.ท มีถึง 8,000 คดี เสร็จเพียง 42% ทำได้ยังไม่ถึงครึ่ง และอีก 3,000 คดียังค้างอยู่ ซึ่งกว่าขั้นตอนการสอบสวนจะเสร็จสิ้นจนมีการลงโทษทางอาญาจะช้า ดังนั้นหากใช้ความผิดทางวินัยจะเป็นมาตรการลงโทษที่เร็วขึ้น โดยผู้บังคับหน่วยและผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบร่วมกันหากเกิดปัญหานี้ขึ้นในหน่วยงาน”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยได้คะแนน 35 จาก 100 คะแนน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น







