
คุมสร้างบ้านรับแผ่นดินไหว
กรมโยธาฯ เพิ่มพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว คุมเข้มถึงบ้านอยู่อาศัย คาดต้นทุนเพิ่ม 5%
กรมโยธาฯ เพิ่มพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว คุมเข้มถึงบ้านอยู่อาศัย คาดต้นทุนเพิ่ม 5%
นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า จากเหตุแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเสี่ยงภัยในปัจจุบัน จึงได้แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 โดยเพิ่มเติมพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว
ทั้งนี้ จะยกระดับพื้นที่เฝ้าระวังในภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา สุราษฎร์ธานี และเพิ่มเติมพื้นที่เสี่ยงภัยตามกลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ ได้แก่ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิษณุโลก ให้เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ซึ่งจะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น
นอกจากนี้ จะทบทวนความสูงของอาคารควบคุมตามกฎกระทรวงที่กำหนดความสูงของอาคารตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป แต่จากเหตุแผ่นดินไหวใน จ.เชียงราย พบว่าอาคารที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นอาคารบ้านเรือนขนาดเล็ก จึงมีแนวคิดที่จะไม่กำหนดเรื่องของความสูงของอาคาร โดยจะให้อาคารบ้านเรือนที่ต้องขออนุญาตกับท้องถิ่นต้องก่อสร้างตามที่กฎกระทรวงกำหนดด้วย อย่างไรก็ตาม กรมยังอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมาพิจารณาประกอบด้วย
สำหรับอาคารที่สร้างก่อนกฎกระทรวงบังคับใช้ในปี 2550 แต่ต้องการจะเสริมความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ซึ่งสามารถทำได้โดยสมัครใจ หลังจากนี้กรมจะแก้ไขกำหนดให้มีการตรวจสอบอาคารที่สร้างก่อนปี 2550 หากแข็งแรงไม่เพียงพอก็จะให้เสริมความมั่นคงแข็งแรง เพื่อลดผลกระทบจากแผ่นดินไหวจากอาคารเก่า
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้ความเห็นว่า การแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนในการสร้างบ้านเพิ่มอย่างน้อย 5%







