
วิถีชีวิตเกษตรกรไทยพัฒนาได้ด้วยท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบยั่งยืน
ในปัจจุบันนี้การดำเนินชีวิตของคนไทยในภาคชนบทของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ที่อิงเกษตรกรรมเป็นรากฐานในการดำรงชีวิต ด้วยเหตุผลที่สืบเนื่องมาจากนโยบายภาครัฐทุกยุคทุกสมัยเกือบศตวรรษ ที่สนับสนุนให้กลุ่มทุนมาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น แรงงานภาคการเกษตรในชนบทที่เคยมีชีวิตแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ต่างก็ย้ายถิ่นที่อยู่จากชนบทหลั่งไหลเข้ามาสู่เมือง โดยมากมักจะเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างที่ทราบกันดีอยู่
ในปัจจุบันนี้การดำเนินชีวิตของคนไทยในภาคชนบทของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ที่อิงเกษตรกรรมเป็นรากฐานในการดำรงชีวิต ด้วยเหตุผลที่สืบเนื่องมาจากนโยบายภาครัฐทุกยุคทุกสมัยเกือบศตวรรษ ที่สนับสนุนให้กลุ่มทุนมาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น แรงงานภาคการเกษตรในชนบทที่เคยมีชีวิตแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ต่างก็ย้ายถิ่นที่อยู่จากชนบทหลั่งไหลเข้ามาสู่เมือง โดยมากมักจะเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างที่ทราบกันดีอยู่
พื้นที่การเกษตรจำนวนมากถูกซื้อ ถูกขายเปลี่ยนมือ และท้ายที่สุดเปลี่ยนแปลงมาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมมากขึ้น มีการบริหารจัดการและสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้มากขึ้น โดยใช้เงินภาษีของรัฐเป็นงบประมาณ มีการจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านในอดีตมากขึ้น มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น รวมทั้งมีการเกิดของชนชั้นกลางมากขึ้น และระบบเศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนไปในแนวทางของประเทศตะวันตก และระบบการเงินของธุรกิจที่เน้นกำไรขาดทุนมากกว่าความเอื้ออาทรในแบบสังคมไทยในอดีต
ดังนั้น วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิมที่เคยยึดถือแต่โบราณ จึงได้เปลี่ยนไปทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล จังหวัด และในระดับประเทศ
อย่างไรก็ดี การทำการเกษตรของเกษตรกรไทยที่ยังคงเหลืออยู่นั้นยังคงมีลักษณะทางวัฒนธรรมไทยที่ดำรงและมั่นคงอยู่ รวมทั้งยังสามารถรักษาเอกลักษณ์ไทยให้มีความเป็นวัฒนธรรมไม่น้อยกว่าความเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ เพราะยังเป็นวิถีชีวิตของการทำเกษตรกรรมที่ขึ้นกับธรรมชาติ สายน้ำ แสงแดด ผูกพันกับธรรมชาติ และคติความเชื่อตามประเพณี ธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาแต่บรรพกาล ทำให้วิถีการทำเกษตรกรรมในประเทศไทยยังเป็นเสาหลักของการสืบทอดวัฒนธรรม วิถีชีวิต ประเพณีต่างๆ ที่ผมเชื่อว่าเราสามารถนำมาเชื่อมโยงกับกระแสความนิยมของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ประเทศไทยเราน่าจะได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในเชิงภูมิศาสตร์ทำเลที่ตั้งของราชอาณาจักรไทย
นอกจากนี้ แม้ว่าสังคมชนบทกำลังเปลี่ยนไปตามกรอบความเจริญของแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศไทยก็จริง ทว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ช่วยทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้มากขึ้นจนเป็นชนชั้นกลางได้ เพราะว่าในข้อเท็จจริงเป็นเพียงการเปลี่ยนจากเกษตรกรแบบดั้งเดิมมาเป็นเกษตรกรรับจ้าง หรือผู้ประกอบการรายย่อย หาใช่ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่อีกต่อไป ส่วนลูกหลานเกษตรกรนั้น โอกาสจะกลับมามีอาชีพเกษตรกรรมเหมือนบรรพบุรุษแทบไม่มี
แต่หากเราจะมาพิจารณาให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน ใช้ความเข้มแข็ง ความขยันขันแข็งของวิถีชีวิตเกษตรกรไทยที่เหลืออยู่มาพัฒนาให้เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว ขณะที่กระแสการท่องเที่ยวในแต่ละประเภทของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป นักท่องเที่ยวเชิงเกษตรและประมง นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นักท่องเที่ยวด้านสันทนาการหรือกีฬา รวมถึงนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
การท่องเที่ยวเชิงเกษตรในประเทศไทยที่เรารู้จักกันดีมีด้วยกันหลายประเภท อาทิ การเที่ยวสวนชิมผลไม้ การเรียนรู้การทำไร่นาสวนผสม การปลูกป่าคืนสู่ธรรมชาติ หรือการเข้ามาศึกษาวิถีชีวิตชาวบ้านแบบคลุกคลีตีโมงร่วมอยู่อาศัยในส่วนหนึ่งของบ้านพักเกษตรกร ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน หรือแม้กระทั่งชาวประมงในพื้นที่ชายทะเล ที่เราเรียกกันว่าการพักค้างแรมใน Home Stay ก็เริ่มเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของประเทศไปส่วนหนึ่งแล้ว เช่น ในย่านลุ่มน้ำแม่กลอง หรือภาคเหนือของไทย
แต่สภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน วิสาหกิจเหล่านี้มักจะไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากนัก นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ยังมีการเรียกเก็บหัวคิวจากผู้ประกอบการโดยผู้มีบารมีในพื้นที่ ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้เป็นปัญหาที่ซ่อนอยู่สืบเนื่องมาอย่างยาวนานในหลายพื้นที่ที่มี Home Stay ให้บริการอยู่
สาเหตุหลักๆ คือชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดการศึกษา ขาดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขายและการตลาดในด้าน On Line รวมถึงขาดแคลนเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการพัฒนา Software ที่จำเป็นในด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น Website หรือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดในการเผยแพร่ Home Stay และพื้นที่ของตนเองครอบคลุมไปถึงทักษะและอำนาจในการต่อรองเจรจาผลประโยชน์กับตัวแทนการขายต่างๆ ทั้ง Off Line และ On line ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืนภาครัฐ ควรให้การสนับสนุนทั้งแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ องค์ความรู้ในการบริหารจัดการสถานที่พักแบบ Home Stay การดูแลความสะอาดของการปรุงอาหารและเครื่องดื่ม การให้ใบอนุญาตและเกณฑ์การชำระภาษีอย่างถูกต้อง มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสังคม การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับจริยธรรมและคุณธรรม ตลอดจนความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ประกอบการ รวมถึงการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐในการทำการขาย การตลาดและการประชาสัมพันธ์ของแหล่งท่องเที่ยว Home Stay ในประเทศไทย
การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรควบคู่กับการพัก Home Stay ในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล เช่น การทำนาดำนาหว่านของชาวนา การปลูกดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ผลไม้ต่างชนิดของชาวสวน หรือการปลูกพืชไม้ดอกไม้ประดับของชาวไร่ การทำปศุสัตว์หรือเลี้ยงวัวควายช้างของคนไทย วิถีชีวิตที่สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยในชนบท งานบุญ งานบวช รวมถึงวัฒนธรรมทางด้านการประกอบอาหาร ที่สะท้อนวิถีไทยให้ชาวต่างชาติหรือแม้กระทั่งคนไทยในภูมิภาคอื่นได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด
การท่องเที่ยวนั้นสามารถที่จะมีส่วนร่วมคู่ขนานไปกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในด้านเกษตรกรรม ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าหากประเทศไทยของเรามุ่งเน้นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันมุ่งเน้นการรักษาและอนุรักษ์สังคมครอบครัวที่อบอุ่น ยึดถือประเพณี วิถีชีวิต ตลอดจนอัธยาศัยน้ำใจไมตรีจิตที่บรรพชนในอดีตต่างรักษาไว้และสืบทอดเป็นมรดกมาจนถึงปัจจุบันให้แต่ละชุมชน หมู่บ้านและตำบลต่างรักษาสืบทอดไปนับแต่บัดนี้จากรุ่นสู่รุ่นตลอดไป ภาครัฐควรจะมีแผนงาน รวมทั้งให้การสนับสนุนกิจการ Home Stay ของชาวบ้านในชนบทให้มากกว่านี้ครับ
ในแต่ละปีนั้นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลได้เข้ามาสู่ระบบการท่องเที่ยวไทยในระดับที่ว่ากันว่าเกือบ 10% ของจีดีพีในประเทศครับ แต่เม็ดเงินที่ว่านี้คงมีไม่มากนักเท่าไรที่จะตกถึงมือชาวบ้านโดยตรง อีกทั้งคงไม่สามารถสร้างงานในชนบทเพื่อให้สังคมครอบครัวไทยอยู่กันพร้อมหน้ากันทุกวันได้อย่างอบอุ่นเฉกเช่นในอดีต รวมทั้งคงไม่ได้ช่วยให้ชาวบ้านได้มีรายได้อย่างยั่งยืนตลอดปี นอกเหนือไปจากการประกอบอาชีพในฤดูการผลิตพืชผลทางการเกษตรเพียงไม่กี่เดือนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน







