
ตร.สรุปผลกวาดล้างพนัน-อาวุธสงครามกว่าพันคดี
ตำรวจแถลงผลกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายหลังคสช.เข้าบริหารประเทศ จับพนันบอล 1.7 พันคดี ยึดตู้ม้า 3.3 พันตู้ อาวุธสงคราม90คดี
ตำรวจแถลงผลกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายหลังคสช.เข้าบริหารประเทศ จับพนันบอล 1.7 พันคดี ยึดตู้ม้า 3.3 พันตู้ อาวุธสงคราม90คดี
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผู้บังคับการนครบาล1 สำนักงานตำรวจแห่งชาต เปิดเผยระหว่างร่วมแถลงกับทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ผลการดำเนินการบังคับทางกฎหมายของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ในส่วนการดำเนินการกับการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับบ่อนพนันและการพนันฟุตบอล พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบให้พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่อง ซึ่งได้มีการตั้งศูนย์ควบคุมและสั่งการ(CCOC) เพื่อสั่งการไปยังทั้งส่วนตำรวจภูธรและนครบาล เพื่อติดตามการลักลอบเล่นพนันและพนันฟุตบอล
ทั้งนี้ ได้มีการสั่งการให้เน้นดำเนินการกับรายใหญ่ที่มีมูลค่าบัญชีตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีผู้เข้ามาร่วมเล่นพนัน 100 รายขึ้นไป โดยให้นำ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาบังคับใช้ด้วย โดยที่ผ่านมาสามารถจับกุมกรณีที่มีการลักลอบเล่นพนันฟุตบอลทั้งสิ้น 1,795 คดี ผู้ต้องหา 1,846 ราย เป็นเจ้ามือรายใหญ่129 ราย ผู้เล่น 1,655 ราย และคนเดินโพย 60 ราย มูลค่าเงินสดที่ยึดได้ 4.58 แสนบาท มูลค่าโพย 7 ล้านบาท
นอกจากนี้มีการเข้าตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีการเชิญชวนให้เล่นพนันฟุตบอล 1,018 เว็บไซต์ ประสานกับไอซีทีให้ปิดไปแล้ว 707 เว็บไซต์ ส่วนอีก 300 กว่าเว็บไซต์อยู่ระหว่างดำเนินการ
พ.ต.อ.ทรงพล กล่าวว่า ในส่วนการกวาดล้างตู้ม้าเถื่อนหรือ slot machine จับกุมได้ 312 ราย ยึดตู้ม้าไฟฟ้าได้ 3,300 กว่าตู้ แต่ขณะมีการซุกซ่อนวัตถุกระทำผิดซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการเพื่อจับกุมต่อไป
ด้านคดีเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ที่เอาเปรียบประชาชน การทางหนี้ที่มีการข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย หลังจากการระดมกวาดล้าง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยกู้ได้ 303 คดี การข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายเพื่อทวงหนี้ 42 คดี รวม 345 คดี จับกุมผู้ต้องหารวม 439 ราย
รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 กล่าวว่า ทางด้านผลการกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธสงคราม ซึ่งดำเนินการตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 37 สามารถจับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่งได้ทั้งสิ้น 90 คดี โดยบางส่วนเป็นการนำไปวางในพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากไม่กล้านำอาวุธมามอบกับเจ้าหน้าที่ โดยสามารถยึดอาวุธปืนได้ 320 กระบอก ระเบิด 543 ลูก และกระสุนปืน 34,105 นัด ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่กระบวนการตรวจทำลายต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรของชาติ โดยเฉพาะการลักลอบตัดไม้พยุง โดยมีการจับกุมผู้ต้องหารายใหญ่ที่ครอบครองไม้พยุงเกิน 40 ลูกบาศก์เมตร ไม้แปรรูปเกิน 4 ลูกบาศก์เมตร ทั้งสิ้น 25 ราย เป็นมูลค่าเงิน 200 ล้านบาท
ส่วนที่เป็นรายย่อยครอบครองไม้ท่อนต่ำกว่า 40 ลูกบาศก์เมตร ไม้พยุงแปรรูปต่ำว่า 4 ลูกบาศก์เมตร จับกุมผู้ต้องหาได้524 ราย เป็นมูลค่าเงิน 584 ล้านล้านบาท รวมทั้ง 2 กลุ่มรวมจับกุมผู้กระทำผิด 547 ราย มูลค่าเงิน 800 ล้านบาท และหากคิดเป็นการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติก็คิดเป็นไม้พยุงกว่าหมื่นต้น







