
ปิดเส้นตายคืนอาวุธเปิดเกมไล่ล้างบาง
มหกรรมการคืนอาวุธสงครามที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการครอบครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
มหกรรมการคืนอาวุธสงครามที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการครอบครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศออกไปยังผู้ถือครองทั่วประเทศให้รีบนำมามอบให้ทางการและจะไม่มีความผิดเป็นอันสิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ คสช.ขยายเวลาการส่งมอบให้จากเดิมรอบแรกที่สิ้นสุดลงในวันที่ 10 มิ.ย. ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการควบคุมความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศถือเป็นการปิดเส้นตายอย่างชัดเจน
ตัวเลขอาวุธทั้งระเบิด กระสุน ปืน หลังมีประกาศส่งมอบอาวุธสงครามในรอบสองก็มากโข ทั้งจับได้และเข้ายึด รวมจำนวนคือ อาวุธสงคราม 59 กระบอก อาวุธปืนยาว 32 กระบอก อาวุธปืนสั้น 228 กระบอก กระสุน 33,884 นัด ระเบิดขว้าง 332 ลูก ระเบิดยิง 182 ลูก และชิ้นส่วนอาวุธปืน 356 ชิ้น
เหนืออื่นใดคำสั่งของ คสช.สร้างความตระหนกให้กับผู้ที่ถือครอง แต่น้อยคนที่กล้าจะเผชิญเปิดหน้าเข้ามามอบอาวุธให้กับทหารหรือตำรวจ ส่วนใหญ่กลับเลือกที่จะนำไปทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ แทน เพราะกลัวในความผิด แม้ว่า คสช.จะไม่ถือโทษเอาเรื่องก็ตาม
ด้วยว่าอาวุธเหล่านั้นที่ถูกนำไปทิ้งจากผู้ถือครองอาจจะถูกสืบสวนสาวต่อและมีผลไปยังเรื่องต่างๆ ที่อาจจะพัวพันก่อเหตุตามคดีความรุนแรงในห้วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง และสุ่มเสี่ยงที่ทางการจะเข้าตะครุบตัวผู้ถือครอง จึงเกิดความไม่ไว้วางใจในการส่งมอบด้วยตัวเอง
แต่อีกมุมหนึ่ง สาเหตุที่ คสช.ยุติขยายเวลาการส่งมอบอาวุธ ก็เป็นเพราะสมควรแก่เวลาที่ยื่นให้กับผู้ถือครองแล้ว กอปรกับอาวุธสงครามจำนวนนับร้อยนับพันที่ได้มาก็น่าจะเพียงพอกับการดูแลความเรียบร้อย และเฝ้าระวังการเกิดเหตุที่ใช้อาวุธต้านการยึดอำนาจของ คสช. ซึ่งถือเป็นการตัดกำลังของการใช้อาวุธก่อเหตุความรุนแรงได้ในระดับหนึ่ง
ขณะที่จากนี้ข้อมูลต่างๆ ของทหารและตำรวจที่สามารถระบุตำแหน่งตามแหล่งที่มีอาวุธของผู้มีอิทธิพลที่ถือครองจะต้องถูกกวาดล้างเข้ายึดอย่างเต็มรูปแบบ เพราะถือว่าคำสั่งในการให้โอกาสส่งมอบอาวุธสิ้นสุดลง แต่เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือและยังมีการถือครองไม่ส่งมอบให้กับทางการทหารก็มีสิทธิเด็ดขาดตามกฎอัยการศึกที่จะเข้ายึดและทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะสกัดความรุนแรง
กระนั้นใช่ว่าอาวุธสงครามที่เข้าส่งมอบ หรือไปเก็บได้ตามจุดที่ทิ้งไว้ต่างๆ จะหมดไปแล้ว หากแต่ยังคงมีอยู่อีกมากที่จะเป็นโจทย์วัดฝีมือกับ คสช.ว่าจะมีมาตรการเข้าไปยึดเอามาเพื่อสกัดกั้นความรุนแรงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเชื่อได้ว่ายังมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ใช้อาวุธในการเคลื่อนไหวหวังผลประโยชน์ แต่ยังทำนิ่งเฉยไม่ยี่หระต่อประกาศของ คสช. ด้วยว่าหากมีอาวุธไว้ในมือไม่ส่งมอบก็จะได้เปรียบในเรื่องการต่อรองผลประโยชน์และการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ รวมถึงอาจจะใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองในอนาคตข้างหน้า
เฉกเช่นการจับกุมของตำรวจอีสาน จากแก๊ง “ขอนแก่นโมเดล” รวบมาได้ถึง 26 คน ซุกซ่อนอาวุธทั้งปืนอาร์ก้า เอ็ม 16 และปืนกลมือ รวม 16 กระบอก ปืนเอ็ม 79 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนชนิดต่างๆ ในสภาพใหม่เอี่ยมบรรจุอยู่ในลังกระสุนปืนจำนวนหลายกล่อง รวมหลายหมื่นนัด พร้อมด้วยลูกระเบิดขว้างแบบสังหารอีกมาก แก๊งนี้ถือเป็นกลุ่มค้าอาวุธรายใหญ่ที่มีการเชื่อมโยงเตรียมก่อเหตุรุนแรงในหลายพื้นที่ ทั้งที่ จ.นครราชสีมา และลพบุรี
จำนวนนี้คือคลังแสงขนาดย่อมที่พร้อมจะลงสู่สนามรบได้ตลอดเวลา และหากนำไปใช้แน่นอนต้องเกิดการสูญเสียอย่างรุนแรงชนิดเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงบางส่วนของอาวุธสงครามที่ยึดได้ครั้งนี้ ยังมีการซื้อขายจากแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน
แม้ความรุนแรงหลังเข้ายึดอำนาจของ คสช.จะลดน้อยลง หากเทียบกับช่วงเวลาที่มีการชุมนุมทางการเมือง แต่หากมีจังหวะที่เหมาะสม กลุ่มความรุนแรงก็พร้อมจะสบช่องเข้าก่อเหตุได้ เห็นได้ชัดก็จากเหตุระเบิดที่แยกพระราม 9 กลางกรุงเทพฯ ในชั่วโมงเร่งด่วน ระเบิดชนิดนั้นคือ RGD5 ที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุอยู่บ่อยครั้งในการชุมนุมทางการเมือง แม้จะเป็นเพียงครั้งเดียวแต่ก็ถือเป็นความรุนแรงที่เกิดในยุคที่อำนาจอยู่ในมือทหาร เป็นการท้าทายที่ คสช.จะคิดว่าเล็กน้อยไม่ได้
รวมถึงการลักลอบซื้อขายส่งต่ออาวุธตามแนวชายแดนเข้ามายังประเทศไทยยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ขณะที่ตำรวจในฐานะหน่วยงานมือไม้ของ คสช.ในการสกัดกั้นเพื่อป้องกันความมั่นคงก็ยังคงมืดแปดด้าน แม้จะมีข้อมูลแต่ดูเหมือนการสกัดกั้นจะไม่เป็นผล ด้วยว่ามัวแต่รอการส่งมอบจากกลุ่มผู้ถือครองเท่านั้น แต่การติดเบรกการเคลื่อนย้ายอาวุธตามชายแดนกลับยังไม่เป็นรูปธรรมที่ดีพอ เช่น ระเบิด RGD5 ที่ประเทศไทยไม่มีใช้งาน แต่ถูกลำเลียงเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อมาก่อเหตุความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม คำสั่งไม่ขยายเวลาการคืนอาวุธสงครามครั้งนี้ของ คสช.น่าจะเป็นโอกาสที่จะได้ออกกวาดล้างอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างคะแนนความพึงพอใจให้กับสังคมมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะหากบุกเข้าจับกุมได้เยอะก็จะเรียกความสนใจและความชอบธรรมในการเข้ายึดอำนาจประเทศ และกรุยทางให้ คสช.ต่อยอดอำนาจทางการเมืองได้ต่อ เพราะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในทุกด้าน
เป็นภาพที่ คสช.ต้องการให้เกิดขึ้น และเส้นตายที่ปิดลงสำหรับการคืนอาวุธ ก็เป็นโอกาสเหมาะที่ทหารจะได้ขยับเริ่มกิจกรรมออกแรงเข้าปราบปราม โชว์ภาพความเข้มแข็งของสีเขียวให้สังคมได้เห็นกัน







