posttoday
ฮาร์ดชอยส์

ฮาร์ดชอยส์

26 มิถุนายน 2557

ชื่อเรื่องเป็นวลีภาษาอังกฤษ สั้นๆ แต่ได้ความ อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า ทางเลือกที่ยากแก่การตัดสินใจ ซึ่งยืดยาว แต่กลับสื่อความหมายได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ชื่อเรื่องเป็นวลีภาษาอังกฤษ สั้นๆ แต่ได้ความ อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า ทางเลือกที่ยากแก่การตัดสินใจ ซึ่งยืดยาว แต่กลับสื่อความหมายได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ความรับผิดชอบที่มีต่อการตัดสินใจ จะมีความสำคัญมากขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อมีผลประโยชน์ของประเทศชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตัวอย่างของสุดยอดฮาร์ดชอยส์ในกรณีของบ้านเรา คือ การตัดสินใจทำรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่เจ้าของวลีที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือ ฮิลลารี คลินตัน โดยเธอนำมาตั้งเป็นชื่อหนังสือที่เพิ่งเริ่มนำออกวางตลาดในสหรัฐ

เท่าที่ทราบ เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวกับผลงานของคลินตันในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลบารัก โอบามา สมัยแรก คือระหว่างปี 20092013

ก่อนจะพูดถึงอนาคตทางการเมืองของคลินตัน ขอเท้าความย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน ขณะนั้นคลินตันกับโอบามาต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงกันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต สำหรับลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐปลายปีนั้น

โอบามาเป็นฝ่ายชนะ ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่การเมืองสหรัฐ เขาได้เป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศ และอีก 4 ปีต่อมาก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปเป็นสมัยที่ 2

หลังสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยแรก โอบามาเสนอตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศให้คลินตัน เพื่อตอบแทนที่เธอนอกจากจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งของเขาแล้ว เธอและสามีซึ่งก็คืออดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ยังออกมาช่วยหาเสียง และแนะนำให้กลุ่มผู้สนับสนุนของตนเทคะแนนให้โอบามา

คลินตันประสบความสำเร็จอย่างสูงในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ เธอได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งภายในและภายนอกสหรัฐ นอกจากสติปัญญาที่เฉียบคมแล้ว เธอยังได้ชื่อว่าวางตัวได้ดีมาก ส่วนตัวผมไม่เคยเห็นเธอหลุด ยกเว้นตอนที่มาเยี่ยมเมืองไทย เธอแสดงอาการเซ็งๆ ในขณะที่ยืนฟังคำกล่าวต้อนรับของอดีตผู้นำหญิงของเรา

แต่ถึงคลินตันจะเซ็งแค่ไหน ก็ยังไม่น่าเห็นใจเท่ากับความอึดอัดและความอับอายของคนไทยค่อนประเทศที่มีต่อเหตุการณ์ในวันนั้น

คลินตันปฏิเสธไม่รับตำแหน่งต่อในรัฐบาลโอบามา 2 ทำให้โอบามาต้องหันไปใช้บริการของ จอห์น เคอร์รี อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกคนหนึ่ง แต่ผลงานของเคอร์รีที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ไม่โดดเด่นและไม่น่าประทับใจเท่าของคลินตัน

โดยปกติช่วง 2 ปีแรกของสมัยที่ 2 จะเป็นช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐมีอำนาจและบารมีมากที่สุด เพราะนอกจากจะได้ฉันทามติจากประชาชนให้เดินหน้านโยบายที่ประกาศไว้อย่างเต็มที่แล้ว ยังไม่ต้องเป็นกังวลว่าทำอะไรไปแล้วจะเสียคะแนนนิยม เนื่องจากได้เป็นครบ 2 สมัยแล้ว

แต่ตลอดปีกว่าที่เริ่มสมัยที่ 2 เป็นต้นมา ภาพลักษณ์ของรัฐบาลโอบามาที่ไม่มีคลินตันกลับเสื่อมถอยลงเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการต่างประเทศ ซึ่งสำหรับการเมืองสหรัฐถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงยิ่ง

ตัวอย่างความผิดพลาดและความอ่อนแอที่รัฐบาลโอบามาชุดนี้แสดงออกมาให้เห็น มีตั้งแต่หน่วยข่าวกรองถูกจับได้ว่าแอบดักฟังโทรศัพท์ของนายกรัฐมนตรีเยอรมนี รัฐมนตรีกลาโหมประกาศลดกำลังพลลงต่ำที่สุดในรอบ 70 ปี และรัฐบาลประกาศตารางเวลาในการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานทั้งหมด ซึ่งกล่าวกันว่าทำให้ศัตรูภายนอกฮึกเหิม เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในอิรักในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังทำให้รัสเซียไม่เกรงใจ ประกาศผนวกคราบสมุทรไครเมียของยูเครนโดยไม่ใส่ใจกฎกติการะหว่างประเทศ ส่งกองทัพรถถังเข้าไปในยูเครนตะวันออก รวมทั้งมีเรื่องเครื่องบินลำเลียงของยูเครนถูกยิงตก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน

ส่วนเรื่องที่โอบามาตัดสินใจแลกนักโทษตาลีบัน 5 คนกับทหารสหรัฐ 1 นาย ก็เป็นเรื่องที่ภายในสหรัฐเองมีคนไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นความอ่อนแอที่อาจทำให้เกิดผลเสียในระยะยาวมากกว่าผลได้ในระยะสั้น

กล่าวกันว่า เป็นความฉลาดล้ำลึกของคลินตันที่ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลโอบามา 2 เพราะเธอมองเห็นจุดอ่อนของโอบามาก่อนคนอื่น หากขืนอยู่ต่ออาจทำให้ภาพลักษณ์ของเธอพลอยเสียไปด้วย

เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของคลินตันคือการเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ ทุกย่างก้าวที่ผ่านมาล้วนอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่ทำเนียบขาวด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่ในฐานะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเท่านั้น แต่ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศและของโลก

ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะประกาศตัวเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยประเพณียังต้องรอเวลาอีกหลายเดือน ตัวคลินตันเองเมื่อถูกสัมภาษณ์ประเด็นนี้ ก็จะยังสงวนท่าทีอย่างเต็มที่

แต่ถึงกระนั้น คนส่วนใหญ่ก็สรุปแล้วว่า เธอเป็นเต็งหนึ่งสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยหน้า

โพลทุกสำนักที่สำรวจคะแนนนิยมของคลินตัน เปรียบเทียบกับคู่แข่งทั้งในพรรคเดียวกันและต่างพรรค รวมทั้งที่เปรียบเทียบระหว่างเธอกับโอบามา ต่างให้เธอมีคะแนนเหนือคู่แข่งในเกือบจะทุกๆ ด้าน

ตัวต่อตัวระหว่างคลินตันกับโอบามา เธอมีภาพลักษณ์ของความเข้มแข็งมากกว่า เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมากกว่า และเชี่ยวชาญด้านต่างประเทศมากกว่าด้วย โดยคะแนนนิยมชนะกันแบบขาดลอย กล่าวคือ เธอได้เกินครึ่งในทุกกรณี ส่วนโอบามาได้ต่ำกว่าครึ่งทุกข้อ

หนังสือเรื่องฮาร์ดชอยส์ของเธอถูกวางแผนไว้แต่ต้นให้เขียนเสร็จและออกวางตลาดในช่วงนี้ แม้แต่ชื่อเรื่องก็ผ่านการกลั่นกรองและคัดเลือกมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เธอมีภาพของความเป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ต่างจากโอบามาที่มักจะถูกล้อเลียนว่า เวลาอยู่บ้านภรรยาจะเป็นฝ่ายสวมกางเกง ส่วนตัวเขาสวมกระโปรง หรือแม้แต่จะซื้อแมวมาเลี้ยงตัวหนึ่งก็ต้องคิดแล้วคิดอีกเป็นเดือน

คลินตันมีแผนจะเดินทางไปทั่วสหรัฐเพื่อโปรโมทหนังสือ ซึ่งคนส่วนใหญ่ตีความว่าเป็นการประกาศตัวเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในทางอ้อม โดยวิธีนี้จะทำให้เธอโดดเด่นเหนือผู้อื่น กล่าวคือ จะอยู่ในความสนใจของประชาชนก่อนฤดูหาเสียงจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

แน่นอนว่าการเมืองย่อมมีความไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ก่อนวันเลือกตั้งจริงใน 2 ปีกว่าข้างหน้า เช่น อาจมีนักการเมืองอื่นที่มีมุขเด็ดโดนใจประชาชน หรือคลินตันก้าวพลาดเหยียบขาตัวเอง หรือคู่แข่งหาจุดอ่อนของเธอเจอ และโจมตีจนเธอกระแสตก ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น

แต่หากไม่มีเซอร์ไพรส์ คนที่จะมีอำนาจสูงสุดในโลกคนต่อไปน่าจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อ ฮิลลารี คลินตัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท