posttoday
วัดฝีมือ คสช.ผ่าปมสอบทุจริตข้าว

วัดฝีมือ คสช.ผ่าปมสอบทุจริตข้าว

26 มิถุนายน 2557

มหกรรมเรื่องข้าวที่เป็นผลพวงจากนโยบายการรับจำนำข้าวในราคาสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

มหกรรมเรื่องข้าวที่เป็นผลพวงจากนโยบายการรับจำนำข้าวในราคาสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท ยังมีอะไรที่รอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องเข้ามาสะสางอีกมาก

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. คสช.ได้เดินหน้าแก้ปัญหา เริ่มต้นด้วยการจ่ายหนี้จำนำข้าวให้ชาวนาที่ค้างอยู่ประมาณ 9.24 หมื่นล้านบาทเสร็จสิ้น สามารถปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2557 ถือได้ว่าเร็วกว่าเป้าหมายมาก จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะจ่ายหนี้ให้ชาวนาหมดภายในสิ้นเดือน มิ.ย.

ส่งผลให้มีเงินเข้าระบบถึง 9.24 หมื่นล้านบาท เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีเงินก้อนดังกล่าวเข้ามาหมุนเวียนในระบบ

นอกจากนี้ คสช.ยังได้ออกมาตรการดูแลระดับราคาข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2557/2558 ที่ผลผลิตกำลังจะออกมาตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ เพื่อช่วยเหลือชาวนาด้านการลดต้นทุนการปลูกข้าว มาตรการเสริมต่างๆ รวมทั้งมาตรการด้านการตลาด เพื่อให้ระดับราคาข้าวฤดูกาลใหม่นี้อยู่ที่ระดับตันละ 8,500-9,000 บาท

โดย นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย เห็นว่า มาตรการลดต้นทุนให้ชาวนาของ คสช.นั้นเดินมาถูกทางแล้ว เพียงแต่เป็นห่วงในเรื่องทางปฏิบัติ เพราะเป็นการขอร้องให้เจ้าของรถเกี่ยวข้าว พ่อค้าปุ๋ย ลดราคาลงมา ซึ่งหากไม่ได้รับความร่วมมือก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงอยากจะแนะนำให้ใช้กลไกตลาดเข้าเสริม เช่น ให้สหกรณ์การเกษตรซื้อรถเกี่ยวข้าวมารับเกี่ยวข้าวให้ชาวนา ซื้อปุ๋ยมาขายในราคาต่ำกว่าตลาด โดยรัฐบาลอุดหนุนงบประมาณบางส่วน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งการจ่ายหนี้จำนำข้าวให้ชาวนาและการช่วยยกระดับราคาข้าวในฤดูการผลิตที่จะมาถึงยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะปัญหาใหญ่เกี่ยวกับ “ข้าว” ยังมีอีกมากมายที่รอให้ คสช. และรัฐบาลที่กำลังจะจัดตั้งเข้ามาแก้ไข

เริ่มต้นจากการตรวจสอบข้าวที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับจำนำมาว่ามีปริมาณที่แท้จริงเท่าไร เป็นข้าวเสื่อมสภาพปริมาณเท่าไร มีข้าวที่หายหรือสต๊อกลมหรือไม่ ถ้ามีมีปริมาณเท่าไร

ข้อมูลนี้สำคัญมากในการวางแผนการระบายข้าวเพื่อรักษาระดับราคาข้าวในตลาดโลก และราคาข้าวในประเทศไม่ให้ตกต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น สำคัญมากต่อการเอาผิดผู้ทุจริตในโครงการ และสำคัญต่อการวางแผนชำระภาระหนี้จากโครงการรับจำนำข้าว

โดยเฉพาะราคาข้าวที่จะมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาที่ยากจนประมาณ 6.57 แสนครัวเรือน หรือเท่ากับประชากร 2.65 ล้านคน

เพราะหากไม่ทราบปริมาณข้าวที่แท้จริงก็อาจจะประสบปัญหาเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ไปดัมพ์ราคาขายข้าวในตลาดโลกให้ต่ำกว่าคู่แข่งหลายประเทศ เพื่อเร่งระบายข้าวหาเงินมาจ่ายหนี้ชาวนา จนทำให้ข้าวขาวชนิด 5% ของไทยมีราคาเหลือเพียงตันละ 389 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพื่อสู้กับเวียดนามที่เสนอขาย 395 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือข้าวชนิด 10% ของไทย เสนอขายพียง 382 เหรียญสหรัฐ/ตัน ต่ำกว่าเวียดนามที่อยู่ที่ 385 เหรียญสหรัฐ/ตัน

เมื่อราคาขายในตลาดโลกต่ำก็มากดราคาขายข้าวของชาวนาให้ตกต่ำไปด้วย และยังฉุดให้ผลขาดทุนจากนโยบายรับจำนำข้าวมากกว่าที่เคยคาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท

การสำรวจปริมาณข้าวที่รับจำนำมาและเก็บไว้ตามโกดังต่างๆ ทั่วประเทศจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ คสช.ต้องดำเนินการนับจากนี้ เพราะไม่เคยมีใครทราบตัวเลขปริมาณข้าวจากการรับจำนำในช่วง 2 ปีเศษของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีแต่ตัวเลขคาดการณ์ว่าน่าอยู่ระหว่าง 10-18 ล้านตัน

ความไม่ชัดเจนของปริมาณและความเคลือบแคลงในคุณภาพข้าวที่แท้จริง ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้การระบายข้าวออกสู่ตลาดโลกดำเนินการได้ยากและจะประสบปัญหาเรื่องการกำหนดราคา

ที่ผ่านมา คสช.ได้มีการปรับเปลี่ยนประธานอนุกรรมการปิดบัญชีรับจำนำข้าว โดยดึง รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง มานั่งเป็นประธานอนุกรรมการฯ แต่อนุกรรมการฯ ชุดนี้ตรวจสอบเพียงปริมาณข้าวทางบัญชีเท่านั้น ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องข้าวหายอีก 3 ล้านตัน ที่ยังต้องตามหาข้อเท็จจริงว่ามีข้าวอยู่จริงหรือไม่ หากมีอยู่จริงแล้วหายไปได้อย่างไร หรือเป็นเพียงสต๊อกลม

รวมทั้งยังต้องตรวจสอบสต๊อกข้าวที่มีข้อผูกพันซื้อขายแล้วอีก 56 ล้านตันข้าวสาร ว่ามีการขายจริงเท่าไร และดำเนินการขายอย่างถูกต้องหรือไม่อีกด้วย

ขณะที่การตรวจสอบปริมาณข้าวของจริงว่ามีเท่าไรและมีคุณภาพข้าวอย่างไรยังเป็นไปอย่างล่าช้า ที่เห็นมีเพียงการตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และส่งเจ้าหน้าที่ไปล็อกกุญแจโกดังที่เก็บข้าวรัฐตามพื้นที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังไม่ได้เข้าตรวจสอบอย่างจริงจัง โดย ม.ล.ปนัดดาอ้างว่าขอรอข้อมูลข้าวของกระทรวงพาณิชย์ก่อนเข้าตรวจสอบ

ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบข้าวตามโกดังต่างๆ นั้น ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องข้าวพอสมควร เพราะแต่ละโกดังนั้นมีกระสอบข้าวอัดแน่นไปหมด และเพียงแค่นับกระสอบข้าวก็ไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าข้าวสารอยู่ครบหรือไม่ เพราะในกระสอบนั้นอาจมีข้าวสารบรรจุอยู่ หรือนำทรายมาบรรจุแทนก็ได้ หากไม่มีกระบวนการตรวจสอบ หรือมีเทคโนโลยีที่ดีพอ ก็อาจจะถูก “ตบตา” อีกก็ได้

อีกประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองและยังไม่มีความคืบหน้า คือการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยจะเห็นได้ว่าผ่านมา 1 เดือนแล้ว การดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังล่าช้าทั้งที่มีการตรวจสอบสำนวนมากว่า 1 ปี มีข้อมูลข้อเท็จจริงอยู่มากมาย และยิ่งน่าจะทำได้รวดเร็วกว่านี้ เพราะไม่มีแรงกดดันทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา

ดังนั้น คสช.จึงต้องเร่งดำเนินการสางทุจริตโครงการรับจำนำข้าวให้ออกมาเห็นเป็นรูปธรรม รวดเร็ว เหมือนการจ่ายเงินจำนำข้าว เพื่อไม่ให้คนผิดที่ทำให้ประเทศเสียหายสามารถลอยนวลอยู่ในสังคมได้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์