posttoday
คสช. คืนความสุขให้การค้าล้างมาเฟียแรงงาน

คสช. คืนความสุขให้การค้าล้างมาเฟียแรงงาน

25 มิถุนายน 2557

ช่วงนี้เกิดอาการงานเข้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 2 ประเด็นร้อน ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องมาก่อนและเกี่ยวข้องโดยตรง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ช่วงนี้เกิดอาการงานเข้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 2 ประเด็นร้อน ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องมาก่อนและเกี่ยวข้องโดยตรง

งานที่ไม่เกี่ยวข้องเลย คือ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี ค.ศ. 2014 ซึ่งไทยถูกปรับลดอันดับจากกลุ่ม “Tier 2 Watch List” ที่ติดอยู่ในกลุ่มนี้มานาน 4 ปี ลงมาอยู่ในบัญชีกลุ่ม “Tier 3” ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด โดยมีเวลาให้อุทธรณ์และชี้แจงก่อนที่สหรัฐจะดำเนินมาตรการกดดันภายใน 90 วัน

ที่ คสช.ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็เพราะการทบทวนปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยได้มีการเตือนให้แก้ไขก่อนหน้าที่ทหารจะเข้ามาทำรัฐประหาร

ส่วนงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือการที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศลดความสัมพันธ์และปฏิเสธความร่วมมือทางการค้า การเกษตร และการท่องเที่ยวกับไทย เนื่องจากปัญหาการเมืองที่ คสช.ทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา อียูได้เรียกร้องให้ผู้นำทหารดำเนินการเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดในการคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนและจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งอียูจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลที่มาตามหลักรัฐธรรมนูญเท่านั้น

แต่เมื่องานเข้าแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ทั้งนักธุรกิจและนักวิชาการทั้งหลาย เป็นห่วงว่าทั้งสองกรณีนี้จะทำให้ส่งผลต่อการค้าและการลงทุนของไทยลดลง ซึ่งจำเป็นต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยคิดมูลค่าความเสียหายออกมาจากตัวเลขการค้า การส่งออกของไทยไปสหรัฐคือ 10% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

สินค้าที่ไทยถูกกล่าวหาใช้แรงงานเด็กและแรงงานจากการค้ามนุษย์ของกระทรวงพาณิชย์คือ กลุ่มอาหารทะเล (กุ้งและปลา) เป็นหลัก รองลงมาคือเครื่องนุ่งห่ม

ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกกุ้ง ณ ธ.ค. 2556 คิดเป็นมูลค่า 892.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งออกปลา 645.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เครื่องนุ่งห่ม 1,017.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่ สมพล เกียรติไพบูลย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ผลกระทบที่จะคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจะประเมินเป็นตัวเลขได้ยาก เพราะเรื่องการค้าเป็นเรื่องของเอกชน แต่การเสียภาพลักษณ์ของประเทศจะสร้างความเสียหายระยะยาว

แม้การค้าระหว่างภาคเอกชนสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปกติ แต่เอ็นจีโอ สื่อ และกระแสสังคม รวมถึงคู่แข่ง อาจเป็นปัจจัยกดดันสำคัญทำให้บริษัทคู่ค้าต้องทบทวนหรือยุติการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการค้ามนุษย์

อย่างไรก็ดี แม้ความเสียหายทางการค้าอาจจะไม่มากอย่างที่เอกชนประเมินกัน เพราะกรมการค้าต่างประเทศได้รับการยืนยันจากสมาคมผู้นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ของสหรัฐ (National Fisheries Institute : NFI) ว่าจะทำการค้ากับไทยในฐานะคู่ค้าที่ตั้งใจปฏิบัติตามมาตรฐานการใช้แรงงานต่อไป แต่จะไม่นำเข้าหรือทำธุรกิจกับโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานด้านแรงงาน

ปัจจุบันห้าง Whole Foods, Carrefour, ICA หยุดสั่งซื้อกุ้งจาก CP ของไทยแล้ว และห้าง Costco มีแนวโน้มจะหยุดสั่งซื้อกุ้งจากไทยเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มลูกค้าค่อนข้างอ่อนไหวกับประเด็นดังกล่าว ขณะที่ลูกค้าของ Walmart ซึ่งเป็นลูกค้าระดับล่างไม่ใส่ใจประเด็นนี้นัก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ไปผู้ส่งออกไทยอาจมีขั้นตอนและต้นทุนเพิ่มขึ้นในการสำแดง (Declare) ว่าสินค้าของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือการใช้แรงงานผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อก็อาจใช้สถานะ Tier 3 มาเป็นข้ออ้างในการกดราคาซื้อสินค้าจากไทย

ในขณะที่ผู้ส่งออกกำลังตื่นตระหนกกับการถูกกล่าวหาว่าไทยเป็นประเทศที่มีการค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายและจะทำให้การส่งออกลดลง ก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้เสมอไป เพราะตัวอย่างก็มีให้เห็นว่าแม้จะถูกลดระดับการค้า แต่สามารถส่งออกได้มากขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือจีนถูกลดสถานะเป็น Tier 3 จีนยังส่งออกสินค้าไปสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.5% ทั้งๆ ที่สหรัฐนำเข้าสินค้าลดลง 0.4%

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างจีนกับไทยก็คือ อุตสาหกรรม/สินค้าของจีนที่มีปัญหาเรื่องแรงงาน ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ซึ่งผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดหรือไม่ใส่ใจกับปัญหาแรงงาน ขณะที่สินค้าของไทยเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปและสินค้าสำเร็จรูปที่จำหน่ายไปยังผู้บริโภคโดยตรง ระดับการต่อต้าน/ความอ่อนไหวต่อประเด็นปัญหาด้านแรงงาน/การค้ามนุษย์จึงอาจสูงกว่ากรณีของจีนเท่านั้น

อดีตปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีการใช้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องและมีมาเฟียในกระบวนการค้าแรงงานข้ามชาติจริง ซึ่งมีรากเหง้ามาจากผู้มีอิทธิพล นักการเมือง และข้าราชการระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทลายแก๊งค้าแรงงานข้ามชาติอย่างถาวร

“ที่ผ่านมารัฐบาลไหนก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะมีผู้มีอิทธิพลไปเกี่ยวข้องเยอะ แต่ขณะนี้เป็นโอกาสทองที่เรามี คสช.ขึ้นมาบริหาร เรื่องนี้จำเป็นต้องใช้ความเฉียบขาดในการแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลทหารทำได้ แต่รัฐบาลพลเรือนทำไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำจากนี้ไปคือ การจัดระเบียบให้ชัดเจน ลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งนานาชาติจับตามองอยู่ หากเราทำอย่างจริงจังใน 90 วัน สหรัฐก็จะไม่มีมาตรการกดดันทางการค้าออกมา” สมพล กล่าว

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และอดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ คสช. กล่าวถึงกรณีที่สหภาพยุโรประงับความร่วมมือทางการค้าการลงทุนกับไทยว่าอาจมีบางประเทศยังมีปัญหาบ้าง โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ละประเทศจะมีปฏิกิริยาแรงบ้าง เบาบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นสวมหัวโขนอะไร จึงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปโกรธเคืองกัน เพราะต่างประเทศมีมุมมอง มีความเชื่อ และมีผลประโยชน์ของตัวเอง

“อาจจะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีสภาพสังคมที่ทะเลาะกัน ใกล้จะเกิดสงครามกลางเมือง เข่นฆ่ากัน เป็นยุคที่ระเบิดเอ็ม 79 จะไปหล่นที่บ้านใครก็ได้แล้วแต่จะกรุณาหรือไม่ ซึ่งต่างประเทศคงเห็นและรับทราบ แต่จะให้น้ำหนักความสำคัญหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการแสดงบทบาทในเวทีโลก” ที่ปรึกษา คสช.กล่าว

หากชำแหละผลกระทบที่ไทยจะได้รับจากกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ 2 กลุ่มใหญ่ของโลก หากคิดเป็นมูลค่าการค้าการลงทุนอาจจะยังไม่มากนัก แต่ในด้านภาพลักษณ์ประเทศ คสช.จะไม่สนใจก็คงไม่ได้ และโอกาสทองของ คสช.ที่จะล้างมาเฟียแรงงานค้ามนุษย์มาถึงแล้ว ก็ควรรีบดำเนินการเสีย

เรื่องนี้ทำแล้วมีแต่ได้ไม่มีเสีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท