posttoday
ยื่นเรื่องคสช.ค้านโครงการปากบารา

ยื่นเรื่องคสช.ค้านโครงการปากบารา

25 มิถุนายน 2557

สงขลาสตูลวิตกนิคมปิโตรเคมีฯเหมือนมาบตาพุด

สงขลาสตูลวิตกนิคมปิโตรเคมีฯเหมือนมาบตาพุด

ชาวบ้านสงขลาสตูล รวมตัวยื่นหนังสือ คสช. ค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ท่าเรือน้ำลึกปากบารา

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ตัวแทนประชาชน ในนามเครือข่ายปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสงขลาสตูล เข้ายื่นหนังสือขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกโครงการสะพานเศรษฐกิจ หรือแลนด์บริดจ์สงขลาสตูล โดยการก่อสร้างมอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกบ้านสวนกง อ.จะนะ จ.สงขลา กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา อ.ละงู จ.สตูล รวมทั้งก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายด้าน ทั้งแหล่งอาหารและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมี พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ จ.สงขลา เป็นผู้รับเรื่อง

นพ.สุภัทร เปิดเผยว่า ได้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้รองรับอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ทั้งการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ การทำนิคมอุตสาหกรรมและพลังงานภายใต้กรอบแนวคิดโครงการศึกษาและออกแบบโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้น มีการจัดวางยุทธศาสตร์เพื่อที่จะพัฒนาโครงการอื่นๆ ตามมาหลายโครงการ

พ.อ.ธนาวีร์ กล่าวว่า นอกจากชาวบ้านจะนำหนังสือร้องเรียนมายื่นกับทาง คสช.แล้ว ควรยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัดให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย ส่วนหนังสือที่รับจากประชาชนวันนี้จะเร่งนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

ทั้งนี้ สำรวจออกแบบโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา ของกรมเจ้าท่า พ.ศ. 2552 ประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่สงขลาสตูล 140 กิโลเมตร เวนคืนที่ดิน 100 เมตร ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ เชื่อมต่อท่าเรือ การเจาะอุโมงค์พัฒนาเส้นทางสตูลเปอร์ริส ประเทศมาเลเซีย คลังน้ำมัน และโรงแยกกลั่น อ.ละงู พื้นที่ 5,000 ไร่ และ จ.สงขลา อีก 1 หมื่นไร่ การวางท่อน้ำมันดิบตลอดเส้นทางเชื่อมฝั่งอันดามันอ่าวไทย (ปตท.) สร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั้งสองพื้นที่ (สงขลา, สตูล) จัดหาแหล่งน้ำรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต สร้างโรงไฟฟ้า หรือสถานีไฟฟ้าย่อยเพิ่มเติม และมอเตอร์เวย์หาดใหญ่ชายแดนไทยมาเลเซีย

ด้าน จ.ภูเก็ต นายธนู แนบเนียน ผู้ประสานงานกลุ่มภูเก็ตจัดการตนเอง นายอดิศักดิ์ อัคสินธวังกูร ประธานชมรมภูเก็ตสุขพัฒนา ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเอง ตามแนวร่างคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)

นายธนู กล่าวว่า ปัญหาที่ จ.ภูเก็ต กำลังเผชิญล้วนท้าทายกระบวนการจัดการ ทั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การบุกรุกครอบครองพื้นที่สาธารณะ ชายหาดสาธารณะ ป่าสงวนแห่งชาติ ปัญหาต่างชาติถือครองที่ดิน ปัญหาจราจร ขยะ น้ำเสีย สาธารณูปโภค แรงงานต่างด้าว ภัยพิบัติ ผู้มีอิทธิพลเพราะข้าราชการทำงานตอบสนองรัฐบาลในส่วนกลาง ทำให้เกิดความล่าช้า ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หากสามารถเลือกตั้งผู้บริหารและบริหารงบประมาณได้เอง ก็จะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

“จ.ภูเก็ต ควรจะบริหารงบประมาณได้ด้วยตนเอง มีกลไกคัดเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านกระบวนการเลือกตั้ง สนับสนุนให้จังหวัดมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการจังหวัดโดยขาดออกจากระบบบริหารราชการ ส่วนภูมิภาคโดยสิ้นเชิง โดยจะมีการรณรงค์จัดเวทีสัญจรฟังความเห็นประชาชนใน 18 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของภูเก็ต เพื่อจัดทำข้อเสนอ และร่วมกับ 8 จังหวัดนำร่องทั่วประเทศ ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปกครองตนเองให้ออกเป็นกฎหมาย” นายธนู กล่าว

นายธนู กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ขอให้ตำรวจภูธรภาค 8 แก้ปัญหาโดยกวาดล้างจับกุมผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับรถแท็กซี่ป้ายดำ และการจัดระเบียบชายหาดสาธารณะ เพื่อนำพื้นที่คืนส่วนรวม

ข่าวล่าสุด

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ