
จำคุก6ปีเสี่ยเปี๋ยงโกงข้าว
ยักยอกเป็นของตัวเองไม่ส่งขายให้อิหร่านศาลสั่งคืนเงินให้พาณิชย์200ล้าน
ยักยอกเป็นของตัวเองไม่ส่งขายให้อิหร่านศาลสั่งคืนเงินให้พาณิชย์200ล้าน
ศาลพิพากษาจำคุกเสี่ยเปี๋ยง คนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวม 6 ปี คดียักยอกข้าวกระทรวงพาณิชย์
ศาลแขวงสมุทรปราการมีคำพิพากษาในคดีที่สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กับนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง กรรมการบริษัท นักธุรกิจชื่อดัง เป็นจำเลยฐานยักยอกข้าวกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องส่งออกไปขายให้กับรัฐบาลอิหร่าน 2 หมื่นตัน มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ศาลพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองรับข้าวสารจากกระทรวงพาณิชย์เพื่อเอาไปปรับปรุงข้าว แต่มีเจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์เป็นของตัว โดยได้ขายข้าว 2 หมื่นตัน ไปให้ประเทศอื่นในนามบริษัท จึงเป็นการผิดสัญญากับรัฐ เป็นความผิดยักยอกทรัพย์จึงถูกลงโทษจำคุก 6 ปี
ขณะที่นายอภิชาติได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลในวงเงิน 2 ล้านบาท เพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัว
สำหรับนายอภิชาติเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้มีอิทธิพลในโครงการรับจำนำข้าว
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.16 ก.ค. 2550 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผู้เสียหาย ได้ส่งมอบข้าวสารขาว 5% จำนวน 2 หมื่นตัน ให้กับบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ โดยมีนายอภิชาติรับทราบด้วยให้ปรับปรุงเป็นข้าวสาร 100% เพื่อส่งลงเรือไปยังรัฐบาลอิหร่านเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.-2 ก.ย. 2550 แต่ทางบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ และนายอภิชาติไม่ได้มีการส่งมอบข้าวสารดังกล่าวให้กับทางรัฐบาลอิหร่าน ทั้งๆ ที่รัฐบาลอิหร่านได้นำเรือมาจอดรอรับข้าวสารขาวที่บริเวณท่าเรือ แต่จำเลยทั้งสองได้มีการเบียดบังเอาข้าวสารขาว 5% รวม 1.64 หมื่นตัน ราคา 175.48 ล้านบาท เป็นของจำเลยทั้งสองเสียเอง
ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่านายอภิชาติเป็นกรรมการบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทแต่เพียงผู้เดียว แสดงว่าอำนาจของ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ อยู่ในความควบคุมของนายอภิชาติ โดยจะเห็นได้จากการที่บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ รับมอบข้าวสารจากกรมการค้าต่างประเทศ โดยมีนายอภิชาติเป็นผู้ลงชื่อให้พนักงานบริษัทรับข้าวสารแทนและปรับปรุงคุณภาพข้าว
ทั้งนี้ ประกอบกับนางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศในสมัยนั้น ยืนยันว่านายอภิชาติเป็นผู้ติดต่อกับกรมการค้าต่างประเทศเพื่อขอเข้าปรับปรุงคุณภาพข้าว ดังนั้น นายอภิชาติย่อมต้องมีส่วนรู้เห็น ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่าไม่มีเจตนากระทำผิดนั้น เป็นเพียงคำเบิกความลอยๆ ไม่น่าเชื่อถือ
ศาลจึงพิพากษาตัดสินตามประมวลอาญา มาตรา 83, 352 มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยให้ลงโทษจำคุก บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ และนายอภิชาติ สำนวนละ 3 ปี ปรับสำนวนละ 6,000 บาท รวมจำคุก 6 ปี ปรับ 1.2 หมื่นบาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันให้คืนทรัพย์สินของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือชดใช้แทนในราคา 175.48 ล้านบาท รวมทั้งค่าเสียหายอื่นอีกกว่า 200 กว่าล้านบาท







