posttoday
อานันท์หนุนล้างบางรสก.

อานันท์หนุนล้างบางรสก.

25 มิถุนายน 2557

อานันท์ หนุน คสช.รื้อบอร์ดรัฐวิสาหกิจแก้การเมืองข้าราชการหากิน

อานันท์ หนุน คสช.รื้อบอร์ดรัฐวิสาหกิจแก้การเมืองข้าราชการหากิน

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษปิดการสัมมนา “Improving Corporate Gover nance : Key to Advancing Thailand” ว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นในภาครัฐในขณะนี้เป็นเรื่องอันตรายที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณมหาศาลของประเทศ

นายอานันท์ กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาลควบคุมรัฐวิสาหกิจที่เป็นถุงเงินถุงทองอย่างบริษัท ปตท. ซึ่งด้านหนึ่งมีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ และอีกด้านก็เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งรัฐถือหุ้น 6070% กรรมการก็มีแต่ข้าราชการที่อาศัยทำมาหากินเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจมาช้านาน

“ขณะนี้ยังมีรัฐวิสาหกิจลักษณะนี้อยู่อีกมาก จึงคาดหวังว่าอีก 23 สัปดาห์จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจบางแห่งเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น เพราะคณะกรรมการจะมาจากคนภายนอกมากกว่าภายใน” นายอานันท์ ระบุ

นายอานันท์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการคอร์รัปชั่นลึกขึ้นที่เรียกกันว่าคอร์รัปชั่นทางนโยบาย เช่น รัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม และกองทัพอีกด้วย เพื่อโฆษณาตัวเอง ซึ่งผู้รับก็จะเป็นสื่อมวลชน สื่อก็ตกเป็นทาส ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอีก

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาว่าคนกลุ่มหนึ่งได้อำนาจมากเกินไปและไม่มีการหยุดยั้ง ไม่มีการคานอำนาจ ทำให้มีการใช้อำนาจไม่ถูก เห่อเหิม ไม่รู้จักพอ เข้าควบคุมรัฐวิสาหกิจ ส่งคนของตัวเองเข้ามานั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ ทั้งๆ ที่ประวัติที่ผ่านมาก็ไม่ดี

นายอานันท์ กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปรับโครงสร้างอำนาจให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนให้มีการแบ่งปันอำนาจและมีความโปร่งใส เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการหลอกลวงประชาชน และต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับข้าราชการ เพราะที่ผ่านมาข้าราชการเป็นทาสของเงิน ทาสของผู้ใช้อำนาจ

“ถึงจังหวะปิดเมืองไทยชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม แต่อย่าปิดนานอย่าหลงอำนาจตัวเอง เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยและ คสช.จะปราบการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง เพราะการฉ้อราษฎร์บังหลวงระยะหลังมากขึ้นจนน่ากลัว ทั้งจากข้าราชการ นักการเมือง ศีลธรรมจริยธรรมก็ไม่มี จนสังคมไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก” นายอานันท์ กล่าว

ในระยะ 3 เดือนข้างหน้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หวังว่าเราคงไม่เดินทางที่ผิด ไม่เดินย้อนอดีต และไม่เดินเข้าสู่ทางตันอีกครั้ง หรือที่พูดกันเล่นๆว่าอย่าทำให้ของเสีย เพราะนี่คือโอกาสสุดท้าย และเป็นโอกาสสุดท้ายที่ไม่ได้มีผลต่อเรา แต่มีผลต่อลูกหลานของเรา

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมไทยหลาย 10 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังทั้งการป้องปรามและเอาผิดด้านกฎหมายเพื่อให้ปัญหาเหล่านี้เบาบางลง เช่น สิงคโปร์ที่เคยเป็นประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง ปัจจุบันก็ลงน้อยลงมา สวนทางประเทศไทยที่มีคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น ดังนั้นทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล เอกชน และประชาชนต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้ตระหนักรู้อะไรผิดอะไรถูก ไม่ใช่เก่งแต่โกง

"ที่ผ่านมาไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะถึงแม้จะมีกฎหมายก็ใช่ว่าจะมีความเป็นธรรมเสมอไป ประเทศไทยยังมีระบบที่ไม่โปร่งใส ไม่มีมาตรการเอาผิด เพราะกฎหมายอย่างเดียวไม่สามารถปราบคอร์รัปชันได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือ การอบรมปลูกฝังลูกหลานตั้งแต่เด็ก ทำให้เกิดความเกรงกลัวกฎหมาย สั่งสอนให้คนมีหิริโอตัปปะ ละอายต่อบาป ทุกอย่างต้องเริ่มที่จิตสำนึกของคนเป็นพื้นฐาน เริ่มจากที่มีอำนาจ มีความรับผิดชอบในสังคมต้องทำตนให้เป็นตัวอย่าง โดยขณะนี้บรรยากาศในการปราบปรามคอร์รัปชั่นดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอเพราะยังไม่ทำกันอย่างจริงจัง เราจึงต้องอยู่อย่างมีความหวังในห้วงเวลานี้"นายอานันท์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท