
ตำรวจภาค3แถลงจับอาวุธสงคราม
นครราชสีมา-ตำรวจภาค3แถลงจับอาวุธสงครามเตรียมขยายผลตามหาแหล่งเงินทุนสาวถึงตัวคนบงการ
นครราชสีมา-ตำรวจภาค3แถลงจับอาวุธสงครามเตรียมขยายผลตามหาแหล่งเงินทุนสาวถึงตัวคนบงการ
เมื่อวันที่ 25มิ.ย.57 ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค3 พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลการจับกุมนายนายนพดล เพชรมะดัน อายุ 42 ปี พร้อมด้วยอาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด จำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 4 กระบอก , ปืนเล็กยาวHK33 จำนวน 2 กระบอก , ปืนเล็กยาว ขนาด 7.62 จำนวน 1 กระบอก,ปืนเล็กยาว AK 47 จำนวน 1 กระบอก , ปืนเล็ก คาร์บิน จำนวน 1 กระบอก , เครื่องยิงลูกระเบิด M79 จำนวน 1 กระบอก , ปืนเล็กยาวแบบ 88 จำนวน 1 กระบอก,ปืนมือกล ทอมป์สัน 11 มม. จำนวน 1 กระบอก , ปืนกลมือ เมดเสน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก , ปืนยิงพลุ 26.5 มม. จำนวน 1 กรอบก , ปืนลูกซองสั้น จำนวน 1 กระบอก,ท่อเก็บเสียง จำนวน 4 กระบอก เสื้อเกาะอ่อน จำนวน 2 ตัว , กระสุนปืนพกขาดต่างๆจำนวน 1,376 นัด , ลูกระเบิดยิงจากปืนเล็ก จำนวน 6 ลูก , ลูกระเบิดขว้าง จำนวน 44 ลูก , พลุสัญญาณ จำนวน 17 ลูก และลังสำหรับบรรจุลูกกระสุน จำนวน 47 ลัง
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค4 ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค3 ได้ทำการเข้าจับกุมนายนภดล เพชรมะดัน ได้ในบ้านพักเลขที่ 141/3 ซ.มหาชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ทำการขยายผลการจับกุมจากขอนแก่โมเดล ที่สามารถตรวจยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก และผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดว่าได้ซื้ออาวุธสงครามมาจากนายนพดลที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มค้าอาวุธสงครามในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี และในพื้นที่ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาคที่4 จึงได้ประสาน ตำรวจภูธรภาค3 ทำการเข้าจับกุม และสามารถตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิดเป็นจำนวนมาก
จากการสอบสวนนายนพดลฯ ให้การปฏิเสธเพียงแต่เป็นคนในกลุ่มที่คนเล่นอาวุธปืนจะรู้จักว่า เป็นผู้ที่รับซื้ออาวุธปืนจากกลุ่มคนต่างๆที่ได้นำปืนมาขายกับตน ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการต่างๆ โดยตนเองจับซื้อตั้งแต่ราคากระบอกละ 5,000 ถึง 20,000 บาท และปืนทุกกระบอกที่ตนเองซื้อมาตนจะเก็บไว้ในบ้านพักของตนเองและบางส่วนก็จะนำไปฝากไว้กับบ้านญาติ ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขาย หรือให้ใครยืมไปก่อเหตุใดๆทั้งสิ้น และก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อวันที่ 18-19 มิ.ย.57 แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมเสียก่อน
พล.ต.ท.สัณห์ จุลดิลก รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค เปิดเผยว่า การจับกุมนายนภดลครั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค4 และภาค3 สามารถสืบสวนและทราบว่า นายนภดลฯนั้นมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายขอนแก่นโมเดล อีกทั้งยังมี่ความเชื่อมโยงไปยังผู้บงการอีกทอดหนึ่ง ส่วนจะมีความเชื่อโยงแบบไหนและกับใครนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม และจะต้องขอปิดเป็นความลับ เนื่องจากการทำงานของการสืบสวนจะต้องใช้ความละเอียดอ่อน ส่วนกลุ่มคนที่นายนภดลฯอ้างว่า ได้มีผู้ที่นำอาวุธปืนมาขายให้นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ปืนบางกระบอกก็พบว่ามีสัญญาลักษณ์ของหน่วยงานต่างๆ
อีกทั้งยังมีหมายเลขทะเบียน ซึ่งหลังจากนี้ไปทางตำรวจภูธรภาค3 ก็จะต้องทำการสืบสวนมา ผู้ใดที่นำอาวุธปืน , ลูกกระสุน และวัตถุระเบิดนำมาขายให้นายนภดลฯ และก็ต้องสืบสวนอีกว่าเงินที่นายนพดลฯนำมาซื้ออาวุธปืนเป็นจำนวนมากนั้นนำเงินมาจากไหน เนื่องจากนายนภดลฯทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และก็ประกอบอาชีเสริมเป็นอาชีพค้าขาย ซึ่งก็ไม่น่าที่จะมีเงินจำนวนมากมาซื้ออาวุธปืนเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แต่หากสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องดำเนินตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด อีกทั้งก็จะต้องทำการสืบสวนถึงเครือข่ายที่คาดว่าจะอยู่ในหลายพื้นที่มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร่งด่วน พล.ต.ท.สัณห์ฯกล่าว.







