
"เลี่ยน" บ้อท้า พ่าย "จอมโหด" ร่วงรอบแรก
อิตาลีตกรอบแรกเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน หลังโดน ดิเอโก้ โกดิน ขึ้นมาโขกประตูชัย
ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี นัดสาม
อิตาลี 0-1 อุรุกวัย
สนาม: อารีน่า ดาส ดูนาส, นาตาล
24 มิถุนายน 2014
อิตาลีของกุนซือ เซซาเร่ ปรันเดลลี่ ต้องการเพียงแค่ผลเสมอพวกเขาก็จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปโดยอัตโนมัติ ในเกมนี้มาในแผน 3-5-2 ให้โอกาส มาร์โก้ แวร์รัตติ กลับมาเป็น 11 ตัวจริงในแผงกองกลางร่วมกับ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ้ และ อันเดรีย ปิร์โล่
ขณะที่อุรุกวัยที่ต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียวมาในแผน 4-4-2 โดยเกมนี้กุนซือ ออสการ์ ตาบาเรซ ให้โอกาส โฮเซ่ ฮิเมเนซ เซ็นเตอร์แบ็ควัย 19 ปีลงประจำการในแผงหลังคู่กับกัปตันทีม ดิเอโก้ โกดิน อีกครั้ง ขณะที่ศูนย์หน้าทีม "จอมโหด" มีสองดูโอ้อย่าง มาริโอ ซัวเรซ และ เอดินสัน คาวานี่ ลงล่าตาข่าย
เล่นได้แค่ 3 นาทีอิตาลีชักหนาวๆ ร้อน หลังเห็น มาริโอ บาโลเตลลี่ เดินโขยกเขยกจากจังหวะที่เจ้าตัวโดนผู้เล่นของอุรุกวัยรุมแท็ก
นาทีที่ 10 อิตาลีได้ทักทายจากฟรีคิกของ อันเดรีย ปิร์โล่ หากดูรีเพลย์จากมุมเดียวกับ ปิร์โล่ จะเห็นบอลส่ายเป็นงูเลย แต่ มุสเลร่า ยังชกบอลออกหลังไปได้
นาทีที่ 19 อุรุกวัยมีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ คาวานี่ ชาร์จบอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 22 มาริโอ บาโลเตลลี่ มาได้รับใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกมหลังไปเข้าบอลหนักใส่ อัลวาโร่ เปเรยร่า เกมต่อไปหัวหอกจอมอินดี้จะไม่ได้ลงสนามหากทีม "อัซซูร์รี่" ผ่านเข้ารอบไปได้ เนื่องจากเจ้าตัวสะสมครบสองใบเหลืองพอดี
นาที 27 บาโลเตลลี่ ที่เริ่มหงุดหงิดมีโอกาสได้ซัดไกล แต่บอลยังไม่เต็มเท้าเท่าไหร่ บอลหลุดกรอบไปไกล
นาทีที่ 33 จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน แสดงให้โลกได้เห็นอีกครั้งว่าทำไมเขาถึงถูกยกย่องหใเป็นนายด่านเบอร์หนึ่งของโลก จากจังหวะที่ ซัวเรซ หลุดไปซัดด้วยซ้ายติดมือของ บุฟฟ่อน ก่อนที นิโคลัส โลเดยโร่ จะตามมาซ้ำดาบสอง จอมหนึบจาก ยูเวนตุส ก็กระโดดปัดบอลไปได้อีก
หลังจากนั้นเป็นฝั่งอิตาลีครองบอลได้เหนือกว่า จบครึ่งแรกอิตาลีเสมอกับอุรุกวัย 0-0 หากสกอร์อิตาลียันเสมอได้ในเกมนี้ทีม "อัซซูร์รี่" จะได้ผ่านเข้ารอบสองตามคอสตาริกาทันที
ครึ่งหลังอิตาลีถอด มาริโอ บาโลเตลลี่ ออกไปพัก ส่ง มาร์โก้ ปาโรโร่ ห้องเครื่องจาก ปาร์ม่า ลงมาแทน ขณะที่อุรุกวัยเปลี่ยนเอา มักซี่ แปเรยร่า ที่เกมแรกโดนใบแดงไล่ออกลงสนามแทน นิโคลัส โลเดยโร่
เริ่มครึ่งหลังได้นาทีเดียว เอคิดิโอ อาเรวาโล่ มารับใบเหลืองไปอย่างรวดเร็ว จากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับดูแล้วต้องระมัดระวังตัวในช่วงเวลาที่เหลือให้ดี
นาที 55 ปาโรโร่ ได้โอกาสได้สับไก แต่ยังติดบล็อกของ ดิเอโก้ โกดิน
นาที 58 อุรุกวัยเกือบได้ประตูขึ้นนำจกาจังหวะที่ ซัวเรซ ชิ่งกลับมาให้ คริสเตียน โรดริเกวซ ดีดด้วยซ้ายบอลถามเสาไกลไปนิดเดียว
จากนั้นนาทีเดียวสถานการณ์อิตาลีเริ่มยากลำบากขึ้นหลัง มาร์คิซิโอ ไปย่ำใส่หน้าแข้งของ อาเรวาโล่ ในจังหวะปั๊มบอล 50-50
อุรุกวัยที่ต้องเอาชนะสถานเดียวถอดแบ็คซ้าย อัลวาโร เปเรยร่า แล้วส่ง คริสเตียน สตูอานี่ ลงมาเติมเกมรุกแทน
นาที 65 ปิร์โล่ ได้ซัดจากแถวสอง บอลหลุดกรอบไปไกล
นาทีต่อมาอุรุกวัยน่าได้ประตูสุดๆ จากจังหวะที่ คาวานี่ บิงไปแฉลบบล็อกกองหลังอิตาลี ก่อนที่ ซัวเรซ จะวิ่งมาฉกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจิ้มด้วยหัวเกือก แต่บอลไปตรงตัว บุฟฟ่อน ปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด
นาที 69 ปิร์โล่ ออกบอลสุดสวยให้ อิมโมบิเล่ มีโอกาสหลุดเข้าไปยิง แต่ ฮิเมเนซ ยังตามมาสไลด์ออกไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด
จากนั้น 2 นาที ปรันเดลลี่ ส่ง อันโตนิโอ คาสซาโน่ ลงมาเติมความเก๋าแทน อิมโมบิเล่ หัวหอกป้ายแดงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เกมนี้ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย
นาที 75 อิตาลีต้องส่ง ธิอาโก้ ม็อตต้า ลงมาคุมแดนกลางแทน มาร์โก้ แแวร์รัตติ ที่เจ็บหนักถึงขั้นต้องหามออกนอกสนาม
นาที 77 เด ชิโญ่ ไปสกรีน มักซี่ เปเรยร่า ที่กำลังจะวิ่งไปรับลูกชิ่ง แบ็คดาวรุ่งรับใบเหลืองไปอีกราย จากนั้นนาทีเดียว คริสเตียน โรดิเกวซ ถูกถอดออก ส่ง กาสตัน รามิเรส มิดฟิลด์ตัวรุกจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ลงมาปั่นเกมรุกแทน
นาที 80 ซัวเรซ สร้างวีรกรรมฉาวโฉ่อีกแล้ว หลังไปเฉาะไหปลาร้าของ จอร์จิโอ้ คิเอลลินี่ ซะอย่างนั้น หลังจบเกมนี้จังหวะนี้ต้องเป็นที่กล่าวขานในฟุตบอลโลกไปอีกนานอย่างแน่นอน
หลังโดนนวดมานาน นาทีที่ 81 อุรุกวัยมาได้ประตูขึ้นนำแบบพลิกความคาดหมายจากจังหวะที่ ดิเอโก้ โกดิน ขึ้นมาโขกลูกเตะมุมของ กาสตัน รามิเรส ผ่านมือ จีจี้ บุฟฟ่อน ให้อุรุกวัยขึ้นนำ 1-0 อิตาลีจะตกรอบทันทีหากสกอร์จบลงแบบนี้
หลังจากนั้น 4 นาที อิตาลีได้ลุ้นตีเสมอทันควันจากฟรีคิกของ ปิร์โล่ แต่ มุสเลร่า ปัดออกหลังไปได้
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มุสเลร่า ได้รับใบเหลืองไปอีกคนจากการไปถ่วงเวลา
หลังจากนั้นอิตาลีเปิดเกมเข้าใส่อุรุกวัยอย่างหนัก หวังตามประตูตีเสมอให้ได้ แต่ทำได้แค่ครอสบอลไปมา ไม่มีโอกาสเข้าถึงพื้นที่สุดท้ายมากเท่าที่ควร จบเกมอุรุกวัยเฉือนชนะอิตาลีไปได้ 1-0 อุรุกวัยหักอกอิตาลีคว้าตั๋วไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แบบระทึก
อิตาลี (3-5-2)
จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน/ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อันเดรีย บาร์ซาญี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่/
มัตเตโอ ดาร์เมียน, มาร์โก แวร์รัตติ, อันเดรีย ปีร์โล่, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, มัตเตีย เด ชิโย่/
มาริโอ บาโลเตลลี่, ชิโร่ อิมโมบิเล่
อุุรุกวัย (4-4-2)
เฟร์นานโด มุสเลร่า/ มาร์ติน กาเซเรส, โฮเซ่ ฮิเมเนซ , ดีเอโก้ โกดิน, อัลวาโร่ เปเรยร่า/
อัลวาโร่ กอนซาเลซ, เอคิดิโอ อาเรวาโล่, นิโกลัส โลเดยโร่, คริสเตียน โรดริเกซ/
เอดินสัน คาวานี่, หลุยส์ ซัวเรซ







