อานันท์ชี้ไทยเจอคอร์รัปชันกินลึกต้องเร่งแก้ไข
"อานันท์"ชี้คอร์รัปชันภาครัฐเป็นเรื่องอันตรายที่สุด ชี้คนกลุ่มหนึ่งได้อำนาจมากเกินและไม่หยุดยั้ง ระบุถึงจังหวะปิดเมืองไทยชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม
"อานันท์"ชี้คอร์รัปชันภาครัฐเป็นเรื่องอันตรายที่สุด ชี้คนกลุ่มหนึ่งได้อำนาจมากเกินและไม่หยุดยั้ง ระบุถึงจังหวะปิดเมืองไทยชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB) กล่าวปาฐกถาพิเศษปิดการสัมมนา "Improving Corporate Governance:Key to Advancing Thailand" โดยระบุว่า การคอร์รัปชันในภาครัฐเป็นเรื่องอันตรายที่สุด เพราะมีเงินเกี่ยวข้องมหาศาลจากเงินงบประมาณของประเทศ อีกทั้งรัฐบาลยังควบคุมรัฐวิสาหกิจที่เป็นถุงเงินถุงทองอย่าง บริษัทปตท. ซึ่งด้านหนึ่งมีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ และอีกด้านก็เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยรัฐถือหุ้นสัดส่วน 60-70% ขณะที่ กรรมการก็มีแต่ข้าราชการที่อาศัยเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจมาช้านาน ซึ่งขณะนี้ยังมีรัฐวิสาหกิจลักษณะนี้อยู่อีกมาก
"คาดหวังว่าอีก 2-3 สัปดาห์จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น เพราะคณะกรรมการจะมาจากคนภายนอกมากกว่าคนภายใน"นายอานันท์กล่าว
นายอานันท์ กล่าวอีกว่า หากผู้นำไม่คอร์รัปชันเสียเอง การโกงกินหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะน้อย หรือควบคุมรัฐมนครีครึ่งหนึ่งไม่ให้โกงได้ ปัญหาการโกงก็จะน้อยลง แต่ขณะนี้มีการคอร์รัปชั่นลึกกว่านั้นที่เรียกกันว่าคอร์รัปชันทางนโยบาย อย่างเช่นรัฐบาลมีการดำเนินการจัดสรรงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม และกองทัพ เพื่อโฆษณาตัวเอง ซึ่งผู้รับก็จะเป็นสื่อมวลชน สื่อก็ตกเป็นทาส ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอีก
ปัญหาอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งได้อำนาจมากเกินไปและไม่มีการหยุดยั้ง รวมถึงไม่มีการคานอำนาจทำให้การใช้อำนาจไม่ถูก เห่อเหิม ไม่รู้จักพอ เข้าควบคุมรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งส่งคนของตัวเองเข้ามานั่งเป็นกรรมการ รัฐวิสาหกิจ ซึ่งประวัติที่ผ่านมาก็ไม่ดี ดังนั้น จึงเห็นว่าช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปรับโครงสร้างอำนาจ ต้องให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน ให้มีการแบ่งปันอำนาจ และมีความโปร่งใส
การเลือกตั้งที่ผ่านมารเป็นการหลอกลวงประชาชน รวมทั้งจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับข้าราชการ ที่ผ่านมาข้าราชการเป็นทาสของเงิน ทาสของอำนาจของผู้ใช้อำนาจ
นายอานันท์กล่าวว่า ขณะนี้ถึงจังหวะปิดเมืองไทยชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม (close renovation) แต่อย่าปิดนาน อย่าหลงอำนาจตัวเอง ปิดนานนักหนักอีก ที่ผ่านมาฝ่ายจัดการ(คสช.)ถือว่าใช้ได้ แต่อนาคตยังไม่แน่นอน ที่สำคัญคือการเอาคนอื่นเข้ามาร่วมด้วยที่ไม่ใช่พรรคพวกเดียวกัน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมไทยหลาย 10 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังทั้งการป้องปรามและเอาผิดด้านกฎหมายเพื่อให้ปัญหาเหล่านี้เบาบางลง เช่น สิงคโปร์ที่เคยเป็นประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง ปัจจุบันก็ลงน้อยลงมา สวนทางประเทศไทยที่มีคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น ดังนั้นทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล เอกชน และประชาชนต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้ตระหนักรู้อะไรผิดอะไรถูก ไม่ใช่เก่งแต่โกง
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ







