"ตำรวจต้องไม่มีสี"เปิดใจเจ้าของพื้นที่อิสานเหนือ
การยึดอำนาจของ คสช.สามารถที่จะสลายการชุมนุมและสลายขั้วสีต่างๆไปได้ทั้งหมดแล้ว ตำรวจเองก็จะต้องทำเช่นกัน
โดย...จักรพันธ์ นาทันริ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังถือเป็นพื้นที่เฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) ร่วมกับกองพลทหารราบที่ 3 (พล. ร. 3) ร่วมกันทลายแหล่งเก็บอาวุธสงครามกลางเมือนครราชสีมา นอกจากอาวุธปืนสงครามหลายกระบอกแล้ว ยังพบกระสุนปืนใหม่เอี่ยมอีกหลายหมื่นนัด พร้อมระเบิดขว้างอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นการขยายผลการสืบสวนต่อจากการจับกุมเครือข่าย "ขอนแก่นโมเดล" ซึ่งมีแผนเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ภาคอิสาน
ใช่เพียงฝ่ายทหารที่จะต้องรับผิดชอบการป้องกันและปราบปรามกลุ่มที่เตรียมก่อความรุนแรง ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณและการเงิน ซึ่งคสช.มีคำสั่งด่วนให้มารักษาราชการ ผบช.ภ.4 รับผิดชอบพื้นที่อิสานเหนือก็ยอมรับว่า ยังคงมีกลุ่มบางกลุ่มที่พยายามขัดขวางและต่อต้านในรูปแบบต่างๆ
“ยังคงต้องวิเคราะห์ข้อมูลและสืบสวนหาข่าวร่วมกับฝ่ายการข่าวของทหารที่ปฎิบัติงานอยู่แต่ละพื้นที่เพื่อให้เกิดข้อมูลที่แน่ชัดว่าพื้นที่ใดที่ยังคงมีสถานการณ์หรือเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงขึ้นได้”
นอกเหนือจากกลุ่มที่ส่อจะใช้ความรุนแรงแล้ว พล.ต.ท.เดชณรงค์ ยังเพ่งเล็งไปที่กลุ่มหมิ่นสถาบันฯเป็นพิเศษ
“เตรียมจัดตั้งชุดเฉพาะกิจสายตรวจอินเทอร์เนต ตรวจสอบความเคลื่อนไหวการใช้อินเตอร์เนต เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ อินสตราแกม ทวิตเตอร์ รวมไปถึงระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่หมิ่นสถาบัน ก่อการยั่วยุ นัดรวมตัวซ่องสุมในรูปแบบต่างๆ ที่ขัดคำสั่งและละเมิดประกาศของ คสช. เพื่อเร่งรัดจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันในระยะเวลานี้เป็นช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลก ยังคงต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันจับกุมรวมไปถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อ สถานบริการ สถานบันเทิง ร้านอาหารรวมไปถึงกลุ่มร้านเกมส์อินเทอร์เน็ตต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมและลักลอบการเล่นทายผลพนันฟุตบอล เนื่องจากระยะเวลาของการจัดกิจกรรมฟุตบอลโลกนั้นนานกว่า 1 เดือน ซึ่งตำรวจจะต้องสนธิกำลังร่วมฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครองป้องปราม ป้องกันและปราบปรามในทุกรูปแบบอย่างเต็มที่”
การรับผิดชอบพื้นที่ร้อน ถือเป็นภาระหนัก ความตรงไปตรงมาและเฉียบขาด ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบังคับบัญชา
“นอกจากการป้องกันการก่อเหตุรุนแรงแล้ว เรายังมีภารกิจเฉพาะหน้าคือการปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก มอบหมายภารกิจให้กับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ภูธรภาค 4 สนธิกำลังร่วมในแต่ละจังหวัดเพื่อตรวจติดตามพฤติกรรมและพื้นที่กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาจมีการลักลอบเล่นการพนันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือช่องทางหนึ่งช่องทางใด เมื่อผมสั่งงานไปแล้ว ผู้ปฎิบัติจะต้องทำอย่างเต็มที่ หากทำไม่ได้ต้องมาคุยกัน และหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ตร.ภ.4 เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มขบวนการลักลอบเล่นทายผลพนันฟุตบอล ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งหากมีเบาะแสหรือตรวจสอบข้อมูลและพบว่าเป็นความจริงก็จะต้องดำเนินการทางวินัยและกฎหมายทันที เพราะคงจะปล่อยไว้ในพื้นที่ไม่ได้”
สำหรับผู้รับผิดชอบพื้นที่ร้อน โดยเฉพาะภาคอิสาน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยประกาศต่อต้านการรัฐประหาร การควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ยึดมั่นในความเป็นตำรวจอาชีพ ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เอนเอียงเข้าข้างกลุ่มการเมืองใดอย่างที่เคยถูกครหา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่ายถือเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งพล.ต.ท.เดชณรงค์ยืนยันว่า “จากนี้ไปตำรวจที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนจะต้องสลายขั้วสี”
"การยึดอำนาจของ คสช.สามารถที่จะสลายการชุมนุมและสลายขั้วสีต่างๆไปได้ทั้งหมดแล้ว ตำรวจเองก็จะต้องทำเช่นกัน หากยังคงคิดต่างก็จะต้องเก็บเอาไว้ในใจห้ามแสดงออกถึงหรือการดำเนินการที่ขัดคำสั่งของ คสช.หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งหมด เมื่อคนไทยถูกสลายขั้วสีไปแล้ว ตำรวจเองก็จะต้องสลายขั้วสีไปด้วย และกลับมาทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งยอมรับว่าตำรวจทุกคนนั้นเข้าใจและจะทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ และที่สำคัญยังคงเน้นหนักไปในเรื่องของการพบปะพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่ายเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความอุ่นใจ"
เป็นคำมั่นสัญญาการทำหน้าที่ ซึ่งน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะเพียง 1 เดือนในตำแหน่งรักษาการผบช.ภ.4 ก็มีผลงานให้เห็นแล้วมากมาย







