ศาลสั่งจำคุก6ปี"เสี่ยเปี๋ยง"ยักยอกข้าว
ศาลแขวงสมุทรปราการพิพากษาจำคุก"เสี่ยเปี๋ยง" 6 ปีปรับ 12,000บาท ฐานยักยอกข้าว 20,000ตันของพาณิชย์พร้อมให้นำคืนทั้งหมด
ศาลแขวงสมุทรปราการพิพากษาจำคุก"เสี่ยเปี๋ยง" 6 ปีปรับ 12,000บาท ฐานยักยอกข้าว 20,000ตันของพาณิชย์พร้อมให้นำคืนทั้งหมด
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ศาลแขวงสมุทรปราการ ได้มีคำพิพากษาคดียักยอกข้าวสาร ในคดีหมายเลขดำที่ 6264/2551ระหว่างพนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ โจทก์ กับบริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด จำเลย และอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ โจทก์ กับ นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทรสกุลพร จำเลย ฐานยักยอกข้าวกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องส่งให้กับรัฐบาลอิหร่าน จำนวน 20,000 ตันมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอภิชาติ เป็นกรรมการบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทแต่เพียงผู้เดียว แสดงว่าอำนาจของ บริษัทเพรสสิเด้นท์อะกริฯ อยู่ในความควบคุมของนายอภิชาติ โดยจะเห็นได้จากการที่บริษัทเพรสสิเด้นท์อะกริฯ รับมอบข้าวสารจากกรมการค้าต่างประเทศ โดยมีนายอภิชาติ เป็นผู้ลงชื่อให้พนักงานบริษัทรับข้าวสารแทน และปรับปรุงคุณภาพข้าว ประกอบกับนางอภิรดี ตันตาภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ สมัยนั้น ยืนยันว่า นายอภิชาติ เป็นผู้ติดต่อกับกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อขอเข้าปรับปรุงคุณภาพข้าว ดังนั้น นายอภิชาติ ย่อมต้องมีส่วนรู้เห็น ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า ไม่มีเจตนากระทำผิดนั้น เป็นเพียงคำเบิกความลอยๆ ไม่น่าเชื่อถือ
ศาลจึงพิพากษาให้บริษัทเพรสสิเด้นท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด และนายอภิชาติ มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก โดยให้ลงโทษจำคุกสำนวนละ 3 ปี ปรับสำนวนละ 6,000บาท รวมจำคุก 6 ปี ปรับ 12,000 บาทและให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันคืนข้าวสารแก่ผู้เสียหาย
ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษา นายอภิชาติ ได้ยื่นหลักทรัพย์ เป็นเงิน 7 แสนบาท ประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2550 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2550 โดย กรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ ผู้เสียหายได้ส่งมอบข้าวสารขาว จำนวน 5% จำนวน 20,000 ตัน ให้กับบริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง โดยมีนายอภิชาติ รับทราบด้วย โดยให้ปรับปรุงเป็นข้าวสาร 100% ส่งลงเรือไปยังรัฐบาลอิหร่าน เมื่อถึงเวลาวันที่ 8 มิ.ย.2550 – 2 ก.ย. 2550 แต่ด้านบริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง และนายอภิชาติ ไม่ได้มีการส่งมอบข้าวสารดังกล่าวให้กับทางรัฐบาลอิหร่าน ทั้งที่รัฐบาลอิหร่านได้นำเรือมาจอดรอรับที่บริเวณท่าเรือ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้มีการเบียดบังเอาข้าวสารขาว 5% รวม 16,400 ตัน ราคา 175,480,000 บาท เป็นของจำเลยทั้งสองเสียเอง โดยเหตุเกิดที่ตำบลสำโรงกลาง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ศาลจึงได้ตัดสินตามประมวลอาญา มาตรา 83, 352 และนับโทษจำเลยทั้งสองคือบริษัทและนายอภิชาติ ร่วมกันให้คืนทรัพย์สินของกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ หรือชดใช้แทนในราคา 175,480,000 บาท รวมทั้งค่าเสียหายอื่นอีกรวมกว่า 200 กว่าล้านบาท







