
ไทยผิดหวังอียูตัดสัมพันธ์มั่นใจไม่กระทบศก.
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศถกทูตอียูระบุผิดหวังอียูประกาศตัดสัมพันธ์ แจงไม่ควรด่วนสรุป เพราะไทยกำลังเดินตามโรดแมปกลับสู่ประชาธิปไตย
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศถกทูตอียูระบุผิดหวังอียูประกาศตัดสัมพันธ์ แจงไม่ควรด่วนสรุป เพราะไทยกำลังเดินตามโรดแมปกลับสู่ประชาธิปไตย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนายเฆซูส มิเกล ซานส์ เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (อียู) มาหารือถึงกรณีอียูออกแถลงการณ์ประณามประเทศไทย และออกมาตรการระงับและทบทวนกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ หรือ PCA กับไทย พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว
โดยนายสีหศักดิ์ แถลงภายหลังการหารือว่า ไทยได้แสดงความผิดหวังต่อมาตรการที่อียูประกาศ เพราะไม่ได้สะท้อนหรือคำนึงถึงพัฒนาการล่าสุดในทางการเมืองของไทย และการที่ไทยได้ประกาศแผนการนำประเทศกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย อีกทั้ง ไทยได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการที่อียูได้ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว เพราะความจริงไทยเปิดกว้าง หากมีข้อสงสัยก็สามารถพูดคุยกันได้
นอกจากนี้ อียูยังไม่มั่นใจในโรดแมป 3 ขั้นตอน ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าอียูไม่ควรด่วนสรุป เพราะไทยกำลังดำเนินการตามเส้นทางโรดแมปเพื่อนำประเทศกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย ดังนั้นทางอียูควรติดตามการปฏิบัติของไทย และในฐานะที่อียูเป็นมิตรประเทศก็ควรจะแสดงความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่ไทยกำลังทำอยู่และเอาใจช่วย
ขณะเดียวกันฝ่ายไทยก็มีความเข้าใจท่าทีของอียูสำหรับเรื่องอียูระงับการเยือนไทยของรัฐมนตรีในกลุ่มประเทศสมาชิก และการระงับลงนาม PCA นั้น เป็นเรื่องของผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ประโยชน์ของไทยฝ่ายเดียว จึงขอให้เขาได้พิจารณาให้ดี และขอให้ทบทวนมาตรการต่างๆ รวมทั้งให้คำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม การระงับการลงนาม PCA ไม่ส่งผลกระทบไปถึงการเจรจาข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียู ซึ่งยังคงมีการเจรจาด้านเทคนิคต่อไป โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า เอกอัครราชทูตของอียูได้ยืนยันว่า สิ่งที่อียูมีมาตรการออกมาเป็นเพียงการจำกัดเฉพาะบางด้านเท่านั้น และไม่ใช่การคว่ำบาตร ขณะที่การท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และภาคเอกชน ทุกอย่างยังเป็นไปตามปกติ ซึ่งอียูยังเห็นความสำคัญของไทยและคาดหวังไทยกลับสู่ประชาธิปไตย รวมถึงยังอยากเห็นบทบาทของไทยในอาเซียน ดังนั้นความสัมพันธ์จึงเดินหน้าต่อไป
สำหรับข่าวที่สินค้าอาหารทะเลของไทยอาจถูกจำกัดหรือถูกกีดกันการนำเข้าในต่างประเทศ ขณะนี้เราดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งหลายประเทศเข้าใจ อาทิ ประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น เข้าใจว่าดีขึ้น นอกจากนี้ได้สั่งให้เอกอัครราชทูตไทยประจำการในยุโรป ทำงานร่วมกับผู้ช่วยทูตพาณิชย์แล้วในการเดินหน้าพบปะกับภาคเอกชนของแต่ละประเทศ เพื่อให้มีความเข้าใจถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก แรงงานในภาคประมง
เมื่อถามว่า การแถลงการณ์ของอียูกระทบภาพลักษณ์ของไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หลายประเทศมองข้ามสถานการณ์ในวันที่ 22พ.ค. ที่ผ่านมาไปแล้ว โดยมองไปข้างหน้า ว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่คาดหวังและปรารถนาให้ประเทศไทยเดินสู่ประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-อียู ในเดือนก.ค.นี้ตามปกติ







