posttoday
"กังหัน" ยังแรง อัดชิลีนิ่ม 2-0 ซิวแชมป์กลุ่ม

"กังหัน" ยังแรง อัดชิลีนิ่ม 2-0 ซิวแชมป์กลุ่ม

24 มิถุนายน 2557

"กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ยังคงรักษาฟอร์มโหดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง หลังเอาชนะชิลีไปได้ 2-0 พร้อมกับคว้าแชมป์กลุ่มบีไปครอง

ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดสาม
ฮอลแลนด์ 2-0 ชิลี
สนาม: อารีน่า เด เซา เปาโล, เซา เปาโล
23 มิถุนายน 2014

เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่ง นอกเหนือจากการแย่งแชมป์กลุ่มแล้วยังเป็นการหนีทีม "เจ้าภาพ" บราซิลที่จะลงเล่นในคู่ดึกคืนนี้ เกมนี้ฮอลแลนด์มาในแผน 4-3-1-2 ไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี หัวหอกตัวเก่งที่ติดโทษแบน หลุยส์ ฟาน กัล วาง เยเรเมน เลนส์ ลงจับคู่กับ อาร์เยน ร็อบเบน ในแดนหน้า ด้านชิลีจัดหนักใช้ อเล็กซิส ซานเชซ ลงจับคู่กับ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส แต่ดร็อป อาตูโร่ วิดัล ห้องเครื่องตัวสำคัญไว้ที่ข้างสนาม

ช่วงแรกเป็นฮอลแลนด์ที่ครองเกมได้เหนือกว่า มีโอกาสเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความเร็วของ อาร์เยน ร็อบเบน ที่เล่นงานกองหลังชิลีอย่างเมามัน ขณะที่ชิลีใช้วิธีสวนกลับวูบวาบเป็นช่วงๆ

นาทีที่ 13 เอดูอาร์โด้ วาร์กาส มีโอกาสได้ยิงทักทายก่อน แต่บอลไม่ตรงกรอบ

หลังจากนั้น 10 นาทีชิลีได้โอกาสซัดเหน่งๆ อีกครั้ง จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเชซ เปิดลูกเตะมุมเรียดมาให้ เฟลิเป้ กูเตียร์เรซ ซัดด้วยซ้าย แต่เจ้าตัวยิงได้ไม่ถนัดเท่าไหร่ บอลหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น

ถึงนาทีที่ 25 ฟรานซิสโก้ ซิลวา ของชิลีถูกจดชื่อเป็นคนแรกหลังไปเข้าสกัดหนักใส่ เยเรเมน เลนส์

นาที 35 ฮอลแลนด์ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ ร็อบเบน เปิดฟรีคิกมาที่เสาไกลให้ สเตฟาน เดอ ไฟรจ์ เทคตัวโขกข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 40 ร็อบเบน ลากจากครึ่งสนามในแดนของตัวเองผ่านกองหลังของชิลีไปยิง บอลพุ่งถากเสาไกลไปหวุดหวิด เกือบเป็นสุดยอดประตูอีกลูกหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้

หลังจากนั้นสองนาที เลนส์ ได้ลากจี้แผงหลังของชิลีก่อนจะตะบันด้วยขวา บอลปลิ้นเท้าติดไซด์ก้อยออกหลังไป ลูกนี้ไม่น่าใจร้อนเลยเพราะมี เดิร์ค เคาท์ รอในกรอบเขตโทษอยู่

จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลังชิลีเปลี่ยนเอา ฌอง โบเซชูร์ ลงสนามแทน เฟลิเป้ กูเตียร์เรซ

นาที 54 ดาเลย์ บลินด์ ไปตัดขาใส่ อเล็กซิส ซานเชซ รับใบเหลืองไปตามระเบียบ

นาที 66 ร็อบเบน มีโอกาสซัดประตูเบิกร่องให้ฮอลแลนด์อีกครั้ง แต่ยังไม่ผ่านมือของ เคลาดิโอ บราโว่ จอมหนึบจาก เรอัล โซเซียดัด

นาทีที่ 69 ฮอลแลนด์เปลี่ยนเอา เลนส์ ออก แล้วส่ง เมมฟิส เดปาย ลงสนาม ขณะที่ชิลีส่ง ฮอร์เก้ วัลดิเวีย แทน ฟรานซิสโก้ ซิลวา ที่โดนใบเหลืองคาดโทษตั้งแต่นาทีที่ 25

ก่อนหมดเวลา 15 นาที เดิร์ค เคาท์ ขึ้นสะบัดโขกลกูกเตะมุมของ ร็อบเบน เต็มๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะส่ง เลรอย เฟอร์ ลงสนามแทน เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ที่ดูเงียบๆ ไป

นาที 76 เดปาย เกือบสวมบทฮีโร่ หลังลากบอลตัดเข้าบริเวณหัวกะโหลกก่อน กดด้วยขวาเต็มข้อ แต่บอลไปตรงตัว บราโว่ ปัดออกหลังไป

หลังจากนั้นนาทีเดียว เลรอย เฟอร์ มาแย่งซีน เดปาย ที่เพิ่งซัดไกลแบบได้ลุ้นสวมบทซูเปอร์ซับ หลังขึ้นทะยานโขกบอลเน้นๆ สุดปัญญาที่ บราโว่ จะช่วยทีมไว้ได้ จังหวะนี้ยังเป็นการสัมผัสบอลครั้งแรกของ เฟอร์ ในเกมนี้อีกด้วย

หลังโดนส่องไปก่อน ชิลีตัดสินใจเปลี่ยนเอา เมาริซิโอ ปินิย่า ศูนย์หน้าตัวสำรองลงมาแทน เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ก่อนฮอลแลนด์จะถอด เคาท์ ที่ดูเหมือนจะเป็นตะคริวออก ส่ง เทร์เรนซ์ คองโกโล่ ลงมาเล่นก่อนหมดเวลา

ช่วงมดเวลาบาดเจ็บฮอลแลนด์มาได้ประตูตอกฝาโลงจากจังหวะโต้กลับเร็ว บอลมาถึง อาร์เยน ร็อบเบน ใส่เกียร์ห้าลากบอลไปจนสุดสเน ก่อนปาดเรียดมาที่เสาสองให้ เดปาย วิ่งเขามาแปจ่อๆ ฮอลแนด์นำ 2-0

จบเกมฮอลแลนด์เอาชนะชิลีไปได้ 2-0 เก็บ 9 แต้มเต็มพร้อมกับคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มบี ขณะที่ชิลีจบในอันดับสอง ต้องไปรอลุ้นว่าจะได้พบกับทีมใดในกลุ่มเอที่จะแข่งขันกันในเวลา 03:00น.

ฮอลแลนด์ (4-3-1-2)
ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น/ ดาร์ริล ยันมาต, รอน ฟลาร์, สเตฟาน เดอ ไฟรจ์, ดาร์เลย์ บลินด์/
จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ไนเจล เด ยองก์, เดิร์ค เค้าท์/ เวสลี่ย์ สไนเดอร์/
เยเรเมน เลนส์, อาร์เยน ร็อบเบน
ผู้จัดการทีม: หลุยส์ ฟาน กัล

ชิลี (3-5-2)
คลาดิโอ บราโว่/ แกรี่ เมเดล, ฟรานซิสโก้ ซิลวา, กอนซาโล่ ฮาร่า/
เมาริซิโอ อิสล่า, ชาร์ลส์ อารันกิซ, เฟลิเป้ กูเตียร์เรซ, มาร์เซโล่ ดิอาซ, ยูเจนิโอ เมน่า/
อเล็กซิส ซานเชซ, เอดูอาร์โด้ วาร์กาส
ผู้จัดการทีม: ฮอร์เก้ ซามปาโอลี่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท