
ปากว่าตาขยิบ
บทวิเคราะห์ของ เมลิสา สเพอร์เบอร์ จากซีเอ็นเอ็น แสดงความคิดเห็นว่าตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา สหรัฐใช้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (ทีไอพี) เป็นเครื่องมือในการตัดสินเรื่องการค้าทาสในโลกยุคใหม่ในประเทศต่างๆ ว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือเลวร้ายลง
บทวิเคราะห์ของ เมลิสา สเพอร์เบอร์ จากซีเอ็นเอ็น แสดงความคิดเห็นว่าตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา สหรัฐใช้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (ทีไอพี) เป็นเครื่องมือในการตัดสินเรื่องการค้าทาสในโลกยุคใหม่ในประเทศต่างๆ ว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือเลวร้ายลง
ทั้งนี้ สเพอร์เบอร์มองว่าสหรัฐพยายามมีอิทธิพลเหนือประเทศต่างๆ ผ่านทางรายงานทีไอพีดังกล่าว เพื่อที่จะกระตุ้นให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ไม่ให้โดนปรับลดมาอยู่ในอันดับเทียร์ 3 เป็นอันดับที่ต่ำที่สุด ซึ่งจะต้องได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและระงับความช่วยเหลือต่างๆ จากสหรัฐด้วย
อย่างไรก็ตาม สเพอร์เบอร์เห็นแย้งในเรื่องดังกล่าวว่า แม้สหรัฐจะอยู่ในอันดับสูงสุด หรือเทียร์ 1 จากรายงานทีไอพีมาตั้งแต่ปี 2010 ทว่าสถานการณ์การค้ามนุษย์หรือใช้แรงงานทาสในสหรัฐก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นๆ โดยมีการประมาณการว่ามีแรงงานทาสทั้งผู้ชายผู้หญิงและเด็กในสหรัฐราว 1.75 หมื่นคน/ปี โดยเฉพาะการค้าประเวณีและภาคอุตสาหกรรมการเกษตร
ดังนั้น ในฐานะที่อยู่ในอันดับสูงสุด หรือเทียร์ 1 ของรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ สเพอร์เบอร์จึงแนะว่าสหรัฐควรจะพิจารณาการแก้ไขปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานทาส รวมทั้งการจ่ายค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือต่ำจนเกินไปในบ้านตัวเอง เพื่อให้สมกับที่ได้รับตำแหน่งอันดับสูงสุดเสียก่อน มิใช่เที่ยวไปร้องบอกชาติอื่นว่าให้เร่งจัดการปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์แบบปากว่าตาขยิบ







