
แรงงานสั่งห้ามผู้ประกอบการเก็บค่าขึ้นทะเบียนต่างด้าวเกินจริง
จีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เรียกประชุมบริษัทผู้รับอนุญาตจัดหางานกว่า 200 บริษัท เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือทำความเข้าใจถึงแนวทางการจัดหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติกับแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นธรรม มีความเมตตา โปร่งใสและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบแรงงานหรือมีการค้ามนุษย์ โดยเรื่องค่าใช้จ่ายในการขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้น ต้องไม่มีค่าใช้จ่ายนอกบัญชี นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมและค่าบริการจัดหางานเท่านั้น
จีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เรียกประชุมบริษัทผู้รับอนุญาตจัดหางานกว่า 200 บริษัท เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือทำความเข้าใจถึงแนวทางการจัดหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติกับแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นธรรม มีความเมตตา โปร่งใสและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบแรงงานหรือมีการค้ามนุษย์ โดยเรื่องค่าใช้จ่ายในการขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้น ต้องไม่มีค่าใช้จ่ายนอกบัญชี นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมและค่าบริการจัดหางานเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ยังได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานไปหารือกับผู้ประกอบการเพื่อลดค่าธรรมเนียมลง รวมทั้งจะหารือในอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว หากพิจารณาได้อัตราค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมแล้ว จะประกาศให้ทราบเพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจะพิจารณาลดค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมทั้งปรับลดขั้นตอนในการติดต่อราชการลงด้วย โดยยึดหลัก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม
จีรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยคาดโทษหากมีผู้ทุจริตหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์จะต้องถูกลงโทษสถานหนัก หากบริษัทจัดหางานรายใดถูกเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ ให้แจ้งมาที่ตน จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด หรือหากบริษัทใดเรียกเก็บเงินในอัตราสูงมาก ก็พร้อมจะเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานเช่นกัน
สำหรับกรณีที่ประเทศไทยถูกกล่าวหาในเวทีโลก โดยจากการจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาปีนี้ ไทยถูกลดระดับมาอยู่ในชั้น Tier 3 ซึ่งแย่ที่สุด ส่วนหนึ่งมาจากการที่แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ถูกเอารัดเอาเปรียบในลักษณะแรงงานบังคับ ทำให้ไทยได้รับการพูดถึงไปในทางที่ไม่ดี และทำให้เป็นข้อร้องเรียนออกไปสู่ต่างประเทศ จึงถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชน
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่าใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในสินค้า 5 ชนิด คือ น้ำตาล ปลา กุ้ง สิ่งทอ และสื่อลามก อย่างไรก็ตามยืนยันว่าที่ผ่านมาทุกหน่วยงานดูแลใส่ใจปัญหาค้ามนุษย์มาโดยตลอด แต่เมื่อมาตรฐานของสหรัฐสูงเช่นนี้ ไทยก็ต้องยกระดับการดำเนินการต่อไป
“เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่เฉพาะกระทรวงที่ต้องช่วยแก้ปัญหา โดยเฉพาะบริษัทจัดหาแรงงานที่ต้องทำงานใกล้ชิดกระทรวงมากขึ้น เพราะหลังจากนี้ไทยอาจถูกลดสิทธิพิเศษบางอย่างด้านศุลกากร ซึ่งอาจมีผลต่อยอดการสั่งออร์เดอร์จากต่างประเทศลดลง เมื่อไม่มีออร์เดอร์ ก็เกิดการเลิกจ้างแรงงาน เกิดภาวะว่างงานและขาดทุนกับนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานนั่นเอง” จีรศักดิ์ กล่าว
ด้าน สุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขอความร่วมมือกับบริษัทจัดหาแรงงาน 3 เรื่อง คือ 1.อย่าจ่ายเงินนอกกฎหมาย หากมีการเรียกเก็บไม่ว่าจากบุคคลใด 2.กระทรวงแรงงานยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ใดๆ กับกลุ่มผู้มีอำนาจในการขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3.หากมีข้อร้องเรียนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กระทรวง สามารถร้องเรียนไปโดยตรงทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 68 และ 69 ที่เน้นย้ำว่าจะดำเนินทางกฎหมายด้วยความรวดเร็วและเฉียบขาด
“ขณะนี้กำลังพิจารณาทบทวนหาค่าบริการจัดหาแรงงานและค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรมมากขึ้น แม้ว่าจะยังหาค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนไม่ได้ในตอนนี้ ซึ่งต้องให้บริษัทจัดหาแรงงานช่วยหาราคากลางให้เร็วที่สุด เพื่อให้การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นธรรมและถูกกฎหมาย ลูกจ้างหรือแรงงานก็จะได้รับการดูแลที่ดี ช่วยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ผิดกฎหมายของไทย”สุเมธ กล่าว







