posttoday
เส้นยาแดงผ่าแปด! ฝอยทอง ไล่ตามเจ๊า พญาอินทรี หืดจับ ลุ้นนัดสุดท้ายสี่ทีม กลุ่ม จี

เส้นยาแดงผ่าแปด! ฝอยทอง ไล่ตามเจ๊า พญาอินทรี หืดจับ ลุ้นนัดสุดท้ายสี่ทีม กลุ่ม จี

23 มิถุนายน 2557

โปรตุเกส มาตามไล่ตีเสมอ สหรัฐอเมริกา แบบหืดจับในวินาทีสุดท้ายของเกม

ฟุตบอลโลก 2014

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี นัดสอง
สหรัฐอเมริกา VS โปรตุเกส
สนาม:อารีน่า อเมโซเนีย, มานาอุส
23 มิถุนายน 2014


เยอร์เกน คลิ้นส์มันน์ กุนซือเยอรมันของ สหรัฐ ปรับทีมเล็กน้อยหลังจากกองหน้า โจซี่ อัลติดอร์ มีอาการบาดเจ็บลงเล่นไม่ได้ โอกาสจะเป็นของ ไมเคิล แบร็ดลีย์ รายของ คลิ้นท์ เดมป์ซี่ย์ ที่จมูกหักมาจากเกมชนะ กาน่า ฟิตทันและจะลงสนามในเกมนี้เช่นเดียวกับกองหลังอย่าง แม็ตต์ เบสเลอร์ ขณะที่ตัวหลักรายอื่นยังมี ทิม ฮาวเวิร์ด, ดามาร์คัส บีสลีย์ และ เจอร์เมน โจนส์ นำทัพ


ด้าน เปาโล เบนโต้ กุนซือของโปรตุเกส เองก็เผชิญกับปัญหาในการจัดทีมเช่นกัน ที่เล่นไม่ได้แน่ๆคือ ฟาบิโอ โคเอนเทรา แบ็คซ้ายจาก เรอัล มาดริด ที่หมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ในส่วนของสตาร์คนสำคัญ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แม้จะยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าแต่เจ้าตัวก็พร้อมจะกัดฟันลงช่วยทีมเพื่อความหวังในการเข้ารอบ ส่วนดาวเตะคนอื่นยังอยู่กันครบ ทั้ง ชูเอา มูตินโญ่, ราอูล เมยเรเลส, นานี่ และ เอลแดร์ ปอสติก้า


เกมนี้หาก คลิ้นส์มันน์ พาทีมชนะได้พวกเขาจะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอน และ โปรตุเกส ก็จะกลายเป็นอีกทีมดังที่ต้องตกรอบฟุตบอลโลกครั้งนี้เพียงแค่รอบแรกเท่านั้นตามหลังทีมดังๆอย่าง สเปน และ อังกฤษ ที่ช็อคแฟนร่วงตกรอบไปก่อนหน้านี้แล้ว กลับกันหาก โปรตุเกส ชนะจะทำให้การลุ้นเข้ารอบของกลุ่มนี้ต้องไปวัดกันที่เกมสุดท้ายและมีลุ้นเข้ารอบพร้อมกันทั้งหมด


สถิติการเจอกันของทั้งสองทีมนั้นเคยเจอกันมา 5 ครั้งผลัดกันชนะฝ่ายละ 2 ครั้งและเสมอกัน 1 ครั้ง แต่การเจอกันหนล่าสุดนั้นเกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2002 หนนั้น สหรัฐ เอาชนะไปได้ 3-2 ซึ่งเกมดังกล่าว เปาโล เบนโต้ กุนซือของโปรตุเกส ในปัจจุบันยังเล่นอยู่และเขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวสำรองในเกมดังกล่าวด้วย


เริ่มเกมมาได้แค่ 5 นาที แข้ง "ฝอยทอง" เป็นฝ่ายออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ มิเกล เวโลโซ่ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบ แต่ เจฟฟ์ คาเมรอน ขึ้นสกัดพลาด บอลเลยมาเข้าทาง นานี่ ก่อนที่เจ้าตัวจะกดเต็มข้อ บอลแสกหน้า ทิม ฮาวเวิร์ด นายทวารสหรัฐฯ ตุงตาข่ายไปอย่างสวยงาม


นาทีที่ 10 สหรัฐฯ มีลุ้นบ้าง หลัง เจอร์เมน โจนส์ วางยาวมาให้ ฟาเบียน จอห์นสัน สปีดมารับบอลก่อนแต่งเข้าซ้ายซัดสุดแรง แต่ยังดีที่ อันเดร อัลเมยด้า มาบล็อคได้ทัน


สามนาทีต่อมา แข้งลุงแซมได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผล คลินท์ เดมพ์ซีย์ ปั่นเฉียดคานไปนิดเดียว


นาทีที่ 16 เปาโล เบนโต้ ถึงกับต้องกุมขมับ หลัง เอลแดร์ ปอสติก้า มีปัญหาอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว เลยต้องส่ง เอแดร์ หัวหอกวัย 26 ปีจาก มาลาก้า


นาทีต่อมา ไมเคิล แบร็ดลีย์ วางยาวมาให้ คลินท์ เดมพ์ซีย์ จับบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยขวา บอลติดเซฟ เบโต้ ออกหลังไป


ผ่านมาครึ่งทางในครึ่งแรก สหรัฐฯ ยังบุกอย่างต่อเนื่องหวังทวงประตูคืน และเกือบสำเร็จจากจังหวะที่ แบร็ดลีย์ ได้บอลบริเวณหน้ากรอบ ก่อนสับไกยิง แต่บอลนั้นเหินข้ามคานไปอย่างหวุดหวิด


นาทีที่ 27 แกรห์ม ซูซี่ จ่ายเลียดเข้าไปในกรอบให้ เดมพ์ซีย์ เบียดกับทาง คอสต้า ก่อนจะยิงไปติดบล็อคแนวรับ โปรตุเกส ออกหลังไป


นาทีที่ 28 สหรัฐฯ ที่บุกเป็นพายุ มีลุ้นได้ประตูอีกครั้ง หลัง คลินท์ เดมพ์ซีย์ ตอกส้นให้กับ ไมเคิล แบร็ดลีย์ ก่อนจะหวดด้วยซ้ายแต่บดเกินไป


สี่นาทีต่อมา แข้งพญาอินทรี ได้โอกาสทองเมื่อ ฟาเบียน จอห์นสัน ได้บอลริมเส้นฝั่งขวา ก่อนโยกตัดในและซัดไกล บอลนั้นติดไซด์เฉียดเสาไปแบบน่าเสียดายสุด


เข้าสูช่วงสิบนาทีสุดท้าย โปรตุเกส โต้กลับมาบ้าง และเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ลองส่องไกลบ้าง แต่ลูกยิงของกัปตันรายนี้ยังไม่ผ่านมือ ทิม ฮาวเวิร์ด


นาทีที่ 40 ผู้ตัดสิน เนสเตอร์ ปิตาน่า ตัดสินใจเป่าหยุดเกมเพื่อใช้กฎ "คูลลิ่ง เบรค" ให้นักเตะทั้งสองทีมได้พักกันสักครู่ หลังอุณหภูมิใน อารีน่า อเมโซเนีย นั่นสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส ถือเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลได้เห็นการใช้ "คูลลิ่ง เบรค" ในฟุตบอลโลก


สองนาทีต่อมา โปรตุเกส อาศัยจังหวะความผิดพลาดตรงกลางสนามโต้กลับเร็ว และเป็น โรนัลโด้ ที่ควบบอลเลี้ยงจี้ เจฟฟ์ คาเมรอน ก่อนไหลไปทางด้านขวาให้ นานี่ ซัดเต็มข้อแต่ยังไม่ผ่านมือ ทิม ฮาวเวิร์ด


นาทีสุดท้ายในครึ่งแรก นานี่ ได้จังหวะยิงอีกครั้ง บอลพุ่งไปโดน ทิม ฮาวเวิร์ด เซฟบอลเด้งไปชนเสามาเข้าทาง เอแดร์ ที่รีบวิ่งมาตามซ้ำ แต่ ทิม ฮาวเวิร์ด ที่ยังนอนอยู่โชว์ปฏิกริยาปัดด้วยมือซ้ายบอลข้ามคานไป


เริ่มครึ่งหลังมา โปรตุเกส ได้ลุ้นก่อน หลัง เอแดร์ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลลอยโด่งข้ามคานไป


นาทีที่ 56 แข้ง "พญาอินทรี" ปล่อยโอกาสทองหลุดมืออีกครั้ง จากจังหวะที่ ฟานเบียน จอห์นสัน ที่วันนี้เติมเกมมันส์จริงๆ ควบบอลไปถึงเส้นหลังก่อนตวัดมาให้ ไมเคิล แบร็ดลีย์ วิ่งมาแปเต็มๆ แต่เป็น ริคาร์โด้ คอสต้า สปีดมาบล็อคได้อย่างสุดยอด


แปดนาทีต่อมา สหรัฐอเมริกา มาตีเสมอได้สำเร็จ หลังแนวรับ โปรตุเกส เคลียร์บอลไม่ดี บอลเลยมาเข้าทาง เจอร์เมน โจนส์ แต่งเข้าขวา ก่อนตะบันเต็มข้อบอลพุ่งเข้ากรอบตุงตาข่าย หมดสิทธิ์เซฟสำหรับ เบโต้ 


นาทีที่ 80 นานี่ เลี้ยงจี้เข้าไปในหน้าปากประตู ก่อนโชว์ซัดด้วยซ้าย แต่บอลนั้นลอยโด่งออกไปไม่ได้ลุ้น


และแล้ว "กัปตันอเมริกา" ก็มาแผลงฤทธิ์จนได้ เมื่อ ซูซี่ ตัดบอลเข้ามาให้ คลิ้นท์ เดมพ์ซีย์ ใช้หน้าท้องชาร์จจ่อๆ ให้ สหรัฐอเมริกา พลิกขึ้นนำ 2-1 ในช่วงสิบนาทีสุดท้าย เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หากสกอร์จบแบบนี้ สหรัฐฯ จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสอง ส่วน โปรตุเกส จะตกรอบโดยอัตโนมัติ


นาทีสุดท้าย โปรตุเกส ดาหน้าบุกแหลก เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ นานี่ หลุดมาถึงริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดมาให้ โรนัลโด้ ขึ้นโขก โชคร้ายที่บอลไม่ตรงกรอบ


ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย โปรตุเกส ที่จะดันขึ้นมาทั้งทีม มาเจาะแนวรับ สหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จ เมื่อ โรนัลโด้ เปิดบอลไปให้กับ วาเลร่า วิ่งสอดขึ้นมาโขกเต็มกบาลผ่านมือ ทิม ฮาวเวิร์ด ตุงตาข่าย ตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าจบเกม "พญาอินทรี" เสมอกับ โปรตุเกส ไปอย่างสุดมันส์ 2-2 ยังไม่มีทีมไหนจากกลุ่ม G ที่ผ่านเข้ารอบแบบ 100% สหรัฐฯ ที่มีอยู่ 4 แต้มจะปิดท้ายรอบแรกด้วยการพบกับของแข็งอย่าง เยอรมัน ขณะที่ โปรตุเกส ที่มีเพียงแค่แต้มเดียวจะพบกับ กาน่า

สหรัฐอเมริกา
ทิม ฮาวเวิร์ด - ฟาเบียน จอห์นสัน, เจฟฟ์ คาเมรอน,แม็ตต์ เบสเลอร์, ดามาร์คัส บีสลีย์ - ไคล์ เบ็คเคอร์มันน์, เจอร์เมน โจนส์ - อเลฮานโดร เบโดย่า, ไมเคิล แบร็ดลีย์, แกรห์ม ซูซี่ - คลินท์ เดมพ์ซีย์

โปรตุเกส
เบโต้ - ชูเอา เปเรยร่า, บรูโน่ อัลเวส, ริคาร์โด้ คอสต้า, อันเดร อัลเมยด้า - มิเกล เวโลโซ่, ชูเอา มูตินโญ่, ราอูล เมยเรเลส - นานี่, เอลแดร์ ปอสติก้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผู้ตัดสิน : เนสเตอร์ ปิตาน่า (อาร์เจนติน่า)

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด