
เบลเยี่ยม ฮาเฮ เฉือน "หมี" หืด 1-0
เบลเยี่ยมอาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่าเบียดเอาชนะรัสเซียไปได้แบบหืดจับ 1-0
ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช นัดสอง
เบลเยี่ยม 1-0 รัสเซีย
สนาม: มาราคาน่า, ริโอ เด จาเนโร
22 มิถุนายน 2014
เบลเยี่ยมเกมนี้ได้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ผ่านทดสอบความฟิตลงบัญชาการแนวรับ แม้ก่อนหน้านี่จะมีข่าวว่าดาวเตะจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่ได้ลงเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้ก็ตาม ตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงมี โธมัส แฟร์มาเล่น ที่ได้ลงแทน แยน แฟร์ทองเก้น ขณะที่แผงกลางกุนซือ มาร์ค วิลม็อตส์ ให้โอกาสสองซูเปอร์ซับในเกมที่ผ่านมาอย่าง มารูยาน เฟลไลนี่ และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ลงเป็นตัวจริง ส่วนแดนหน้ายังคงไว้วางใจ โรเมลู ลูกากู ดาวยิงจาก เอฟเวอร์ตัน
ขณะที่รัสเซียของกุนซือ ฟาบิโอ คาเปลโล่ มาในแผน 5-4-1 วาง อเล็กซานเดอร์ โกโกริน ลงค้ำในแดนหน้าเหมือนเดิมโดยมี อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, โอเล็ก ชาตอฟ และ มักซิม คานันนิคอฟ ที่ได้โอกาสลงสนามแทน ยูริ เซียร์คอฟ ลงปั้นเกมให้ ขณะที่ผู้รักษาประตูยังเลือกใช้บริการของ อิกอร์ อคินเฟเยฟ เหมือนเดิม แม้เกมที่ผ่านมาจะทำพลาดเสียประตูให้เกาหลีใต้ก็ตาม
ช่วงแรกเบลเยี่ยมเป็นฝ่ายได้ครองบอลเปิดเกมเข้าใส่อย่างสนุก แต่นาทีที่ 12 รัสเซียเป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อนจากยิงไกลของ วิคเตอร์ ฟายซูลิน แต่ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ยังล้มตัวปัดออกหลังไปได้
หลังจากนั้น 3 นาทีเบลเยี่ยมได้ลุ้นบ้างจากจังหวะสวนกลับ เควิน เดอ บรอยน์ ลากบอลจากกลางสนามมาถึงหัวกะโหลกก่อนใหลให้ ดรีส์ เมอร์เท่น ทางด้านขวา ก่อนปาดเข้ากลางให้ โรเมลู ลูกากู แต่ เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช สกัดออกไปหวุดหวิด
นาที 20 เมอร์เท่นส์ มีโอกาสเบิกสกอร์แรกให้เบลเยี่ยมหลังลากบอลมาจากกลางสนามก่อนซัดด้วยขวา แต่บอลปลิ้นหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
จากนั้น 2 นาที เมอร์เท่นส์ มีโอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่ปีกร่างเล็กลากบอลจี้ ดิมิทรี คอมบารอฟ ก่อนพยายามซัดไปที่เสาไกล บอลข้ามคานไปไม่เยอะ
นาที 30 มักซิม คานันนิคอฟ มีโอกาสได้บอลแหวกแนวรับของเบลเยี่ยม แต่ กูร์กตัวส์ ยังเซฟได้เยี่ยม
เล่นได้ 31 นาทีเบลเยี่ยมต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวคนแรกโดยเอา แยน แฟร์ทองเก้น ลงสนามแทน โธมัส แฟร์มาเล่น ที่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ตอนวอร์มอัพ
นาทีที่ 37 จาก เมอร์เท่น ที่วันนี้เล่นได้เด่นจริงๆ กระชากมาทางขวาผ่าน คอมบารอฟ ก่อนยิงยัดใส่ อคินเฟเยฟ ปัดออกไปได้
นาที 38 ผู้เล่นของรัสเซียได้รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกมนี้หลัง เดนิส กลูชาคอฟ ไปยกเท้าสูงใส่ เมอร์เท่นส์
ก่อนหมดเวลา 1 นาทีรัสเซียน่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ หลังผู้เล่นของรัสเซียครอสบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลเลย ก็องปานี มาให้ โกโกริน ได้ขึ้นโขกคนเดียวโล่งๆ บอลหลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย
จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0
นาที 53 รัสเซียได้ทักทายก่อน อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ เปิดมาที่บอลลอยมาถึงสอง กลูชาคอฟ จับบอลหนึ่งจังหวะ มุมยิงแทบไม่มีแล้วแต่เจ้าตัวใจร้อนเลือกหวดด้วยซ้ายข้ามคานไป
นาที 54 วิตเซล รับใบเหลืองเป็นคนแรกของฝั่งเบลเยี่ยมหลังไปเบรกเกมสวนกลับของ โอเล็ก ชาตอฟ
นาที 57 มาร์ค วิลม็อตส์ ส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาแทน ลูกากู ที่เล่นไม่ออกเลย นัดหน้ามีสิทธิ์เสียตำแหน่งไม่น้อยหลัง 2 เกมที่ผ่านมาหัวหอกจาก เอฟเวอร์ตัน เล่นไม่ออกเลย
นาทีที่ 62 รัสเซียเปลี่ยนเอา อเล็กเซ คอซลอฟ ที่เล่นต่อไม่ไหวออกแล้วส่ง อันเดร เอชเชนโก้
นาที 73 อัลเดอร์ไวเรลด์ มาได้รับใบเหลืองอีกคนหลังไปสอย มักซิม คานันนิคอฟ ก่อนที่เบลเยี่ยมจะเปลี่ยน เควิล มิรัลลาส ลงสนามแทน เมอร์เท่นส์ ที่ไม่มีบทบาทเลยในครึ่งหลัง
นาที 81 รัสเซียได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ชาตอฟ รับบอลก่อนใหลไปทางขวาของกรอบเขตโทษ เอชเชนโก้ ตัวสำรองได้วิ่งมาซัดด้วยขวา บอลผ่านหน้าประตูออกหลังไปแบบได้ลุ้น
หลังจากนั้น 2 นาที รัสเซียส่ง อลัน ซาโกเยฟ ลงสนามแทน ชาตอฟ
เบลเยี่ยมมีโอกาสใกล้เคียงที่สุดจาก มิรัลลาส ที่หลอกยิงฟรีคิกยิงเรียดชนเสาไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 86 อาซาร์ ได้ลุ้นทำประตูให้เบลเยี่ยม หาจังหวะได้กดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบกองหลังข้ามคานไป
หลังจากเร่งเครื่องชุดใหญ่มาได้ซักพักในที่สุดเบลเยี่ยมมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ อาซาร์ ลากผ่านแบ็คขวารัสเซียไปจนสุดเส้นหลัง ก่อนหักกลับมาให้ โอริกี้ แปเต็มแรงผ่าน อคินเฟเยฟ ที่ปัดได้ด้วยปลายมือแล้ว เบลเยี่ยมขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 88
นาทีสุดท้าย คาเปลโล่ ตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเอา อเล็กซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟ ดาวยิงตัวเก่งลงสนามแทน ซาเมดอฟ
เบลเบี่ยมเกือบได้ประตูฝังรัสเซียจากจังหวะโต้กลับ อาซาร์ กระชากบอลจากกลางสนามตัดเขข้ากล่าง ก่อนใหลถวายพานให้ มิรัลลาส มีโอกาสได้ยิง แต่ปีกจาก เอฟเวอร์ตัน ไปแปเบาไปหน่อย โดน อคินเฟเยฟ เซฟได้หวุดหวิด
จบเกมเบลเยี่ยมเฉือนชนะรัสเซียไปแบบหืดจับ 1-0 เกมต่อไปเบลเยี่ยมจะไปพบกับเกาหลีใต้ในคืนวันที่ 26 มิถุนายน ส่วนรัสเซียจะลงแตะกับแอลจีเรียในเวลาเดียวกัน
เบลเยี่ยม (4-2-3-1)
ธิโบต์ กูร์กตัวส์/ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็น, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โธมัส แฟร์มาเล่น/
อั๊กเซิ่ล วิตเซิ่ล, มารูยาน เฟลไลนี่, ดรีส เมอร์เท่นส์, เควิน เดอ บรอยน์, เอแด็น อาซาร์, โรเมลู ลูกากู
ผู้จัดการทีม: มาร์ค วิลม็อตส์
รัสเซีย (5-4-1)
อิกอร์ อกินเฟเยฟ/ อเล็กเซ คอซลอฟ, วาซิลี่ เบเรซุตสกี้, เดนิส กลูชาคอฟ, เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช, ดิมิทรี คอมบารอฟ/ วิคเตอร์ ฟายซูลิน, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, มักซิม คานันนิคอฟ, โอเล็ก ชาตอฟ/
อเล็กซานเดอร์ โกโกริน
ผู้จัดการทีม: ฟาบิโอ คาเปลโล่







