
ชาวเลหลีเป๊ะร้องเจอนายทุนบุกคุกคาม
ชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ ร้องถูกกลุ่มบุคคลบุกข่มขู่ให้รื้อถอนบ้านพัก อ้างนายทุนต้องการขายที่ดิน
ชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ ร้องถูกกลุ่มบุคคลบุกข่มขู่ให้รื้อถอนบ้านพัก อ้างนายทุนต้องการขายที่ดิน
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. น.ส.แสงโสม หาญทะเล ชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล กล่าวว่า วันนี้มีชาวบ้านเกาะหลีเป๊ะ 5 คนได้ร้องเรียนว่า มีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาบังคับให้รื้อถอนบ้านออกจากพื้นที่ ภายใน 1 สัปดาห์ โดยอ้างว่าเจ้าของที่ดินต้องการขายพื้นที่ดังกล่าวให้กับนายทุน ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวง ไม่กล้าออกจากหมู่บ้าน เนื่องจากกลัวเกิดเหตุร้ายกับบ้านพัก
น.ส.แสงโสม กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการคุกคามพื้นที่ชาวเลหลายครั้ง เช่น การนำรถแบ็คโฮปรับปรุงเส้นทาง เพื่อบีบให้พื้นที่บ้านชาวเลแคบลง รวมถึงส่งคนมาล้อมลวดหนามรอบชุมชน การคุมคามครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก เบื้องต้นคาดว่า จะส่งเรื่องถึงจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรม
"ปัญหาของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะสะสมมานานหลายปี ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ต้องอยู่ในชุมชนที่คับแคบ นอกจากจะถูกนายทุนฟ้องไล่ที่แล้ว ยังถูกอุทยานฯ ฟ้องข้อหาบุกรุกที่ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา มีชาวเลที่ไปทำความสะอาดสุสานบรรพบุรุษ โดยการถางป่าไม่ให้รกร้าง แต่อุทยานฯ กลับเข้าใจว่า ชาวเลพยายามจะยึดที่ดิน ทั้งที่ชาวเลมีการตั้งชุมชนมานานนับร้อยปี ขณะนี้ชาวเลในพื้นที่ทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากรอ คณะกรรมการอำนวยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล มีอำนาจหน้าที่ในการทำงานอีกครั้ง เพราะหลังจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ยึดอำนาจ คณะกรรมการดังกล่าวก็เหมือนหยุดบทบาทหน้าที่ไปชั่วคราว"น.ส.แสงโสมกล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย หาญทะเล ชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง อดีตประธานคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ระบุว่า เคยว่าจ้างทนายความผู้หนึ่งให้ช่วยเหลือเรื่องข้อพิพาทที่ดินกับนายทุน แต่เนื่องจากไม่มีเงินเป็นค่าจ้าง จึงเซ็นสัญญาให้ทนายคนดังกล่าวมีส่วนในการจัดการที่ดิน และจะจ่ายเงินทดแทนให้ภายใน 3 ปี แต่ปัจจุบันยังไม่ครบกำหนด ทนายคนดังกล่าวและพวกกว่า 20 คน เข้ามาในรีสอร์ท พร้อมกับนายทุนและมือปืนอีกหลายคน เมื่อวันที่ 29 พ.ค. โดยเจรจาเชิงข่มขู่ให้เซ็นเอกสาร โดยไม่มีโอกาสได้อ่านข้อความใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านพล.อ.สุรินทร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่า ปัญหาที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะเกิดจากเจ้าของรีสอร์ทและเจ้าของที่ดินทั้งหมดร่วมกันตรวจสอบแนวเขตของตน เพราะมีเจ้าของที่ดินหลายรายแจ้งแนวเขตเป็นเท็จ เช่น สค.1 แจ้งไว้ 5 ไร่ แต่พอเป็น นส.3 เพิ่มเป็น 15 ไร่ เมื่อเป็นโฉนดบวมเป็น 45 ไร่ สาเหตุเกิดจากชาวเลไม่ได้แจ้งจดเอกสารสิทธิ์ไว้ ดังนั้งจึงต้องเจราและตกลงกันให้ชัดเจน ส่วนคนที่ผิดต้องยอมถอย เพื่อจัดระเบียบเกาะหลีเป๊ะ
"จริงๆแล้วเมื่อ 60 ปีก่อน บนเกาะแห่งนี้ยังมีชาวเลอาศัยอยู่เต็มหาด ดูหลักฐานจากต้นมะพร้าวสูงๆ เต็มไปหมด และปัจจุบันหากไม่เอาเปรียบกัน มีการจัดระเบียบอย่างถูกต้อง ผมคิดว่ายังมีที่ดินเหลือให้ชาวเลได้อยู่อาศัย ไม่ใช่ปล่อยให้เขาไปอยู่กันกระจุกนิดหนึ่ง ทั้งๆ ที่เขาอยู่มาก่อน เราต้องเอาทุกอย่างมาไว้บนโต๊ะ อะไรที่เคยอยู่ใต้ดินก็เอามาไว้บนดิน ปัญหาถึงจะแก้ไขได้"พล.อ.สุรินทร์ กล่าว
พล.อ.สุรินทร์ กล่าวเสริมว่า หลังการยึดอำนาจของ คสช. คณะอนุกรรมการฯ ที่ตนเป็นประธานสิ้นสุดลง จึงไม่มีการติดตามเรื่องต่อ ซึ่งล่าสุดได้รับแจ้งจากนายฉัตรชัยกรณีที่ดินถูกบุกรุก จึงแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกอ.รมน.ให้เข้ามาติดตามสถานการณ์ ซึ่งทหารเรือสามารถจับกุมชายฉกรรจ์ได้ 8 คนพร้อมอาวุธ
บรรยายภาพ : การขยายถนนของนายทุน







