
พระสงฆ์จากสุวรรณภูมิ 4 ประเทศอบรมร่วมกัน
พระสงฆ์จากแผ่นดินสุวรรณภูมิ 4 ประเทศ ฝึกอบรมหน้าที่พระธรรมทูตร่วมกันในประเทศไทยและพุทธภูมิ
พระสงฆ์จากแผ่นดินสุวรรณภูมิ 4 ประเทศ ฝึกอบรมหน้าที่พระธรรมทูตร่วมกันในประเทศไทยและพุทธภูมิ แสดงถึงความสามัคคีในหมู่สงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ แม้จะอยู่คนละประเทศก็ตาม
ส่งเสริมการอบรมพระสงฆ์
ตามที่สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดตั้งโดยนักธุรกิจและข้าราชการชาวไทย นำโดย สุภชัย วีระภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยนครพัฒนา ที่เคยอุปสมบทในประเทศอินเดีย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อปี 2550 ได้ทำโครงการถวายพระสงฆ์ไทยให้ไปศึกษาอบรมเชิงลึกในแดนพุทธภูมิต่อเนื่องกันมา 5 ปีแล้วนั้น
เมื่อเข้าปีที่ 6 ได้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านในย่านสุวรรณภูมิ ดังที่เคยทำมาในรุ่นที่ 4 และ 5 โดยรุ่นที่ 6 นี้ สมเด็จพระสังฆราชแห่งกัมพูชา เมตตาส่งพระกัมพูชาเข้าอบรม 2 รูป ประธานพุทธศานิกสัมพันธ์แห่ง สปป.ลาว ส่งมา 2 รูป รองประธานสงฆ์เวียดนาม (เถรวาท) ส่งมา 1 รูป ทั้งหมดเข้าอบรมร่วมกับพระสงฆ์ไทย 29 รูป ในช่วงเข้าพรรษาที่ประเทศอินเดีย
สุภชัย ในฐานะเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวรายงานต่อที่ประชุมในการเปิดปฐมนิเทศพระธรรมทูต เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2557 ที่ห้องประชุมไทยนครพัฒนา ว่า เมื่อคณะผู้อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลที่อินเดียลาสิกขาไปก็ได้คิดทำโครงการเพื่อทดแทนพระพุทธศาสนา แต่ไม่เห็นช่องทางอื่นนอกจากส่งเสริมด้านการเผยแผ่ จึงตั้งชมรม และต่อมาก็พัฒนาเป็นสถาบัน เพื่อถวายอุปถัมภ์ในการอบรมพระสงฆ์ให้มีความเข้มแข็ง โดยมีปัญญาเป็นอาวุธ เพื่อเผยแผ่แบบรู้ทันกระแสโลกาภิวัตน์ด้วย
ฝึกวิปัสสนาให้รู้จริง
ในการอบรมได้พัฒนาวิธีการทุกปี เช่น รุ่นที่ 6 ได้เพิ่มการฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐาน 1 เดือน ที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เมตตาชี้แนะ
ซึ่งต้องด้วยจุดประสงค์ของสถาบันที่จัดโครงการขึ้นมา ด้วยต้องการให้พระคุณเจ้ารู้ลึกในพุทธธรรม โดยปราศจากวิจิกิจฉา ทั้งในการปฏิบัติและปริยัติ คือ ศึกษาให้รู้เห็นของจริงในแดนพุทธภูมิตามประวัติศาสตร์ที่สามารถสัมผัสได้
ส่วนการทำงานของโครงการภายใต้แนวคิดพุทธพลิกโลกนั้น เพื่อพลิกมิจฉาทิฐิให้เป็นสัมมาทิฐิ และงานนี้ไม่ได้ใช้เวลาเป็นตัวกำหนด ไม่นำเวลามาเป็นตัวกั้น ชาตินี้ทำไม่สำเร็จ ชาติหน้าทำต่อ ที่ว่าอย่างนี้เพราะมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้นำทาง จะเห็นว่าพระพุทธองค์บำเพ็ญบารมีมายาวนานกว่าจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสพระธรรมคำสอนที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขและสันติสุข คำสอนของพุทธองค์เป็นจริงและพลิกโลกได้จริง
ต้องมีภาษาเป็นอาวุธ
พระธรรมสุธี ประธานที่ปรึกษาโครงการ อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ กล่าวเปิดประชุม โดยชื่นชมพระธรรมทูตที่เข้าอบรมว่าเป็นผู้เสียสละและมีความอดทน ที่พูดเช่นนี้เพราะต่างประเทศนั้นไม่เหมือนประเทศไทย แตกต่างตั้งแต่คน ภาษา สิ่งแวดล้อมขนบธรรมเนียมประเพณี และอาหาร ที่พูดเช่นนี้เพราะท่านมีประสบการณ์ในการอาศัยอยู่ที่อินเดียมา 8 ปี ตั้งแต่วัดไทยพุทธคยานั้นแวดล้อมด้วยทุ่งนา มีแขกนำวัวมาเลี้ยงรอบวัด แต่ปัจจุบันแวดล้อมไปด้วยความเจริญ เต็มไปด้วยประชาชน สภาพคล้ายกรุงเทพฯ
ยังเคยไปเป็นพระธรรมทูตวัดพุทธประทีป ลอนดอน 11 ปี ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดขึ้นมาใหม่ๆ
จากประสบการณ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้น จึงมองเห็นจุดอ่อนของพระธรรมทูต คือ การใช้ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงพอที่จะเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ แม้ว่าชาวต่างชาติอยากเรียนรู้พุทธศาสนามากก็ตาม
นอกจากนั้น ประเทศต่างๆ ในโลกไม่ได้พูดภาษาอังกฤษทั้งหมด ดังนั้นเมื่อไปอยู่ประเทศไหน ก็ให้ฝึกฝนพูดภาษาประเทศนั้นให้ได้นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ จะเป็นประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง
ช่วยเสริมบทบาทคณะสงฆ์ไทย
พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์) ผู้อำนวยการหลักสูตร เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดียเนปาล กล่าวว่า โครงการของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เป็นโครงการต่อเติมเสริมงานที่คณะสงฆ์ไทยได้ทำในประเทศไทยส่วนหนึ่ง และต่อเติมเสริมความแข็งแรงให้คณะสงฆ์ไทยที่มีพระธรรมทูตประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ให้หลากหลาย และยังสะท้อนให้เห็นการทำงานขององค์กรอิสระที่ญาติโยมตั้งขึ้น เพื่อเข้ามาร่วมพัฒนาบุคลากรของชาติ ศาสนา โดยนิมนต์พระสงฆ์ที่สมควรได้รับหน้าที่ไปปฏิบัติ ให้มีความสามารถมากขึ้น
งานเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น คนอยากทำและใครก็ทำได้ แต่ให้ทำเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ในขณะที่บ้านเมืองเราอยู่ในภาวะขาดแคลนคุณธรรม ศีลธรรม สังคมบกพร่องจากศีลห้านั้น เหมือนกับการที่มองเห็นปัญหาแล้วหาอุปกรณ์มาช่วยแก้ปัญหา
ซึ่งสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 มองเห็นปัญหาดังกล่าว จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของชาติ
ช่วยการศึกษาเพิ่มเติม
พระครูนิโครธบุญญากร (ดร.พระมหาปรีชา Ph.D.) หัวหน้าฝ่ายวิชาการและศึกษาเชิงปฏิบัติการ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวว่า งานอบรมพระธรรมทูตผ่านมาแล้ว 5 รุ่น ทำให้เห็นว่าพระสงฆ์ที่รักในงานการเผยแผ่มีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติ เพื่อให้รู้จริง จะช่วยสอนประชาชนให้รู้ว่าการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์นั้นคืออะไร
ด้านปริยัติก็ได้ปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาของสังคมไทยให้ทันเหตุการณ์อยู่เรื่อยๆ
ในด้านการปฏิบัตินั้นได้รับความเมตตาอย่างสูงจากสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ที่ให้โอกาสได้เรียนรู้สมถวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน 4 โดยให้ใช้สถานที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี อ.ปากช่อง อบรมวิปัสสนา 1 เดือน
เวลา 1 เดือน ที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี เป็นการปฏิบัติที่เข้มข้นเพื่อวัดความอดทนว่ารับไหวไหม เมื่อไปอยู่แดนพุทธภูมิ
เท่าที่ผ่านมา พบว่าพระบางรูปที่เคยท้อแท้กับการปฏิบัติหน้าที่ แต่พอได้ไปลงในพื้นที่จริง ไปเห็นทุกข์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จโปรดเวไนยนิกรในชมพูทวีป ทุกรูปก็เกิดจิตสำนึก ฟื้นความรู้สึกของสมณสัญญาของตนเองให้กลับมาว่าเราจะต้องทำหน้าที่ของความเป็นพระจนกว่าลมหายใจสุดท้าย สะท้อนให้เห็นว่าการที่บรรดาญาติโยมให้การสนับสนุนโครงการนั้นไม่สูญเปล่า ได้พระที่ดี พระที่มีความจริงใจจะประพฤติปฏิบัติหน้าที่ของความเป็นพระ แม้ท่านจะยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ แต่ว่าทางที่ท่านเดินนั้นถูกต้องแล้ว คือ ได้ศึกษาเรียนรู้จริงๆ ได้ปฏิบัติในสถานที่จริงๆ และนำกลับไปสอนได้ถูกต้องจริงๆ ตามพุทธประสงค์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อถามว่าชื่อโครงการว่า พุทธพลิกโลก นี้ถือว่ายิ่งใหญ่ไหม พระครูนิโครธบุญญากร ซึ่งจบปริญญาเอก 3 สาขา หรือได้ Ph.D. 3 ใบ 3 ดีกรี จากมหาวิทยาลัยบานาราส ฮินดู ยูนิเวอร์ซิตี้ (BHU) ตอบว่า พุทธพลิกโลกเป็นชื่อที่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่แล้ว พระองค์อุบัติในโลกก็ต้องการขนสรรพสัตว์บนโลกนี้ให้ข้ามวัฏสงสาร ฉะนั้นการเดินตามรอยยุคลบาทแห่งพระศาสดา ต้องยึดคำพุทธพลิกโลกนี้แหละ เป็นชื่อที่ถูกต้องที่สุดในโครงการนี้ เพราะเป็นเป้าหมายสูงสุด
พร้อมกับบอกว่า พุทธพลิกโลกไม่ต้องทำอะไรมาก แต่พลิกใจมนุษย์ให้เข้าสู่ทางพุทธก็พอ
คอยมา 3 ปี
พระครูสังฆรักษ์ไพบูลย์ ปญฺญานนฺโท อายุ 46 ปี จาก จ.เชียงราย ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าอบรมในโครงการนี้โดยพระธรรมสุธี อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ กล่าวขอบคุณสถาบันที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา เพราะได้ยินและปรารถนามานานที่จะเข้าร่วมโครงการมานาน 23 ปีแล้ว เมื่อได้รับโอกาสครั้งนี้จึงรู้สึกสมปรารถนา
เมื่อเข้าโครงการก็ตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดในการศึกษาและอบรม เพื่อนำมาเผยแผ่ในเมืองไทย เพราะการไปศึกษาในสถานที่จริง ย่อมทำให้ได้ความรู้มากกว่าที่เคยศึกษาแต่ทางทฤษฎีแน่นอน
ท่านบอกถึงความตั้งใจจะศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะที่ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พบว่าพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นวิเศษและมหัศจรรย์ เช่น ปฏิบัติตามคำสอน แค่สติอย่างเดียวก็สุดยอดแล้ว
ท่านพระครูจึงเล่าประสบการณ์ 1 เดือน ที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี ว่าคุ้มค่ามาก
โดยกล่าวว่า เมื่อเราปฏิบัติเราเห็นจริง ทุกข์ก็ทุกข์จริง สุขก็สุขจริง คำสอนของพระพุทธองค์มหัศจรรย์มาก
ธรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องลงมือปฏิบัติ ถ้ามิเช่นนั้นไม่เห็นผลยกตัวอย่างเมื่อเราเห็นอาหารบนโต๊ะ ถ้าไม่ลองชิมดู ก็ไม่รู้ว่ามีรสชาติอะไร
ธรรมของพระพุทธเจ้าก็เช่นกัน ต้องปฏิบัติ เมื่อได้ปฏิบัติจึงจะรู้ว่าสุดยอด แม้เวลาที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี จะสั้น แต่ทำให้ตนเองมั่นใจว่าตัวเองเป็นพระมากขึ้น
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี เป็นการปฏิบัติแบบเข้มข้นเอาจริง เริ่มตื่นนอนก็ปฏิบัติตั้งแต่เวลา 03.00 น. มีเวลาสวดมนต์ ฉันเช้า ฉันเพลเล็กน้อย เมื่อถึงเวลาบ่ายโมงเศษๆ ก็เข้าปฏิบัติต่อเนื่องจนถึงเวลา 21.00 น. จึงได้เวลาจำวัตร (นอน)
การนอนก็ไม่ใช่นอนเฉยๆ แต่นอนแบบผู้ปฏิบติคือมีสติเสมอ







