
‘บิ๊กตู่’กระชับอำนาจคุมโครงสร้างดับไฟใต้
ปรับโครงสร้างแก้ปัญหาไฟใต้
ปรับโครงสร้างแก้ปัญหาไฟใต้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบรับปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน และสอดรับกับอำนาจการบริหารราชการในปัจจุบัน โดยแบ่งงานการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 3 ระดับ คือ 1.หัวหน้า คสช.รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและวางแนวทางแก้ไข 2.แปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ให้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี รอง ผบ.ทบ.เป็นประธาน และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นเลขานุการ 3.ระดับหน่วยปฏิบัติ ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 สน. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาทั้งหมดในพื้นที่ ทั้งมิติงานด้านความมั่นคงและงานด้านการพัฒนา
คสช.จัดระเบียบวินรถตู้
การประชุมร่วมระหว่างตัวแทนกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตำรวจจราจร สน.พญาไท และตัวแทนวินรถตู้กว่า 20 ราย เพื่อหาข้อสรุปในการจัดระเบียบการจราจรบริเวณพื้นที่เกาะราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีข้อสรุป 3 ระยะ ดังนี้ 1.เริ่มทดลองปฏิบัติวันที่ 23 มิ.ย. รวม 5 วัน ก่อนปฏิบัติจริง เน้นเรื่องการหาพื้นที่จอดรถ การปรับค่าโดยสารเป็นธรรม 2.บูรณาการร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ห้ามรถยนต์สาธารณะวิ่งทับซ้อนเส้นทาง และ 3.แก้ไขกฎหมายให้สะดวกต่อการเดินรถ
เด้งบิ๊กกระทรวงแรงงาน
คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 70/2557 เรื่องการแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 1.นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 2.นายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมการจัดหางานอีกหน้าที่หนึ่ง 3.นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ 4.นายพิชิต นิลทองคำ จัดหางาน จ.ชลบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวอีกหน้าที่หนึ่ง โดยทั้งหมดให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน ทั้งนี้มีรายงานว่าสาเหตุที่เกิดการโยกย้ายดังกล่าวเนื่องจากกระทรวงแรงงานไม่สามารถแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวได้
สุเทพอำลาการเมือง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศยุติบทบาททางการเมือง และจากนี้จะไปทำงานร่วมกับภาคประชาชนในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ อย่างไรก็ตาม หาก คสช.ประสานงานเข้ามาก็ยินดีให้ความร่วมมือพร้อมกับประชาชนทุกภาคส่วน เพราะถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศ และเชื่อว่า คสช.จะมีธรรมนูญปกครองชั่วคราวที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตรวมถึงสภาปฏิรูป
จารุพงศ์ลาออก หน.เพื่อไทย
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 ทั้งนี้ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค ระบุว่า หาก คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมได้เมื่อใด พรรคจะเร่งดำเนินการจัดประชุมใหญ่ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารได้เคยให้ความเห็นชอบไว้ตามข้อบังคับพรรค ข้อที่ 50 ว่าหากหัวหน้าพรรคลาออก ให้รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้รักษาการแทน ได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี ตามลำดับ
ย้ายล้างบาง ขรก.สภา
นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะรักษาการเลขาสภาฯมีคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 1184/2557 ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญ 16 ราย อาทิ น.ส.สุนทร รักเมือง ผู้อำนวยการสำนักการคลังและงบประมาณ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ นางพรรษมนต์ ไทยวัฒนานุกูล ผู้ตรวจราชการ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักการคลังและงบประมาณ เป็นต้น
คืนตำแหน่งหมอพรทิพย์
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการปลัดกระทรวงเปิดเผยว่า คสช.มีหนังสือคำสั่งถึงกระทรวงยุติธรรม เรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงยุติธรรม โดยให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และให้ พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมแทน







