posttoday
‘บิ๊กตู่’กระชับอำนาจคุมโครงสร้างดับไฟใต้

‘บิ๊กตู่’กระชับอำนาจคุมโครงสร้างดับไฟใต้

22 มิถุนายน 2557

ปรับโครงสร้างแก้ปัญหาไฟใต้

ปรับโครงสร้างแก้ปัญหาไฟใต้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบรับปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน และสอดรับกับอำนาจการบริหารราชการในปัจจุบัน โดยแบ่งงานการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 3 ระดับ คือ 1.หัวหน้า คสช.รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและวางแนวทางแก้ไข 2.แปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ให้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี รอง ผบ.ทบ.เป็นประธาน และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นเลขานุการ 3.ระดับหน่วยปฏิบัติ ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 สน. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาทั้งหมดในพื้นที่ ทั้งมิติงานด้านความมั่นคงและงานด้านการพัฒนา

คสช.จัดระเบียบวินรถตู้

การประชุมร่วมระหว่างตัวแทนกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตำรวจจราจร สน.พญาไท และตัวแทนวินรถตู้กว่า 20 ราย เพื่อหาข้อสรุปในการจัดระเบียบการจราจรบริเวณพื้นที่เกาะราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีข้อสรุป 3 ระยะ ดังนี้ 1.เริ่มทดลองปฏิบัติวันที่ 23 มิ.ย. รวม 5 วัน ก่อนปฏิบัติจริง เน้นเรื่องการหาพื้นที่จอดรถ การปรับค่าโดยสารเป็นธรรม 2.บูรณาการร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ห้ามรถยนต์สาธารณะวิ่งทับซ้อนเส้นทาง และ 3.แก้ไขกฎหมายให้สะดวกต่อการเดินรถ

เด้งบิ๊กกระทรวงแรงงาน

คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 70/2557 เรื่องการแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 1.นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 2.นายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมการจัดหางานอีกหน้าที่หนึ่ง 3.นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ 4.นายพิชิต นิลทองคำ จัดหางาน จ.ชลบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวอีกหน้าที่หนึ่ง โดยทั้งหมดให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน ทั้งนี้มีรายงานว่าสาเหตุที่เกิดการโยกย้ายดังกล่าวเนื่องจากกระทรวงแรงงานไม่สามารถแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวได้

สุเทพอำลาการเมือง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศยุติบทบาททางการเมือง และจากนี้จะไปทำงานร่วมกับภาคประชาชนในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ อย่างไรก็ตาม หาก คสช.ประสานงานเข้ามาก็ยินดีให้ความร่วมมือพร้อมกับประชาชนทุกภาคส่วน เพราะถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศ และเชื่อว่า คสช.จะมีธรรมนูญปกครองชั่วคราวที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตรวมถึงสภาปฏิรูป

จารุพงศ์ลาออก หน.เพื่อไทย

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 ทั้งนี้ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค ระบุว่า หาก คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมได้เมื่อใด พรรคจะเร่งดำเนินการจัดประชุมใหญ่ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารได้เคยให้ความเห็นชอบไว้ตามข้อบังคับพรรค ข้อที่ 50 ว่าหากหัวหน้าพรรคลาออก ให้รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้รักษาการแทน ได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี ตามลำดับ

ย้ายล้างบาง ขรก.สภา

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะรักษาการเลขาสภาฯมีคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 1184/2557 ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญ 16 ราย อาทิ น.ส.สุนทร รักเมือง ผู้อำนวยการสำนักการคลังและงบประมาณ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ นางพรรษมนต์ ไทยวัฒนานุกูล ผู้ตรวจราชการ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักการคลังและงบประมาณ เป็นต้น

คืนตำแหน่งหมอพรทิพย์

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการปลัดกระทรวงเปิดเผยว่า คสช.มีหนังสือคำสั่งถึงกระทรวงยุติธรรม เรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงยุติธรรม โดยให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และให้ พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมแทน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท