
เอ็นเยียม่าโชว์เทพ! อินทรีมรกต ถีบ บอสเนีย น้ำตาแตก 1-0 ร่วงรอบแรกบอลโลก
ไนจีเรีย เอาชนะ บอสเนียฯ ไปได้อย่างสุดมันส์ 1-0 ถีบ บอสเนียฯ ตกรอบแรกบอลโลก 2014
ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ นัดสอง
ไนจีเรีย vs บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวีน่า
วันที่: 21 มิ.ย.57 เวลา 05.00 น. (เช้าวันอาทิตย์ที่ 22 มิ.ย.57 ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม: อารีน่า ปานตานัล, กัวอิบา
"อินทรีมรกต" ไนจีเรีย เกมนี้มีการปรับในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟเล็กน้อยโดย โจเซฟ โยโบ ปราการหลังตัวเก๋าจะได้ลงมาเสียบแทน ก๊อดฟรีย์ โอบัวโบน่า ที่มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าจนลงสนามในเกมนี้ไม่ได้ ในส่วนของแนวรุกนั้น สตีเฟ่น เคชี่ ให้โอกาสกับ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ ลงมากระชากลากเลื้อยในเกมนี้แม้ในเกมแรกค่อนข้างน่าผิดหวัง
ทางด้าน บอสเนีย นั้นกุนซือ ซาเฟ็ต ซูซิช ยังใช้กองหน้าตัวเป้าแค่คนเดียวเหมือนเกมที่แพ้ต่อ อาร์เจนติน่า โดยวาง เอดิน เชโก้ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า ส่วนเกมรับนั้น กัปตันทีมคนเก่งอย่าง เอเมียร์ สปายิช หายจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าฟิตทันลงสนามในเกมนี้
ทั้งสองทีมไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยไม่ว่าจะเป็นเกมในระดับใดก็ตาม และแมตช์นี้จะตรงกับแมตช์ที่ 800 พอดิบพอดีของฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
เปิดฉากมาไม่ถึงนาที บอสเนียฯ มีลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เอดิน เชโก้ ไหลออกข้างให้ เมนซูร์ มุดซ่า กระชากไปถึงเส้นหลังก่อนเปิดมาในกรอบ แต่โชคดีที่แนวรับ ไนจีเรีย เคลียร์ทิ้งไปได้ทันก่อนบอลจะมาถึง เชโก้
นาทีที่ 11 ไนจีเรีย เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ จอห์น โอบี มิเกล รับบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจสับไกด้วยขวา บอลนั้นพุ่งเฉียดเสาชนิดที่ว่า อัสเมียร์ เบโกวิช พุ่งไม่ทันแล้ว
สิบนาทีต่อมา บอสเนียฯ เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลัง เอดิน เชโก้ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า
นาทีที่ 23 ไฮโลวิช ลากบอลเข้าไปในกรอบ ก่อนตัดเข้าเหลี่ยมซ้ายซัดเต็มข้่อ แต่ เอ็นเยียม่า ล้มตัวเซฟได้ทัน
และจากจังหวะต่อเนื่อง เป็น เชโก้ ที่ฉวยโอกาสซัดแต่ยังไม่ผ่านมือ เอ็นเยียม่า คนเดิม
นาทีที่ 28 เมดูเนียนิน ไหลบอลให้ มิราเล็ม ปานิช กดระยะ 20 หลา บอลพุ่งตรงกรอบ ทำเอา เอ็นเยียม่าถึงกับรับกระฉอก แต่ยังดีที่ไม่มีตัวซ้ำในกรอบเขตโทษ
แต่สุดท้าย กลับเป็น "อินทรีมรกต" ที่เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เอเมนิเก้ วิ่งเบียดกับทาง สปาอิช ล้มลงไป ก่อนปาดเข้าในให้ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ วิ่งมาแปจ่อๆ บอลนั้นลอดขา เบโกวิช เข้าประตูไปอย่างไม่ยากเย็น
นาทีที่ 33 โอเด็มวิงกี้ คนทำประตูแรก รับบอลตรงกลางสนาม ก่อนตัดสินใจยิงทันที บอลนั้นเข้ากรอบแต่ยังเบาไป เบโกวิช รับสบาย
นาทีสุดท้าย เอดิน เชโก้ มีโอกาสพังประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ เซนาด ลูลิช ถวายพานให้ แต่เจ้าตัวซัดค้านคานออก ไปแบบไม่ได้ลุ้น
หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกเข้าใส่กันอย่างหนัก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาด จบครึ่งแรก ไนจีเรีย นำ บอสเนียฯ อยู่ 1-0
เริ่มเกมในครึ่งเวลาหลัง เป็น บอสเนีย ที่เป็นฝ่ายทำเกมรุกเข้าใส่อย่างหนักหวังจะตีเสมอให้ได้ แต่จังหวะสุดท้ายพลาดไปหมด โดยเฉพาะ เอดิน เชโก้ ที่วันนี้ใช้โอกาสเปลืองจริงๆ
นาทีที่ 55 บอสเนียฯ ตัดสินใจ ส่ง เวดาด อิบิเซวิช ศูนย์หน้าคนสำคัญลงมาเล่นแทน อิเซ็ต ไฮโรวิช เพื่อเสริมทัพในแดนหน้า
นาทีต่อมา ตัวแทนจากยุโรปตัดสินใจเปลี่ยนตัวคนที่สองติดต่อกัน โดยส่ง เซยาด ซาลิโฮวิช ลงมาแทน เซนาด ลูลิช
สิบนาทีต่อมา ไนจีเรีย เกือยจะได้ประตูที่สอง เมื่อ เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ที่วันนี้แข็งแกร่งจริงๆ กระชากบอลเข้าไปในกรอบก่อนยิง ทำเอา เบโกวิช ต้องออกแรงเซฟแทบจะทุกหน
นาทีที่ 74 อิบิเซวิช ได้เทคตัวโขกจ่อๆ แต่บอลข้ามคานไปอย่างน่าผิดหวัง
หลังจากนั้น บอสเนียฯ มีโอกาสพังประตูไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่โชคร้ายที่วันนี้พวกเขาไม่ได้พกดวงมา อีกทั้งยังมาเจอกับ วินเซนต์ เอ็นเยียม่า ที่ฟอร์มฮอตจริงๆ ช่วยเซฟให้กับไนจีเรียเป็นพัลวัน ขณะที่ ไนจีเรียเอง ก็มีเกมโต้กลับที่น่ากลัว และมีโอกาสยิงเข้ากรอบถึง 13 ครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่คมเอง
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอสเนียฯ พลาดโอกาสทองไปแบบสุดช็อค เมื่อ เอดิน เชโก้ ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนพลิกตัวตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลนั้นพุ่งไปติดเซฟ เอ็นเยียม่า กระดอนไปชนเสา จบเกม ไนจีเรีย เอาชนะ บอสเนียฯ ที่เปิดเกมบุกแหลกแต่ไม่มีดวงไปอย่างสนุก 1-0 ถีบ บอสเนีย ตกรอบแรกในการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกไปอย่างชอกช้ำ ส่วน ไนจีเรีย ลงเล่น 2 นัดมีสี่คะแนน นัดสุดท้ายพบกับของแข็งอย่าง อาร์เจนติน่า ที่ผ่านเข้ารอบไปแล้ว
ไนจีเรีย
วินเซนต์ เอ็นเยียม่า - เอเฟ่ อัมโบรส, จูวอน โอชานิว่า, โจเซฟ โยโบ (กัปตันทีม), เคนเน็ธ โอเมรูโอ - จอห์น โอบี มิเกล, โอเกนยี่ โอนาซี่ -ไมเคิ่ล บาบาตุนเด้, ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้, อาห์เหม็ด มูซ่า - เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้
บอสเนียฯ
อัสเมียร์ เบโกวิช - เมนซูร์ มุดซ่า, มูฮาเหม็ด เบซิช, เอเมียร์ สปาฮิช (กัปตันทีม) , โทนี่ ซุนยิซ, - อิเซ็ต ไฮโรวิช, ฮาริส เมดูเนียนิน - มิราเล็ม ปานิช, เซนาด ลูลิช, ซเวซดาน มิซิโมวิช - เอดิน เชโก้
ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ โอเลียรี่ (นิว ซีแลนด์)







