
มือปราบอิทธิพล
ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายภารกิจ ปฏิบัติการล้าง “มาเฟีย”
ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายภารกิจ ปฏิบัติการล้าง “มาเฟีย” วินมอเตอร์ไซค์ ภายใต้การนำทีมของ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ท่วงทำนองการปราบปรามจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเฉียบขาด ได้ใจชาวกรุงเต็มประดา
“มาเฟียมีหรือเปล่า มีใครเรียกเก็บเงินบ้างหรือไม่ เอาความจริงนะไม่ต้องกลัว หรือถ้ากลัวให้มาบอกผมนอกรอบก็ได้จะส่งพวกมาช่วย ถ้ายังรีดไถผิดๆ กันอีก ถือว่าเตือนแล้ว ถ้าตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริงจะยึดทรัพย์ให้หมด” คือคำพูดของ พล.ต.อภิรัชต์ หรือ เสธ.แดง
บิ๊กทหารรายนี้ ลงพื้นที่พระราม 9 ร่วมกับ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยท่าทีจริงจัง
“ผมไม่ยอมให้กรุงเทพฯ มีมาเฟียวินมารีดไถเด็ดขาด ผมให้สัญญาเลย” พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวชัดคำ
นาทีนี้ “บรรดาขาใหญ่” คงไม่กล้าออกมาประกาศศักดา
ชื่อของ พล.ต.อภิรัชต์ เริ่มเป็นที่รู้จักในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 โดยขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักปฏิบัติภารกิจภายใต้คำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
พล.ต.อภิรัชต์ เป็นผู้นำกำลังทหารปฏิบัติการ “ยึดคืน” สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไทยคมที่ จ.ปทุมธานี จากที่กลุ่มคนเสื้อแดงคุมพื้นที่ไว้ แม้จะไม่สำเร็จแต่ก็เป็นผู้นำทหาร 28 คนสุดท้าย ที่ยืนหยัดปกป้องสถานี
สำหรับ พล.ต.อภิรัชต์ จบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 เป็นทายาทคนโตของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) โดยสมรสกับ ผศ.กฤษติกา คงสมพงษ์ อดีตพิธีกรรายการเกมโชว์กำจัดจุดอ่อน ทางช่อง 3
พล.ต.อภิรัชต์ จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 31 (จปร.31)เหล่าทหารราบ, โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
ตำแหน่งสำคัญ อาทิ นักบินประจำกองบินปีกหมุนศูนย์การบินทหารบก ฝ่ายเสนาธิการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เคยปฏิบัติราชการที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ในหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส







