
"ตราไก่" ถลุง สวิสฯ ยับ 5-2 โอกาสเข้ารอบสดใส
ฝรั่งเศสสวมบทโหดไล่ถลุงสวิตเซอร์แลนด์เละเทะ 5-2 เก็บ 6 คะแนนเต็ม จ่อเข้ารอบสองเต็มแก่
ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี นัดสอง
สวิตเซอร์แลนด์ VS ฝรั่งเศส
สนาม: อารีน่า ฟอนเต้ โนว่า, เรซิเฟ่
21 มิถุนายน 2014
ทั้งสองทีมเก็บ 3 แต้มในเกมแรกมาได้ทำให้เกมนี้มีตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นเดิมพัน โดยสวิตเซอร์แลนด์ยังวางใจผู้เล่นชุดเดียวกับเกมแรกที่เฉือนชนะเอกวาดอร์มาได้ 2-1 แต่มีการเปลี่ยนเอา อั๊ดมีร์ เมห์เมดี้ และ ฮาริส เซเฟโรวิช สองซูเปอร์ซับในเกมที่ผ่านมาออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง
ด้านทีม "ตราไก่" ฝรั่งเศสที่ถล่มฮอนดูรัสมา 3-0 มาในแผน 4-3-3 โดยเกมนี้ เดเด้ เดส์ชองป์ส โยกเอา คาริม เบนเซม่า ไปเล่นทางกราบซ้าย โดยให้โอกาส โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงยืนเป็นหน้าเป้าแทน ขณะที่แผงกลางเกมนี้ใช้ มูสซา ซิสโซโก้ แทน ปอล ป็อกบา ลงคุมแดนกลางร่วมกับ โยอัน กาบาย และ แบลส มาตุยดี้ ดูโอ้จาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายทักทายก่อนในนาทีที่ 6 จากการปั่นของ เบนเซม่า บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ บอลโค้งหลุดกรอบแบบได้ลุ้น
หลังจากนั้นนาทีเดียวสวิตเซอร์แลนด์ต้อเสียโควต้าเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง สตีฟ ฟาน เบอร์เก้น ไปโดน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยกเท้าสูงใส่จนเลือดอาบเล่นต่อไปไม่ไหว ต้องส่ง ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ปราการหลังตัวใหม่ของ แอสตัน วิลล่า ลงสนามแทน
นาทีที่ 17 ฝรั่งเศสได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังกวะ ชิรูด์ ขึ้นโขกลูกเตะมุมของ มาติเยอ วัลบูเอน่า ย้อยเข้าผ่านมือ ดิเอโก้ เบนาโญ่ ที่พยายามปัดบอลออกมาแล้ว ประตูนี้เป็นประตูที่ 100 ของทีม "ตราไก่" ในศึกฟุตบอลโลก
1 นาทีต่อมา วาลอน เบห์รามี่ จ่ายย้อนหลังพลาดไปเข้าทางของ เบนเซม่า ก่อนดาวยิงจาก เรอัล มาริด จะจ่ายบอลให้ มาตุยดี้ หลุดไปแปยัดที่เสาแรกให้ฝรั่งเศสขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 2-0
นาทีต่อมาสวิตเซอร์แลนด์มาเสียจุดโทษ หลัง โยฮัน ฌูรู ไปทำฟาวล์ เบนเซม่า ในกรอบเขตโทษ สตาร์จาก เรอัล มาดริด ลุกขึ้นมาสังหารเอง แต่ เบนาโญ่ ยังเซฟได้ บอลมาเข้าทาง กาบาย ที่ปรี่มาซ้ำจ่อๆ แต่บอลก็ชนคานออกไป ฝรั่งเศสยังนำอยู่แค่ 2 ประตู
ทีม "ตราไก่" ได้ประตูที่ 3 ในนาทีที่ 40 จากจังหวะโต้กลับบอลไปถึง ชิรูด์ ก่อนเปิดผ่านหน้าโกลให้ วัลบูเอน่า ที่เสาไกลแปเข้าไปง่ายๆ
ฝรั่งเศสยังบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบได้ลูกที่สี่จากจังหวะที่ เบนเซม่า ลากจากกราบซ้ายก่อนแทงให้ วัลบูเอน่า วิ่งมาจิ้มบอล แต่ เบนาโญ่ ยังเซฟได้หวุดหวิด
จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกฝรั่งเศสขึ้นนำไปก่อน 3-0
ครึ่งหลังเทรนเนอร์ อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ตัดสินใจส่ง เบลริม เซไมลี่ ลงมาคุมแดนกลางแทน เบห์รามี่ เพื่อนร่วมทีม นาโปลี
เริ่มครึ่งหลังได้ 10 นาที ชิรูด์ มีโอกาสได้ซัดเฉี่ยวเสาซ้ายมือของ เบนาโญ่ ไป
นาทีที่ 58 เซไมลี่ ได้ซัดจากแถวสอง บอลลอยข้ามคานไปแบบได้ลุ้น
นาที 63 เดส์ชองป์ส ให้โอกาส ปอล ป็อกบา ลงมาเล่นแทน ชิรูด์ หัวหอกที่เบิกสกอร์แรกให้ทีม "ตราไก่" ในเกมนี้ ก่อนส่ง โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ลงแทน มามาดู ซาโก้ ในอีก 3 นาทีต่อมา
นาที 67 ฝรั่งเศสมาได้ประตูหนีห่างเป็น 4-0 จากจังหวะที่ มุสซ่า ซิสโซโก้ ออกบอลให้ ป็อกบา เบิ้ลบอล เซนเดอรอส เตะสกัดไม่โดนบอล เปิดโอกาสให้ เบนเซม่า วอลเลย์ตามน้ำเข้าประตูไป
นาทีที่ 67 สวิสเซอร์แลนด์ส่ง โยซิป เดอร์มิช ลงมาแทน ฮาริส เซเฟโรวิช ฮีโร่ในเกมที่แล้วที่แผลงฤทธิ์ไม่ออกเลยในเกมนี้
ฝรั่งเศสขยับสกอร์เป็น 5-0 จากจังหวะที่ เบนเซม่า จ่ายบอลออกขวาให้ มุสซ่า ซิสโซโก้ วิ่งเข้ามาบวกด้วยขวาผ่านมือ เบนาโญ่ ในนาทีที่ 73
นาที 81 สวิตเซอร์แลนด์ตีไข่แตกได้จากฟรีคิก เบลริม เซไมลี่ ตะบันเรียดทะลุกำแพงเสียบเสาไปอย่างสวยงาม สกอร์ขยับมาเป็น 5-1
สกอร์ไล่มาเป็น 5-2 จากจังหวะที่ โกคาน อินเลอร์ ชิบบอลข้ามแนวรับฝรั่งเศสให้ กรานิต ชากเา วอลเลย์ ด้วยซ้ายสุดสวย
โยอัน กาบาย มาโดนผู้ตัดสินจดชื่อในนาทีที่ 88 และจะไม่ได้ลงเล่นเกมหน้า
จบเกมฝรั่งเศสระเบิดฟอร์มสุดยอดไล่ถล่มสวิสเซอร์แลนด์ไปขาดลอย 5-2 ทีมจากแดนนาฬิกาต้องไปลุ้นในเกมสุดท้ายกับฮอนดูรัส ส่วนฝรั่งเศสจ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเต็มแก่
สวิตเซอร์แลนด์ (4-2-3-1)
ดิเอโก้ เบนาโญ่/ สเตฟาน ลิคท์ชไตเนอร์, โยฮัน ฌูรู, สตีฟ ฟอน เบอร์เก้น, ริคาร์โด้ โรดริเกวซ/
วาลอน เบห์รามี่, โกคาน อินเลอร์/ เซอร์ดาน ชากิรี่, กรานิต ซาก้า, อั๊ดมีร์ เมห์เมดี้/ ฮาริส เซเฟโรวิช
ผู้จัดการทีม: อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์
ฝรั่งเศส (4-3-3)
อูโก้ โยริส/ มาติเยอ เดอบูชี่, ราฟาเอล วาราน, มามาดู ซาโก้, ปาทริซ เอวร่า/
มุสซา ซิสโซโก้, โยอัน กาบาย , แบลส มาตุยดี้/ มาติเยอ วัลบูเอน่า, คาริม เบนเซม่า, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
ผู้จัดการทีม: ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส







