
การเมืองไทยกับหมอดู
สตีฟ แซนด์ฟอร์ด ผู้สื่อข่าวแห่งวอยซ์ออฟอเมริกา (วีโอเอ) แห่งสหรัฐ เขียนบทความรายงานพิเศษในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแวดวงการเมืองไทยกับวงการนักทำนายอนาคต หรือหมอดู ซึ่งสำหรับสังคมไทย อาชีพดังกล่าวกับการเมืองดูเหมือนจะค่อนข้างเกี่ยวข้องใกล้ชิดกันอย่างมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน
สตีฟ แซนด์ฟอร์ด ผู้สื่อข่าวแห่งวอยซ์ออฟอเมริกา (วีโอเอ) แห่งสหรัฐ เขียนบทความรายงานพิเศษในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแวดวงการเมืองไทยกับวงการนักทำนายอนาคต หรือหมอดู ซึ่งสำหรับสังคมไทย อาชีพดังกล่าวกับการเมืองดูเหมือนจะค่อนข้างเกี่ยวข้องใกล้ชิดกันอย่างมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน
ผู้สื่อข่าวต่างชาติรายนี้ระบุว่า ในประเทศไทยหมอดูเปรียบเสมือนผู้นำทางจิตวิญญาณที่จะคอยให้คำแนะนำหรือแนะแนวทางแก่ผู้ที่กำลังประสบปัญหานานาประการในชีวิตมานานแล้ว ทว่านับตั้งแต่การเข้ามาทำหน้าที่บริหารปกครองประเทศชั่วคราวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งผลให้หลายคนเริ่มเข้าหาหมอดูหรือนักทำนายอนาคตกันมากขึ้น
แง่หนึ่งเพื่อต้องการแนวทางในการดำเนินชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ขณะที่อีกแง่หนึ่งก็ต้องการรับทราบว่าใครคือผู้ที่จะเข้ามาบริหารปกครองประเทศต่อไป และใครคนนั้นจะสามารถนำพาไทยให้ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามที่ได้คาดหวังไว้หรือไม่
ทั้งนี้ หนึ่งในหมอดูที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือ วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือที่สังคมไทยส่วนใหญ่รู้จักดีในนาม “โหรวารินทร์” หมอดูการเมืองชื่อดัง ซึ่งเพิ่งสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศคำทำนายจากการเห็นด้วยญาณของตนอย่างชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือผู้ที่จะนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยคนต่อไป
แซนด์ฟอร์ด รายงานอ้างคำกล่าวของโหรวารินทร์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในอดีตชาติคือทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เกิดใหม่อีกครั้งเพื่อร่วมต่อสู้และปกป้องช่วยเหลือประเทศไทย กระนั้นย่อหน้าถัดจากคำพูดของโหรชื่อดังรายนี้ แซนด์ฟอร์ด กลับตามด้วยคำพูดที่แปลความหมายได้ว่า “อนาคตในม่านหมอก”
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ผู้สื่อข่าวจากวอยซ์ออฟอเมริการายนี้จงใจตั้งคำถามต่อไปทันทีว่า แม้จะมีคำทำนายจากโหรผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือเชื่อถือจากใครหลายคนในสังคมไทยอย่างชัดเจน กระนั้นคำทำนายดังกล่าวกลับมีประเด็นท้าทายที่ต้องเผชิญไม่ใช่น้อยหากจะให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในบางพื้นที่ของไทยยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่
ดังนั้น แม้หมอดูจะทำนายอนาคตประเทศไทยแบบชี้ชัดไปแล้วว่าไทยจะสงบสุขและมีผู้นำประเทศที่มีความสามารถโดยถึงขั้นระบุตัวแน่ชัด แต่อนาคตก็ยังเป็นอนาคตที่มาไม่ถึง เหตุการณ์นับต่อจากนี้จึงมีสิทธิพลิกผันเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกเมื่อ และมีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่หมอดูเห็นจะเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้น
แน่นอนว่า ภายใต้การตรวจตราดูแลอย่างเข้มงวดและการเฝ้าระวังสอดส่องอย่างใกล้ชิดจาก คสช. ผ่านการขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ช่วยให้สังคมไทยเงียบสงบจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายได้
ทว่า ความสงบข้างต้นเหมือนจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะการเปิดรับฟังกับการห้ามไม่ให้พูดย่อมให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันแน่นอน กระนั้นอย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นในการรอดูไม่น้อยว่าสิ่งที่หมอดูไทยทำนายไว้เรื่องการเมืองจะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน







