
ดับเบิ้ลซัวเรซ! ซัวเรซ เหมาสอง พาจอมโหด ปาดคอ สิงโต 2-1
หลุยส์ ซัวเรซ เหมาคนเดียวสองประตู ช่วยให้ อุรุกวัน เอาชนะ อังกฤษ ไปอย่างสุดมันส์ 2-1
ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี นัดสอง
อุรุกวัย อังกฤษ
สนาม: อารีน่า โครินเธี่ยนส์, เซา เปาโล
20 มิถุนายน 2014
เกมนัดนี้ทั้งคู่จัดทีมที่ดีที่สุดลงสนามเพื่อต่อลมหายใจในฟุตบอลโลกครั้งนี้หลังทั้งคู่เปิดสนามด้วยความพ่ายแพ้ในมาเกมแรก ด้านทีม "จอมโหด" อุรุกวัยได้รับข่าวดีหลังได้ หลุยส์ ซัวเรส ดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดลงจับคู่กับ เอดินสัน คาวานี่ สตาร์จาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แทน ดิเอโก้ ฟอร์ลัน
ขณะที่ทีม "สิงโตคำราม" อังกฤษ กุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน มาในแผน 4-2-3-1 เหมือนเกมที่ผ่านมาแต่มีปรับตำแหน่งเล็กน้อย โดยโยก เวย์น รูนีย์ ลงมาเล่นหลังกองหน้าตามถนัด แล้วให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ลงประจำการปีซ้ายแทน ส่วนตำแหน่งอื่นยังเหมือนเดิม
เกมเริ่มได้แค่ 6 นาที ซัวเรซ เกือบทำหอังกฤษงานเข้าตั้งแต่ไก่โห่ หลังได้โอกาสเลี้ยงจากกราบซ้ายมาจนสุดเส้นหลังก่อนตวัดเข้าในใส่ โจ ฮาร์ท เล่นเอาจอมหนึบทีม "สิงโตคำราม" ต้องปัดเป็นพัลวัน
อังกฤษได้ฟรีคิกระยะได้ลุ้นหลัง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จะงัดบอลผ่าน ดิเอโก้ โกดิน แต่กัปตันทีม "จอมโหด" ในเกมนี้เอามือบังบอลไว้ โกดิน รับใบเหลืองไปตั้งแต่นาทีที่ 9
จากนั่นเป็น รูนีย์ ที่วิ่งเข้ามาปั่น แต่บอลมันติดไซด์โป้งมากไปนิด บอลหลุดกรอบไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
นาทีที่ 15 ฟิล จาเกียลก้า สกัดบอลไม่ดี บอลใหลไปถึง คริสเตียน โรดริเกวซ ได้กดแบบเน้นๆ บอลติดไซด์พุ่งเฉี่ยวคานไปไม่กี่เซนติเมตร
หลังจากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันบุกอย่างสนุกเนื่องจากต้องการ 3 แต้มกันทั้งคู่ โดยเป็นอังกฤษที่ครองเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อย ส่วนอุรุกวัยเน้นตั้งรับแล้วสวนกลับ แต่คู่ดูโอ้ในแดนหน้าอย่าง ซัวเรซ และ คาวานี่ ยังไม่มีโอกาสแผลงฤทธิ์เท่าที่ควร
อังกฤษใกล้เคียงการได้ประตูสุดๆ ในนาทีที่ 31 จากจังหวะที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดบอลให้ รูนีย์ ทะยานโหม่งที่เสาไกล แต่บอลไปชนสามเหลี่ยมออกมาอย่างน่าเสียดาย
นาที 39 อุรุกวัยที่ดูเป็นรองนิดๆ ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง โลเดยโร่ ตัดบอลจากกลางสนามได้ก่อนจ่ายให้ คาวานี่ ตักบอลไปให้ ซัวเรซ ที่แอบอยู่หลัง จาเกียลก้า ที่เสาไกลโหม่งย้อนตัว โจ ฮาร์ท เป็นประตูให้ทีม "จอมโหด" ขึ้นนำ 1-0
หลังจากนั้น 2 นาที สเตอร์ริดจ์ เกือบตีเสมอให้อังกฤษแบบทันควันจากจังหวะที่ รูนีย์ ฉีกกองหลังของอุรุกวัยให้ สเตอร์ริดจ์ วิ่งไปซัดด้วยซ้ายข้างถนัด แต่ เฟร์นานโด มุสเรล่า ยังปัดออกไปได้เยี่ยม
หลังจากนั้นไม่มีฝ่ายไหนทำประตูกันได้ จบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบของอุรุกวัยจากประตูของ ซัวเรซ ช่วงพักครึ่งแรกกุนซือ รอย ฮอดจ์สัน ต้องหาจุดเปลี่ยนให้เร็วที่สุดหากยังต้องการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
เริ่มครึ่งหลังมาได้ 4 นาที อุรุกวัย เกือบได้เม็ดที่สอง หลัง ซัวเรซ หลอกปั่นมุมมาที่เสาแรก บอลนั้นโค้งจน โจ ฮาร์ท ต้องทุบออกไปอย่างหวุดหวิด
นาทีที่ 52 นิโกลัส โลเดยโร่ ไหลให้ เอดินสัน คาวานี่ หลุดเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ฮาร์ท ก่อนที่ดาวเตะ เปแอชเช จะตัดสินใจยิงไปที่เสาไกล แต่บอลหลุดออกหลังไปแบบน่าเสียดายสุดๆ
อังกฤษ ไม่มีโชคจริงๆ เมื่อ เลย์ตัน เบนส์ ปาดจากเส้นหลังมาให้ เวย์น รูนีย์ กดเต็มข้อแต่ยังไปติดเซฟ มุสเลร่า ก่อนจะถูกเคลียร์ไปได้
นาทีต่อมา เฟร์นานโด มุสเลร่า นายทวารของทีม "จอมโหด" ถึงกับร้องจ๊าก หลังไปเจอ เวลเบ็ค ยันหัวเข่า แต่ผู้ตัดสินยังไม่ควักใบเหลืองให้กับดาวเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่อย่างใด
เกมดำเนินมาครบ 1 ชั่วโมง แฟนบอลทั้งโลกถึงกับต้องช่วยกันสวดมนต์ หลัง อัลวาโร่ เปเรยร่า ไปเจอเข่าของ ราฮีม สเตอร์ริ่ง กระแทกเต็มศีรษะ ทำเจ้าเจ้าตัวถึงกับนอนแน่นิ่ง แต่โชคดีที่ทีมแพทย์ตัดสินใจเข้ามาปฐมพยาบาลไว้เร็ว ก่อนจะกลับมาเล่นต่ออย่งไม่มีปัญหา
อังกฤษ ตัดสินใจเปลี่ยน รอส บาร์คลีย์ ลงมาเล่นแทน ราฮีม สเตอร์ริ่ง ที่เจอหวดจนแทบกรอบ
แข้งสิงโตคำราม ยังคงบุกหนัก แต่โอกาสจบจังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ อยู่
นาทีที่ 68 สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับไปเหลืองไป หลังพุ่งเสียบสองขาใส่ คริสเตียน โรดริเกวซ จนสตั๊ดหลุด
อังกฤษ ต้องปรับทัพอีกครั้งด้วยการส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงมาแทน แดนนี่ เวลเบ็ค ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก
นาทีที่ 74 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ พาบอลแหวกแนวรับ อุรุกวัยตรงกลาง ก่อนสับไกด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บดไปหน่อย มุสเลร่า รับสบาย
แต่หลังจากนั้นแค่นาทีเดียวแฟนๆ อังกฤษได้เฮกันลั่น หลัง เกล็น จอห์นสัน โชว์สเต็ปเทพแต่หลบแนวรับ อุรุกวัย ในกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายถวายพานให้ เวย์น รูนีย์ ชาร์จจ่อๆ ตุงตาข่ายตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 ทำเอาสนาม อารีน่า โครินเธียนส์ แทบแตก
อีกสามนาที่ สเตอร์ริดจ์ รับบอลในกรอบเขตโทษ แต่เจอประกบรุมสอง ก่อนพลิกหลบและยิงด้วยขวาข้างไม่ถนัด ทำเอา มุสเลร่า ต้องออกแรงเซฟ
ก่อนหมดเวลา 5 นาที แฟนๆ อังกฤษ ต้องเงียบกันทั้งสนาม หลัง คาวานี่ วิ่งมาโฉบ สตีเว่น เจอร์ราร์ด บอลเลยไปถึง หลุยส์ ซัวเรซ จับบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนดาวยิงสุดสุดในพรีเมียร์ลีกจะหวดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งแสกหน้า โจ ฮาร์ท เข้าไปอย่างสุดยอดให้ อุรุกวัย ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย
หลังจากนั้นยังเป็น อังกฤษ ที่โหมเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก แต่ยังเจาะแนวรับ อุรุกวัย ไม่เข้า จบเกม อุรุกวัย เฉือนชนะ อังกฤษไป 2-1 เก็บสามคะแนนแรกได้สำเร็จ ยังมีลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้าย ส่วน อังกฤษ ลงเล่นสองนัด ยังไม่มีคะแนน โอกาสเข้ารอบค่อนข้างริบหรี่
อุรุกวัย
เฟร์นานโด มุสเลร่า/ มาร์ติน กาเซเรส, โฮเซ่ มาเรีย คิมิเนซ, ดีเอโก้ โกดิน, อัลวาโร่ เปเรยร่า/ อัลวาโร่ กอนซาเลซ, เอคิดิโอ อเรวาโล่, นิโกลัส โลเดยโร่, คริสเตียน โรดริเกวซ/หลุยส์ ซัวเรซ, เอดินสัน คาวานี่
ผู้จัดการทีม: ออสการ์ ตาบาเรซ
อังกฤษ
โจ ฮาร์ท/ เกล็น จอห์นสัน, ฟิล จากีลก้า, แกรี่ เคฮิลล์, เลห์ตัน เบนส์/จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด/ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เวย์น รูนี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค/ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์
ผู้จัดการทีม: รอย ฮอดจ์สัน







