
เจาะแฟ้มครม. 25 พ.ค.
ครม. ระดมเดินหน้าซ่อมแซมประเทศไทย หลายกระทรวงชงแพ็คเกจ อัดฉีดงบเยียวยาประชาชนฟื้นฟูอาคารสถานที่ พม.ขอ 400 ล้านให้โรงตึ๊งรับเปิดเทิอม ขยายเคอร์ฟิวส์เที่ยงคืนถึงตีสี่ อีก 1 สัปดาห์
ครม. ระดมเดินหน้าซ่อมแซมประเทศไทย หลายกระทรวงชงแพ็คเกจ อัดฉีดงบเยียวยาประชาชนฟื้นฟูอาคารสถานที่ พม.ขอ 400 ล้านให้โรงตึ๊งรับเปิดเทิอม ขยายเคอร์ฟิวส์เที่ยงคืนถึงตีสี่ อีก 1 สัปดาห์
“ทิ้งอดีต ใช้ปัจจุบัน เดินหน้าสู่อนาคต” ผลกระทบจากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำให้บ้านเมืองพังพินาศเสียหาย ทำให้รัฐบาลและประชาชนคนไทยที่ฝักใฝ่ความสันติร่วมเดินหน้าแก้ไขเยียวยา โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) วันนี้ มีหลากหลายวาระเกี่ยวข้องกับการของบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟู ทั้งในส่วนของประชาชนผู้ต้องรับเคราะห์จากเปลวเพลิงแห่งความเลวร้าย การซ่อมแซม บูรณะ อาคารสถานที่ ถนนหนทาง รวมถึงการออกมาตรการทางการเงินการคลัง โดยกระทรวงต่างๆ เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา
แต่ก่อนเข้าวาระช่วยเหลือผู้รับผลกระทบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ต้องจับตาการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบให้บ้านเมือง ความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีก่อการร้ายกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ ศอฉ.จะแสนอ ขอขยายระยะเวลาห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาล หรือ เคอร์ฟิวส์ ในพื้นที่ 24 จังหวัด ตามพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน โดยร่นเวลา ตั้งแต่เวลา 00.00 น. – 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 25 -31 พ.ค.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอ 3 แนวทางช่วยเหลือกลุ่มที่ประสบปัญหาไฟไหม้ และยังไม่มีพื้นที่ค้าขาย คือ 1.ขอมติครม.จ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประกอบการ เป็นกรณีพิเศษ เบื้องต้นรายละ 50,000 บาท 2. เงินทุนหมุนเวียน จะช่วยเหลือผ่านธนาคารเอสเอ็มอี ธนาคารออมสินเพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกับผู้ประกอบการ และ 3.จัดการพื้นที่ให้ค้าขาย ซึ่งมีหลายจุด อาทิ สยามสแควร์ที่กันพื้นที่บางส่วนทำเป็นเต็นท์ชั่วคราว จากนั้นจะทำเป็นเต็นท์กึ่งถาวรให้ขายจนกว่าสถานที่เดิมจะซ่อมแซมเรียบร้อย คาดว่าจะทำได้ภายใน 7 วัน
ในส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้นจะหาพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้ค้าขายได้ เช่น บริเวณห้างสรรพสินค้า รวมทั้งจะเช่าพื้นที่ของสำนักทรัพย์สินฯ บางส่วน เช่น บางกอกพลาซ่า นอกจากนี้จะยังมีโครงการทำถนนคนเดินวันเสาร์อาทิตย์ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ และกทม. ช่วยสำรวจพื้นที่และช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมกันนี้จะเสนอครม.ให้ตั้งกองทุนเพื่อรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไปด้วย
กระทรวงการคลัง เสนอ ขยายเวลามาตรการภาษีภาคอสังหาริมทรัพย์ ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมสิ้นสุด 31 พ.ค.53 ขยายเป็น 30 มิ.ย.53 ถือเป็นการต่ออายุมาตรการครั้งที่ 2 จากครั้งแรกที่ครบกำหนดเมื่อ 28 มี.ค. 2553 เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในช่วงที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง
สำหรับสาระสำคัญของมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอน เหลือ 0.01% จาก 2% ของราคา ประเมิน ส่วนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ลดเหลือ 0.01% จาก 1% ขณะที่ภาษีธุรกิจเฉพาะ ลดเหลือ 0.1% จากอัตราเดิมที่ 3%
กระทรวงคมนาคมจะเสนอตัวเลขความเสียหายในภาพรวม เช่น รถโดยสารที่ถูกเผา ค่าใช้จ่ายในการขนส่งผู้ชุมนุมกลับภูมิลำเนา โดยในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) สูญรายได้และมีค่าใช้จ่ายจากการขนผู้ชุมนุมประมาณ 32 ล้านบาท
กระทรวงมหาดไทย เตรียมของบประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ซ่อมแซมฟื้นฟูศาลากลาง และสถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหายในช่วงการชุมนุม
วาระอื่นๆ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ ขออนุมัติการกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการสำนังานธนานุเคราะห์ (สธค.) จำนวน 400 ล้านบาท โดย กระทรวงคลังไม่ค้ำประกันประจำปี 2553 เพื่อรองรับนโยบายการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2553 และ นโยบายการขยายวงเงินรับจำนำเฉพาะสิ่งของประเภททอง นาก เงิน หรือ ทอง นากเงินที่เป็นรูปพรรณ จากรายละไม่เกิน 60,000 บาท เป็นรายละไม่เกิน 100,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป ในการช่วยเหลือประชาชน







