posttoday
แม่ทัพฯ-ผู้ว่าฯยันเสียงแข็ง แรงงานเขมรไม่กระทบรุนแรง

แม่ทัพฯ-ผู้ว่าฯยันเสียงแข็ง แรงงานเขมรไม่กระทบรุนแรง

19 มิถุนายน 2557

กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ประเมินสถานการณ์แรงงานกัมพูชาทยอยเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากกระแสข่าวลือการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวของทางการไทย ว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ มีจำนวนประมาณ 1 แสนคน จากแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยที่มีประมาณ 4 แสนคน น่าจะไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการมากนัก เนื่องจากกว่าครึ่งหนึ่งของแรงงานที่เดินทางกลับเนื่องจากสัญญาจ้างสิ้นสุดและกลับไปทำนา

ทั้งนี้ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบกองทัพภาคที่ 1 รายงานว่า มีแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศจำนวน 84,234 คน ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า มีแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับโดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 6,400 คน

ภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว เปิดเผยว่า แรงงานที่เดินทางกลับส่วนหนึ่งหมดสัญญาจ้าง ประกอบกับช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย และข่าวลือเรื่องมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จึงพากันทยอยกลับกันมาก

ด้าน พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าส่วนหนึ่งได้หมดสัญญาว่าจ้าง ได้มีการประสานไปยังฝ่ายทหารภูมิภาคที่ 4 ของกัมพูชา เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับไป เกี่ยวกับข่าวลือในแง่ลบต่อมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวของทางการไทย ทำให้ไม่มีปัญหามากนัก แต่ก็ยอมรับว่าภาวะการขาดแคลนแรงงานก่อสร้างนั้นน่าจะเป็นผลมาจากกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เดินทางออกไปด้าน จ.สระแก้ว มากกว่า

เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผวจ.ตราด ก็ได้สั่งการให้นายอำเภอทุกแห่งได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของแรงงานต่างด้าวกัมพูชาที่เดินทางออกจากพื้นที่ รวมทั้งรับผลกระทบต่อภาคเอกชนที่เป็นนายจ้าง แต่ที่ผ่านมาปัญหายังไม่ได้รุนแรงใดๆ เพราะเดินทางกลับไปประมาณ 1,000 คนเท่านั้น ขณะที่แรงงานเก็บผลไม้ก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และหากได้รับค่าจ้างวันละ 300 บาทก็พร้อมจะอยู่ต่อ ปัญหายังไม่รุนแรงอย่างที่เป็นห่วงกัน

“สิ่งน่าจะนำมาแก้ปัญหา ก็คือ โป่งน้ำร้อนโมเดลที่แรงงานต่างด้าวเมื่อจะเดินทางมาทำงานใน อ.โป่งน้ำร้อน เพียงแค่จัดทำใบทะเบียนแผ่นเดียวแล้วสามารถเดินทางมาทำงานได้ เนื่องจาก จ.ตราด เป็นจังหวัดชายแดนสามารถดูแลแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า”

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ก็ยังยืนยันถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

น้ำทิพย์ วัชรานนท์ ผู้ประกอบการประมงทะเลและเจ้าแพปลาใน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กล่าวว่า เริ่มได้รับผลกระทบแล้วเนื่องจากแรงงานในท่าเรือชลาลัยและท่าเรือกัลปังหา เดินทางกลับไปแล้วหลายร้อยคน ทำให้หาคนงานได้ยากขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาทางราชการควรจะลดค่าทำบัตรให้แรงงานต่างด้าว จากที่เคยเสีย 4,000-5,000 บาททุกๆ 3 เดือน ก็ควรลดเหลือไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งทั้งแรงงานกัมพูชาและผู้ประกอบการสามารถรับภาระนี้ได้

ขณะที่ผู้ประกอบการในตลาดชายแดนช่องจอมโอร์เสม็ด จ.สุรินทร์ ก็บอกว่า ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะแรงงานกัมพูชาก็เลือกงานเหมือนคนไทย แม้จ่ายค่าแรงวันละ 200-300 บาท แต่มาทำได้ไม่กี่วันก็เปลี่ยนงาน ขณะที่คนงานไทยจะใส่ใจกับการทำงาน และมีน้ำใจช่วยเหลือมากกว่า

ด้าน โรส รอน แรงงานชาวกัมพูชาในตลาดช่องจอม กล่าวว่า เข้ามาทำงานโดยถูกกฎหมายจึงไม่รู้สึกตกใจกับข่าวลือ การเข้ามาทำงานในประเทศไทยแบบถูกต้องตามกฎหมายจะดีที่สุด เชื่อว่าไม่นานนักแรงงานที่กลับไปก็จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท