
คลอดสเปกสภาปฏิรูป"คสช."เลือกเอง 250 คน
ในที่สุด คสช. ก็ได้เปิดเผยจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ - สภาปฏิรูป ที่จะแต่งตั้ง ส.ค.นี้
โดย...ข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ในที่สุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้เปิดเผยจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูป แล้ว โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมี 200 คน และสภาปฏิรูปการเมืองจะมี 250 คน โดยจะมีการแต่งตั้งในเดือน ส.ค.นี้
“จะเกิดจากคนทุกกลุ่มเข้ามาร่วมกันเขียนกติกา รวมทั้งจะได้รัฐบาลชั่วคราวในเดือน ก.ย.นี้ โดยให้ทุกคน วินวิน ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ทั้ง 100% ทุกคนต้องเสียสละ 50:50” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าฝ่ายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ระบุ ระหว่างเป็นประธานมอบนโยบายกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสถาบันการเงิน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.
ขณะที่แหล่งข่าวจากทหาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว คสช. ได้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีประเด็นสำคัญ อาทิ ที่มาของสภานิติบัญญัติ และสภาปฏิรูปนั้น กำหนดให้มาจากคณะกรรมการสรรหาตามที่ คสช.ตั้งขึ้น ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากข้อเสนอเดิมที่กำหนดให้ที่มาของสภาปฏิรูป มาจากสาขาอาชีพต่างๆ เลือกกันเอง 150 คน
สำหรับสภาปฏิรูปนั้นจะให้ทำทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการวางกรอบปฏิรูปประเทศ โดยจะกำหนดให้มีคณะกรรมการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 35 คน แยกเป็นสัดส่วนจากสภาปฏิรูป 20 คน และคณะรัฐมนตรี 5 คน สนช. 5 คน และจาก คสช. 5 คน ทำหน้าที่เป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเมื่อยกร่างเสร็จก็ให้ส่งไปให้สภาปฏิรูปลงมติ ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ โดยไม่ต้องจัดให้ประชาชนลงประชามติว่าจะรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมฉบับใหม่ เหมือนธรรมนูญชั่วคราวปี 2549
อย่างไรก็ตาม หากสภาปฏิรูปประเทศไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังกล่าว ก็ให้ คสช.มีอำนาจหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เคยบังคับใช้มาก่อนหน้านี้ มาประกาศใช้ต่อไป
ขณะที่การตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีนั้นก็ยังคงเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า น่าจะมีรัฐบาลได้ช่วง ก.ย. หรือต้นเดือน ต.ค.นี้ ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จะนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง โดยที่บรรดาบิ๊กนายทหารจะตบเท้าเข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและสังคมกันถ้วนหน้า
เร่งกฎหมายจำเป็นเร่งด่วน
พล.อ.ไพบูลย์ ในฐานะที่กำกับดูแลทางกระบวนการยุติธรรม ระบุว่า เรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.ทำเฉพาะกฎหมายที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้นซึ่งจำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษ และ จะพยายามเลี่ยงไม่ใช้ประกาศหรือคำสั่ง แต่เร่งให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อ เข้ามาดูแลให้ครอบคลุมทั้งหมด โดยทำให้เกิดระบบประชาธิปไตยท้องถิ่น ก่อนที่จะผลักดันให้เกิดระบบประชาธิปไตยระดับชาติ
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ความจริง คสช.ไม่เคยมีความคิดจะยึดอำนาจการปกครอง และสิ่งที่ทำไม่เรียกว่าการยึดอำนาจ แต่เป็นการเข้ามาควบคุมอำนาจการบริหารประเทศเพื่อให้คน 60 ล้านจากภาษีรัฐคนได้รับการดูแลจากภาครัฐให้เป็นไปตามแนวทางที่ควรจะเป็น ไม่ได้มาจากพื้นฐานของความต้องการอำนาจ ในช่วง 67 เดือนที่ผ่านมาประเทศวิกฤติมาก บ้านเมืองไปไม่ได้
“คสช.ไม่ได้เป็นคนเก่ง ไม่ใช่มนุษย์ผู้วิเศษที่จะดลบันดาลอะไรได้ แต่เรามีพลังอันหนึ่งที่จะทำให้ปัญหาหมดไป จึงหยิบมาใช้ แต่การหยิบมันผิดกฎหมาย ไม่ใช่ประชาธิปไตย เราไม่ได้เถียง แต่ถ้าไม่ทำประเทศเดินต่อไปไม่ได้ จึงต้องเร่งแก้ไขในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งด้านอื่นๆ จึงต้องละทิ้งความเป็นประชาธิปไตย สักระยะหนึ่ง”พล.อ.ไพบูลย์ ระบุ







