
ชาวนาช้ำ!โจรปล้นเงินค่าข้าวเชิดเกือบแสน
ราชบุรี-คนร้ายขับรถปิกอัพประกบสบโอกาสปล้นชาวนาเชิดเกือบแสนบาทหลังกลับจากเบิกเงินค่าข้าว
ราชบุรี-คนร้ายขับรถปิกอัพประกบสบโอกาสปล้นชาวนาเชิดเกือบแสนบาทหลังกลับจากเบิกเงินค่าข้าว
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.อาคม โฉมศรี ร้อยเวร สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายชิงเงินของชาวนาที่ไปรับเงินในโครงการรับจำนำข้าว เกือบแสนบาท เหตุเกิดที่บริเวณ ถนนสายหุบกระทิง- หนองหิน หมู่ 11 ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.อิทธิพล ชลายนเดชะ ผกก. พ.ต.ท.ธารา ศรีพรมคำ รองผกก.สส.สภ.บ้านโป่ง และพ.ต.ท.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว สว.สส.สภ.บ้านโป่ง ได้รับทราบก่อนเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ พบน.ส.อรสา เนียมคล้ำ ยืนรออยู่พร้อมกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ขรย-474 ราชบุรี ด้วยความตื่นตระหนก
น.ส.อรสา กล่าวว่า เธอเป็นชาวนาอยู่ต.ลาดบัวขาว ช่วงสายได้เดินทางไปที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)สาขาบ้านโป่ง เพื่อไปรับเงินในโครงการจำนำข้าวที่ยังค้างอยู่ จำนวน 144,000 บาท และนำเงินจำนวนดังกล่าวซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่โรงสีศิวะมหาเทพ ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง เพื่อรับเงินค่าข้าวนาปรังที่นำไปขายสดให้กับโรงสี จำนวน 94 ,000 บาท จากนั้นก็นำเงินเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะนำไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ทำนา แต่ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อ อีซูซุ ตอนเดียว สีเขียว สภาพเก่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับตามหลังมา
น.ส.อรสา กล่าวอีกว่า จากนั้นคนร้ายเรียกให้จอดรถนึกว่าเป็นคนบ้านเดียวกันจึงได้หยุดรถ ซึ่งในรถยนต์คันดังกล่าวเป็นชาย 3 คนสวมหมวกสีดำ ปิดบังใบหน้า จากนั้นคนร้าย 2 คนได้วิ่งลงมาและเอาปืนมาจี้ที่ด้านข้างแล้วบอกให้อยู่เฉยๆพร้อมบังคับให้เอาเงินที่มีอยู่ในตัวมาให้หมด ด้วยความกลัวจึงควักเงินที่อยู่ในกระเป๋าให้กับคนร้ายไป นอกจากนี้กลัวว่าคนร้ายจะเอารถจักรยานยนต์ไปด้วยซึ่งมีเงินอยู่ใต้เบาะอีกกว่า 1 แสนบาท จึงตัดสินใจดึงลูกกุญแจรถขว้างไปในป่าข้างทาง อย่างไรก็ตามคนร้ายหลังจากได้เงินไปก็พากันขึ้นรถหลบหนีไปทางถนนสายเขางู- เบิกไพร ต่อมาได้มีชาวบ้านขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงร้องขอความช่วยเหลือให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้หลังจากทราบรูปพรรณ และยานพาหนะของคนร้าย แล้ว พ.ต.อ.อิทธิพล ชลายนเดชะ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จึงวิทยุแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพื้นที่ใกล้เคียงสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าจะมีคนร้ายหลบหนี แต่ยังไม่พบวี่แววของคนร้าย ซึ่งคาดว่าคนร้ายนั้นน่าจะตามน.ส.อรสา มาตั้งแต่ออกจากโรงสี เพราะทราบว่าได้รับเงินมา เมื่อมาถึงช่วงที่ปลอดคนก็ลงมือก่อเหตุดังกล่าว







