
กยศ.เล็งปรับเกณฑ์คืนเงินคงค้างยืมเรียน
ที่ประชุมศธ.-กยศ.เห็นควรปรับเกณฑ์วิธีกู้เงินยืมเรียน เล็งระงับโอนเงินให้สถานศึกษาที่ไม่ส่งคืนเงินคงค้าง
ที่ประชุมศธ.-กยศ.เห็นควรปรับเกณฑ์วิธีกู้เงินยืมเรียน เล็งระงับโอนเงินให้สถานศึกษาที่ไม่ส่งคืนเงินคงค้าง
นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินงานติดตามผลการคืนเงินคงค้างจากสถานศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยที่ประชุมเห็นว่า ควรปรับแก้หลักเกณฑ์ว่าด้วยวิธีการกู้ยืมเงิน ซึ่งเดิมกำหนดเพียงว่า หากสถานไม่ส่งคืนเงินคงค้าง ที่ไม่ได้ใช้ตามสัญญา จะต้องเสียดอกเบี้ย 15% ของจำนวนเงินทั้งหมด มาเป็น หากสถานศึกษาไม่ส่งคืนเงินคงค้างที่ไม่ได้ใช้ตามสัญญา กยศ. จะระงับการโอนเงินให้สถานศึกษานั้น ๆจนกว่าจะได้รับเงินคืน รวมถึงจะคิดดอกเบี้ย 15%ด้วย
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้รายงานภาพรวมการคืนเงินคงค้างของสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550-2556 ทั้งในส่วนของกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) และ กยศ. พบว่าที่ผ่านมาสถานศึกษาจำนวนมากไม่ยอมส่งเงินคงค้างคืนกลับมาให้กับทางกยศ. ซึ่งเงินคงค้างนี้เป็นเงินที่กยศ. โอนไปให้สถานศึกษา เพื่อจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนให้กับผู้กู้ ซึ่งปกติเมื่อหักค่าเล่าเรียนของผู้กู้แล้วมักจะมีเงินส่วนต่าง ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้วสถานศึกษาต้องส่งคืนกยศ. ซึ่งบางแห่งมียอดคงค้างถึง 7 ล้านบาท แต่ไม่ส่งคืน
"สาเหตุที่ต้องปรับเกณฑ์การคืนเงินคงค้าง เพื่อต้องการกดดันให้สถานศึกษาคืนเงินคงค้างให้กับกยศ.ในระยะเวลาที่กำหนด เพราะเท่าที่ดูจำนวนเงินที่ค้างนั้นมีจำนวนไม่น้อย ซึ่งเดิมก็มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้แล้ว ว่า หากสถานศึกษาไม่คืนเงินก็จะมีเบี้ยปรับ แต่ไม่ได้ผล ดังนั้น จึงต้องปรับหลักเกณฑ์ เพื่อให้สถานศึกษามีวินัยในการคืนเงินคงค้างให้กับ กยศ.มากขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาด้วย เพราะที่ผ่านมา กยศ. จะเพ่งเล็งและตามทวงเงินเฉพาะนักศึกษา แต่ไม่เคยตามทวงเงินคงค้างจากสถานศึกษาเลย ขณะเดียวกัน ก็ขอให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 และ2 ไปปรับเพิ่มหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้กู้ เพื่อให้สามารถปล่อยกู้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นจริง ๆ คือมีฐานะยากจนและมีรายได้ครอบครัวเฉลี่ยไม่เกิน 2 แสน บาทต่อปี”นางสุทธศรี กล่าว







