
ตร.เชื่อไร้กลุ่มต้านคสช.เหตุคนส่วนใหญ่หนุนการทำงาน
ตำรวจเผยสถานการณ์การเมืองไม่พบกลุ่มเคลื่อนไหวต้าน คสช. เชื่อเหตุจากคนส่วนใหญ่สนับสนุนการทำงาน
ตำรวจเผยสถานการณ์การเมืองไม่พบกลุ่มเคลื่อนไหวต้าน คสช. เชื่อเหตุจากคนส่วนใหญ่สนับสนุนการทำงาน
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ทางการเมือง และความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยใช้เวลาร่วมหารือประเมินและติดตามสถานการณ์นานเกือบ 2 ชั่วโมง
พล.ต.อ.สมยศแถลงภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ไม่พบผู้ชุมนุมต่อต้าน หรือกลุ่มที่แสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ซึ่งได้นำผลการสำรวจมาวิเคราะห์ว่า อาจเกิดจากประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนการทำงานของ คสช. มากกว่า 90% จึงทำให้ผู้เกิดความเห็นต่างเกิดความไม่แน่ใจที่จะแสดงออก เพราะจะขัดกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ , จำนวนผู้ชุมนุมที่ลดลง เพราะขาดแกนนำ คนชักชวน และคนปลุกปั่น รวมถึงมาตรการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดำเนินการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าและห้างสรรพสินค้าเป็นอย่างดีด้วย
ส่วนประเด็นที่มีผู้นำอาวุธสงครามไปลอบทิ้งไว้บริเวณถนนกิ่งแก้ว ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ มองว่าเป็นเรื่องที่ทาง คสช. ให้โอกาสกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลได้คืนอาวุธสงครามภายในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นผลจากการพูดคุย และกดดันในพื้นที่เป้าหมายที่ทหารและตำรวจแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย.นี้ ตำรวจทั่วประเทศจะระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่เป้าหมาย มุ่งเน้นการกวาดล้างอาวุธสงคราม และยาเสพติด เพื่อสนับสนุนนโยบายของทางคสช.อีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับการแสดงที่เข้าข่ายว่ากระทำผิดกฏหมาย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ช่วยราชการรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สรุปลักษณะการกระทำผิดไว้ 5 ข้อ อาทิ การชุมนุมทางการเมืองที่มีผู้ชุมนุมตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป จะมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง โทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท , การส่งข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์นัดชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงสัญลักษณ์ เพื่อให้ประชาชนร่วมกระทำผิดกฏหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และหากผู้ส่งต่อเพื่อให้ประชาชนร่วมกระทำผิด ก็จะมีความผิดเช่นเดียวกันด้วย ทั้งนี้ การชุมนุม หรือการแสดงออก จะพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำผิดกฏหมายด้วย







