
สพฐ.ดัน‘สมาร์ทคลาสรูม’
ตั้งงบห้องละ5.5แสน/2ปี3หมื่นโรงเรียนเล็งดึง‘เบิร์ดใบเตย’ร้องเพลงปลุกใจ
ตั้งงบห้องละ5.5แสน/2ปี3หมื่นโรงเรียนเล็งดึง‘เบิร์ดใบเตย’ร้องเพลงปลุกใจ
สพฐ.ชง “สมาร์ทคลาสรูม” ให้ คสช.พิจารณา ทดแทนการแจกแท็บเล็ตนักเรียน
นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมเสนองบประมาณเบื้องต้นสำหรับจัดสมาร์ทคลาสรูมแบบมาตรฐานทั่วไปให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา หลังการประกาศยกเลิกการจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน
เบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์ในการจัดทำสมาร์ทคลาสรูมของแต่ละโรงเรียนให้ทำ 1 ห้องต่อ 1 โรงเรียน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.โรงเรียนในโครงการพัฒนามาตรฐานสู่สากลและโรงเรียนดีประจำจังหวัด ทำเป็นห้องขนาดใหญ่ มีแท็บเล็ต 50 เครื่อง ใช้งบประมาณห้องละ 5.5 แสนบาท 2.โรงเรียนดีประจำอำเภอ มีแท็บเล็ต 40 เครื่อง ใช้งบประมาณห้องละ 4.5 แสนบาท 3.โรงเรียนดีประจำตำบล มีแท็บเล็ต 30 เครื่อง ใช้งบประมาณห้องละ 3.5 แสนบาท และ 4.โรงเรียนขนาดเล็ก มีแท็บเล็ต 20 เครื่อง ใช้งบประมาณห้องละ 2.5 แสนบาท
นายกมล กล่าวว่า หากใช้โครงสร้างงบประมาณดังกล่าว ใน 1 ปีจะจัดทำสมาร์ทคลาสรูมได้ 1.52 หมื่นห้อง และภายใน 2 ปีสามารถทำสมาร์ทคลาสรูมได้ประมาณ 3 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ ครอบคลุมเด็กประมาณ 10 ล้านคน
“ได้เพิ่มค่าเครื่องแท็บเล็ตให้สูงขึ้นอีก 2,000 บาท เป็น 8,500 บาท ตัวเครื่องจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม บรรจุข้อมูลได้เยอะ ใช้งานได้ 56 ปี” นายกมล กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่านักเรียนน่าจะได้ใช้สมาร์ทคลาสรูมตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไป ส่วนจะเริ่มจัดทำที่โรงเรียนใดก่อนนั้นคงต้องหารือกันต่อไป โดยกลุ่มเป้าหมายที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือ กลุ่มภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้กลุ่มนี้ก่อน เพียงแต่ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่าจะได้ของใหม่ที่ดีกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การทำสมาร์ทคลาสรูมเป็นการดำเนินการเฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพฐ.เท่านั้น ส่วนโรงเรียนในสังกัดอื่น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของต้นสังกัดจะดำเนินการรูปแบบใด เช่น โรงเรียนสาธิต สังกัด สกอ. อาจทำเป็นศูนย์ไอซีทีประจำโรงเรียน เป็นต้น
ขณะเดียวกัน สพฐ.ได้เสนอให้ปรับการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองอีกครั้ง โดยปรับเฉพาะวิชาที่ พลเมืองเดิมที่อยู่ในกลุ่มศาสนา ศีลธรรม เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์แยกออกมา เป็นรายวิชาเพิ่มเติม มีหน่วยการเรียน 1 หน่วยกิต เรียน 40 ชั่วโมง/ปี ในระดับชั้น ป.1ม.3 ส่วนวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งแยกออกมาเพราะเป็นวิชาอยู่แล้ว ให้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 40 ชั่วโมง/ปี จำนวน 1 หน่วยกิต ในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น และ 80 ชั่วโมง ตลอด 3 ปี จำนวน 2 หน่วยกิต ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
นอกจากนี้ สพฐ.จะประชาสัมพันธ์เผยแพร่แนวคิดการเพิ่มสำนึกรักชาติประกอบกันไปด้วย อาจเลือกเพลงปลุกใจให้นักร้องชั้นนำที่มีชื่อเสียงของประเทศ อาทิ ใบเตย หรือเบิร์ด ธงไชย มาขับร้อง







