
แช่แข็ง 9 บิ๊กขรก.ขั้วเก่า
หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค บรรดามือไม้
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค บรรดามือไม้ คนทำงานของรัฐบาลเพื่อไทย หรือคนที่ถูกมองว่าเป็นเครือข่ายระบอบทักษิณ ทยอยถูกปรับออกจากตำแหน่งสำคัญให้มานั่งตบยุงอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล แล้ว 9 คนด้วยกัน
ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีกลายเป็นสุสานของบิ๊กข้าราชการที่ถูกเด้งมาหลายยุค หลายสมัย บางคนโชคดีได้กลับไปผงาดถิ่นเดิม แต่บางคนต้องอยู่จนเกษียณ ซึ่งขึ้นอยู่กับอำนาจ วาสนา บารมี ของแต่ละคน
สำหรับสถานะตามกฎหมายของสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นส่วนราชการ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี รับผิดชอบการบริหารราชการทั่วไป เสนอแนะนโยบายและวางแผนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง และราชการเกี่ยวกับงบประมาณ ระบบราชการ การบริหารงานบุคคล กฎหมายและการพัฒนากฎหมาย การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ การปฏิบัติภารกิจพิเศษ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบุคคลที่ถูกย้ายมาประจำในตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่เลยแม้แต่น้อย
สำหรับบิ๊กข้าราชการ 9 คน ที่ถูกเด้งเข้ากรุสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วประกอบด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. โดยมีการตั้งให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. เป็นรักษาการ ผบ.ตร. แม้ พล.ต.อ.อดุลย์ จะไม่ได้แสดงแอ็กชั่นประกาศตัวอยู่ฝั่งรัฐบาลเพื่อไทยชัดเจน แต่เมื่อมารับหน้าที่ควบคุมดูแลสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส. อาจทำให้ คสช.ไม่ไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้นี้ต่อไป เช่นเดียวกับ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูกเด้งเพราะถูกมองว่าเป็นกลไกหลักในการไล่บี้เอาผิดฝ่ายตรงข้าม โดยมีการตั้ง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. มาทำหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแทน
ต่อเนื่องด้วยคำสั่ง โยก พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก พ้นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยตั้ง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เพราะ พล.อ.นิพัทธ์ ก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกลาโหม เพราะแรงหนุนจากฝั่งการเมืองและยังได้แสดงความชัดเจนยืนข้างยิ่งลักษณ์ในหลายกรณี อาทิ เรื่องการเลือกตั้ง
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ถูกเด้งพ้นเก้าอี้เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดย คสช.ตั้งให้ ภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่แทน เนื่องจาก พ.ต.อ.ทวี ถือเป็นสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่วน ธงทอง จันทรางศุ หลุดจากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นมาทำหน้าที่แทน เพราะธงทองแสดงบทบาทเป็นกระบอกเสียงและแก้ต่างเรื่องต่างๆ ให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ด้าน ชูเกียรติ รัตนชัยชาญ โดนโยกพ้นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมี ดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นรักษาราชการแทน ด้วยเพราะบทบาทของกฤษฎีกาในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาลที่หลายครั้งที่ตีความประเด็นกฎหมายถูกมองว่าเข้าข้างรัฐบาลและนำมาสู่ปัญหาในเวลาต่อมา ทั้งการเลือกตั้ง ตำแหน่งสถานะและอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรักษาการ
ล็อตสุดท้าย คือการเด้ง สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย พ้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยให้รองเลขาธิการ สภาที่มีอาวุโสสูงสุดปฏิบัติหน้าที่แทน แม้สุวิจักขณ์จะอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติแต่ในสภา ฝ่ายค้านมองว่าเอนเอียงไปยังฝ่ายพรรคเพื่อไทย และยังมีปัญหาถูกร้องเรียนพัวพันกับการจัดซื้อจัดจ้างหลายเรื่องในสภา
อรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด โดนเด้ง เพราะถูกมองว่าเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล อาทิ ไม่มีความเห็นไม่ส่งคำร้องกรณี สส.สว. แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือการมีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะก่อการร้าย ทั้งที่คณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้เคยมีความเห็นให้สั่งฟ้อง งานนี้ ตระกูล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุด นั่งรักษาราชการแทน
ปิดท้ายด้วยการสั่งเด้ง สุรชัย ศรีสารคาม พ้นปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยมี เมธินี เทพมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที รักษาราชการแทน มูลเหตุย้ายเนื่องจากวีรกรรมเมื่อครั้งสุรชัยแจงสื่อนอกยอมรับว่าเฟซบุ๊กล่มเมื่อวันที่ 28 พ.ค.นั้น เป็นเพราะไอซีทีบล็อกเพื่อป้องกันกระแสต่อต้านรัฐประหารจน คสช.ต้องรีบออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว
ทั้งหมดนี้ใครจะได้กลับไปถิ่นเก่าหรือเกษียณที่สำนักนายกรัฐมนตรี กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์







